ข่าว

รายงาน-กองทัพวาง3แผนพร้อมรับม็อบทุกรูปแบบ

รายงาน-กองทัพวาง3แผนพร้อมรับม็อบทุกรูปแบบ

08 เม.ย. 2552

การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 เมษายนของคนเสื้อแดงตามบัญชาของ ทักษิณ ชินวัตร เพื่อแตกหักกับรัฐบาล และที่คนเสื้อแดงเรียกขานกันว่า อำมาตยาธิปไตย นั้นใครต่อใครต่างก็พากันวิตกว่า เอาเข้าจริงแล้วกำลังตำรวจที่วางเอาไว้ จะรองรับคนเรือนแสนได้หรือไม่

ถ้อยแถลงของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ยืนยันความเป็นเอกภาพของกองทัพ ตำรวจ และพลเรือน ดูจะทำให้อุ่นใจ ไม่หวาดผวากับเกมเผาบ้านชิงเมือง ได้ระดับหนึ่ง

 แต่ก็นั่นแหละ หากตำรวจเอาไม่อยู่ กองทัพจะขยับอย่างไร ยังคงเป็นที่ค้างคาใจของประชาชนคนทั่วไป

 สำหรับกองทัพเตรียมแผนรองรับ สถานการณ์ไว้ 3 ขั้นตอน

 แผนแรก ส่งกำลังไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ตามแผน “อาร์มทอง” จำนวน 21 กองร้อย (3,000 นาย) ใช้วิธีสนธิกำลังจากกองทัพภาคที่ 1 ทั้งกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.2 รอ.) กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศ (พล.ปตอ.) มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ให้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการควบคุมเหตุการณ์

 ส่วนการรักษาความปลอดภัยบริเวณบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จะแบ่งออกเป็น 2 โซน โดยโซนภายนอกจะใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.สามเสน จำนวน 1 กองร้อย

 ส่วนบริเวณโซนพื้นที่ชั้นในจะใช้กำลังทหารจากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน 4 รอ.) และกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1รอ.) รวมถึงจะมีกำลังเสริมจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ) อีกจำนวน 1 หมวด

 ขณะที่กองทัพเรือได้สนับสนุนกำลังจากกองร้อยรักษาความสงบ 6 กองร้อย กองทัพอากาศยังคงใช้กำลังสนับสนุน 2 กองร้อยเท่าเดิม เพื่อสนับสนุนกำลังภายในทำเนียบรัฐบาลหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 1 ยังได้เตรียมกำลังจำนวน 15 กองร้อย เพื่อรักษาพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และป้องกันการยึดสนามบินเหมือนครั้งสมัยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 กองทัพยังได้ประสานกับตำรวจตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อ “สกัดกั้น” กลุ่มคนเสื้อแดงที่จะเข้ามาร่วมตัวกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้แม่ทัพภาคแต่ละภาคจัดกำลังเข้าไปสนับสนุน

 แผนสองคือ ทางกองทัพกลัวว่าแผนสกปรกกลุ่มชุมชุน จะสถานการณ์โดยการยิงกันเอง แล้วใช้วิธีแห่ศพ เพื่อเรียกร้องความชอบธรรม ให้นายกรัฐมนตรี รับผิดชอบโดยการลาออกหรือยุบสภา   

 แผนสาม คือเมื่อสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้น ถ้าถึงขั้นเหตุเผาบ้าน-ป่วนเองแล้ว ก็จะใช้ยุทธศาสตร์ "ดาวกระจาย" ไปทำเนียบองคมนตรี (วังสราญรมย์) บ้านองคมนตรีอีก 18 คน สวนจิตรลดา และสถานที่สำคัญต่างๆ

 ถ้าขั้นนี้ รัฐบาลกับกองทัพเตรียมที่ใช้กฎหมายพิเศษ เป็นระดับชั้นความจำเป็น เริ่มแรกคือ การใช้กฎหมายก่อความไม่สงบในบ้านเมือง ถ้ามีทวีรุนแรงมากขึ้น พ.ร.ก.ฉุนเฉิน และกฎอัยการศึก  

 ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ วิตกกังวลสถานการณ์มาก ถึงกับตั้งวงสนทนาอย่างเตรียมความพร้อมเรียกประชุม “มอร์นิ่งบีฟ” ของกองทัพบก ได้กำชับกำลังพลให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด การเคลื่อนไหวเตรียมความพร้อมของกองทัพครั้งนี้ ดูจะมั่นใจไม่ใช่เกี่ยวกับมาตรการการดูแลความปลอดภัยในวันที่ 8 เมษายนนี้

 แต่ก็ยังมีความหวั่นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะสร้างสถานการณ์ก่อเหตุรุนแรงขึ้นมา เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงมีการตั้งเป้าในการ “ล้มอำมาตยาธิปไตย” ภายใน 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-9-10 เมษายนนี้ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เนิ่นนานจะยิ่งทำให้ กลุ่มคนเสื้อแดง “เพลี่ยงพล้ำ” เพราะกลุ่มเสื้อแดงรู้ว่า “รัฐบาล-กองทัพ-ตำรวจ” ได้มีการ “ซ้อนแผน” เล่นงานกลับกับกลุ่มคนเสื้อแดงหลังจากเทศกาลสงกรานต์นี้

ทีมข่าวความมั่นคง