
ปปช.แฉ14รสก.ถลุงงบทัวร์นอกเบิกเบี้ยเลี้ยงอื้อ
ปปช.แฉ 14 รสก.ถลุงงบทัวร์นอก เบิกเบี้ยเลี้ยงกระหน่ำ ครม. มอบ ปปช.ดู หน่วยงานไหนบ้างที่ต้องห้าม
(24ม.ค.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการป้องกันการทุจริตของรัฐวิสาหกิจ เรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหรือบุคคลดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรือวางแผนโครงการของส่วนราชการ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) คือ ห้ามผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ผู้ใดเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ และหรือนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้นเกินกว่า 3 แห่ง ให้ดำเนินการภายใน 90 วัน
ทั้งนี้ที่ประชุมครม.ห้าม 14 องค์กรจ่ายสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนในการดำรงตำแหน่งกรรมการรัฐวิสาหกิจ ค่าเบี้ยกรรมการ เฉลี่ย 8,000-10,000 บาทต่อเดือน , ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานที่สามารถเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้แก่คู่สมรส หรือผู้ติดตาม และเงินโบนัสประจำปี ที่กำหนดการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปี 3% ของกำไรประจำปี หรือประมาณไม่เกินคนละ 6 หมื่นบาท
"บางกรณีกรรมการรัฐวิสาหกิจบางแห่ง ไปดูงานประเทศอังกฤษ หรือ เยอรมัน ได้นำผู้ติดตามเป็นคู่สมรสไปด้วย แล้วเบิกค่าใช้จ่ายเป็นค่าเช่าที่พักแยกต่างหาก ทั้งที่พักห้องเดียวกัน ดังนั้นควรขจัดกิจกรรมที่ถือว่าเป็นการทุจริตใน ตำแหน่งหน้าที่" นายศุภชัย กล่าว
สำหรับรายชื่อ 14 องค์กรที่กำหนดข้อบังคับและหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ โดยอนุญาตให้นำคู่สมรสหรือผู้ติดตามเดินทางไปดูงานต่างประเทศและให้เบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เช่นเดียวกัน ประกอบด้วย บริษัทท่าอากาศยานไทย , สถาบันการบินพลเรือน , บริษัท ทีโอที , องค์การสุรา , กรมสรรพสามิต , โรงพิมพ์ตำรวจ , สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล , การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , ธนาคารกรุงไทย , ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ , บริษัทกฎหมายกรุงไทย , บริษัท พี ที ที โพลิเมอร์ มาร์เก็ตติ้ง และ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม. มอบหมายให้ ป.ป.ช.ไปจัดทำรายละเอียดว่าองค์กรใดบ้างที่ควรห้ามผู้มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักหรือเทียบเท่าขึ้นไป ในส่วนราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย รองหรือผู้บริหารสูงสุดในรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุม กำกับ ทั้งด้านนโยบายและด้านการปฏิบัติ (Regulator) เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค และมีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไรรวมอยู่ด้วย
นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับกรณีตัวแทนอัยการสูงสุดที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ครม.เห็นว่ากระทรวงการคลัง สามารถให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการรัฐวิสาหกิจได้ เนื่องจากทางสำนักงานกฤษฎีกาเห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญและยังมีความจำเป็นที่ในการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย หรือเว้นแต่บางรัฐวิสาหกิจอาจไม่แต่งตั้งตัวแทนอัยการสูงสุดเป็นกรรมการได้ และทาง ครม.ได้มอบหมายให้ ป.ป.ช.ไปศึกษาเป็นรายกรณีว่าบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งใดบ้างที่ควรจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่ ป.ป.ช.เสนอ



