
รวบเขมรมุสลิมขนครีมทาผิวอันตรายเข้าไทย
ทหารพรานค้นเข้ม พบเขมรมุสลิมลอบขนครีมลอกผิวอันตรายจำนวนมากลงชายแดนใต้
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 ม.ค. 54 ขณะที่ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ร่วมกับ พ.ต.ท.เสกสรร วัฒนพงษ์ สวญ.สภ.คลองลึก ,พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว และนายสำราญ เดชศรี จนท.ด่านอาหารและยา(อย.)อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำกำลังตั้งจุดตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบชาวเขมรจำนวนมากกว่า 100 คน เดินลากและแบกกระเป๋าเสื้อผ้า ข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย เมื่อถึงจุดตรวจ จนท.จึงทำการตรวจสอบพบว่าเป็นชาวเขมรรวมทั้งหมด 127 คน โดยเป็นแรงงานชาวเขมรที่จะเดินทางไปทำงานที่โรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยตามข้อตกลง MOU จำนวน 79 คน ส่วนอีก 48 คน เป็นชาวเขมรมุสลิม จะเดินทางไปชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ของไทย จนท.จึงทำการตรวจค้นอย่างละเอียดเกรงลักลอบนำสิ่งผิดกฏหมายเข้ามาในประเทศไทย
โดยนำมาตรวจค้นภายในกองร้อยทหารพรานที่ 1206 ฯ ซึ่งจากการตรวจค้นพบครีมเบ๋าดั๋ม ซึ่งเป็นครีมลอกผิวอันตรายผลิตในประเทศเวียตนาม จำนวนมากบรรจุในกระปุกพลาสติคใส ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จำนวนกว่า 50 กระปุก น้ำหนักรวมประมาณกว่า 15 กก.ซุกซ่อนมาในกระเป๋าเสื้อผ้าของชาวเขมรมุสลิมคนละ 2-3 กระปุก เมื่อ จนท.นำตัวอย่างครีมลอกผิวมาตรวจสอบ พบว่าครีมดังกล่าวมีส่วนผสมของสารตะกั่วและสารปรอท ซึ่งเป็นสารอันตราย ห้ามนำมาเป็นส่วนผสมของครีมทาผิว จนท.จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมดเพื่อนำไปตรวจสอบทางวิทยาศาตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบถามชาวเขมรมุสลิมอ้างว่านำไปใช้เองบางคนบอกว่าจะนำไปฝากญาติที่ทำงานอยู่บริเวณชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และ ประเทศมาเลเซีย
ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ. 1206 กล่าวว่า ครีมเบ๋าดั๋ม หรือครีมลอกผิวขาวของเวียตนามที่ตรวจยึดไว้ จากการร่วมตรวจสอบกับ จนท.ด่านอาหารและยาอรัญประเทศ(อย.) ทราบว่าเป็นครีมอันตราย ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีลูกสาวของ ร.ต.อ.ตำรวจตะเวณชายแดนของกัมพูชา นำครีมเบ๋าดั๋ม ไปทาตัวเพื่อลอกผิวเตรียมเข้าพิธีแต่งงาน และได้เสียชีวิตในประเทศไทย ซึ่งแพทย์ระบุการเสียชีวิตว่าตับวายเนื่องจากใช้ครีมดังกล่าวโดยสารตะกั่วและสารปรอทที่เป็นส่วนผสมในครีมเข้าไปทำลายตับจนทำให้ตับวาย ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว ซึ่งประเทศไทยได้ห้ามนำเข้าครีมชนิดนี้
คาดว่าชาวเขมรมุสลิมซุกซ่อนเข้ามาเพื่อนำไปขายให้พรรคพวกที่ประเทศมาเลเซีย และชายแดนภาคใต้ของไทย โดยแบ่งกันซุกซ่อนเข้ามา ซึ่ง จนท.ได้ทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมดพร้อมทั้งถ่ายรูปทำประวัติไว้ก่อนอนุญาตให้เดินทางต่อไปได้ เนื่องจากชาวเขมรมุสลิมทั้ง 48 คน มีพาสปอร์ตและเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง



