
วุฒิรับหลักการร่างพ.ร.บ.ออกคำสั่งเรียกของกมธ.
วุฒิสภารับหลักการร่างพ.ร.บ.ออกคำสั่งเรียกของกมธ. หลัง ส.ว. ติง กมธ.มีอำนาจมากไปอาจใช้กลั่นแกล้ง ส.ว.กำแพงเพชร แฉ สมัยเป็นผู้ว่าฯเคยโดนเรียกมาข่มขู่
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 24 มกราคม มีน.ส.ทัศนา บุญทอง รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ส.ว.ได้อภิปรายหลากหลาย โดยส่วนหนึ่ง อาทิ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา เห็นว่า กฎหมายฉบับนี้จะทำให้กมธ.มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการตรวจสอบ เพราะตอนนี้กมธ.เหมือนยักษ์ไม่มีกระบอง เรียกใครมาชี้แจงก็ไม่มา ส่วนที่เกรงว่า หากกมธ.มีอำนาจมากขึ้น ควรแก้ไขโดย เปิดให้มีการฟังการประชุมหรือถ่ายทอดการประชุมอย่างเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจ และควรบัญญัติบทที่ว่าด้วยความรับผิดชอบในการใช้อำนาจให้ชัดเจน
ขณะที่ส.ว.อีกส่วนหนึ่ง นำโดย นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา แสดงความไม่เห็นด้วยในเนื้อหาสาระที่ เพิ่มอำนาจกมธ.มากไป อาจทำให้มีอำนาจล้นฟ้า สุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เกรงว่า จะกลายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกัน โดยเฉพาะการเมืองไทยที่แบ่งขั้วแบ่งสีชัดเจน กฎหมายฉบับนี้จึงไม่เหมาะกับสังคมไทย ทั้งนี้ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าสภาไทย คิดอะไรไม่ออกก็ออกกฎหมาย แทนที่จะแก้ปัญหา กลับทำให้อีกปัญหาหนึ่งตามมา เช่นเดียวกับ นายกฤช อาทิตย์ แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร กล่าวว่า กฎหมายนี้ให้อำนาจมาก ส่วนราชการก็ถูกเรียกมาบ่อย จนมีการตัดพ้อมาว่า ถูกข่มขู่ ตนเคยถูกข่มขู่ครั้งเมื่อเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาก่อน และการส่งหนังสือเรียกของกมธ.ยังกำหนดกระชั้นชิดซึ่งเป็นเวลาที่ไม่สามารถทำเอกสารมาชี้แจงได้ทัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังอภิปรายอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมมีมติรับหลักการด้วยคะแนน 86 ต่อ 5 งดออกเสียง 2 เสียง และตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจำนวน 27 คน กำหนดแปรญัตติภายใน 7 วัน



