ข่าว

"มาร์ค"กล่อมพรรคร่วมอย่ากลัวยุบสภา

"มาร์ค"กล่อมพรรคร่วมอย่ากลัวยุบสภา

24 ม.ค. 2554

แกนนำพรรคร่วมร่วมงานเลี้ยงรวมพลังสร้างสรรค์ประเทศไทยอย่างพร้อมเพียง "อภิสิทธิ์" วอนอีก 4 เดือนใจต้องเป็นหนึ่งเดียว ขอให้ยิ้มรับหากมีการยุบสภา

(24ม.ค.)  ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเจ้าภาพจัดงานรวมพลังสร้างสรรค์ประเทศไทย  ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงดนตรีขับกล่อมผู้มาร่วมงาน โดยฉากหลังเวทีเป็นที่น่าสังเกตว่า ได้มีโลโก้ของพรรคการเมืองต่างๆ รวม 7 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย เพื่อแผ่นดิน มาตุภูมิ รวมชาติพัฒนา ชาติไทยพัฒนา และกิจสังคม

 เมื่อถึงเวลา 18.000 น. พรรคร่วมรัฐบาลต่างทยอยเดินทางร่วมงาน เริ่มจากพรรคภูมิใจไทยนำโดย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทยและหัวหน้าพรรคฯ นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ นายศุภชัย โพธิ์สุ นายศุภชัย ใจสมุทร พรรคชาติไทยพัฒนานำทัพโดย นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และหัวหน้าพรรคฯ พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกฯและประธานที่ปรึกษาพรรคฯ

 พรรคเพื่อแผ่นดิน นำโดยนายไชยยศ จิรเมธากรณ์ รมช.ศึกษาธิการ นายนรพล ตันติมนตรี ส.ส.เชียงใหม่ สำหรับพรรครวมชาติพัฒนานำโดย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรคฯ นายประดิษฐ์และนายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส่วนพรรคมาตุภูมิมีนายมั่น  พัธโนทัย รมช.คลัง ส่วนพรรคกิจสังคมนำโดยนายวารุจ ศิริวัฒน์ ส.ส.อุตรดิตถ์ นายสมเจตน์ ลิมปพันธ์ ส.ส.สุโขทัย โดยไม่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคมาร่วมงานแต่อย่างใด

 ทั้งนี้ในการบรรยากาศของงานมีการจัดที่นั่งจำนวน 42 โต๊ะ รวม 420 ที่นั่งทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดมี 265 คน โดยมีการเตรียมเมนู ออฟเดิร์ฟเย็น 4 อย่าง ตามมาด้วยอาหารหลักหูฉลามน้ำแดง เป็ดปักกิ่ง ไก่อบเกลือ ผัดผักสองสหาย ราดหน้าเนื้อปู ปลากระพงนึ่งซีอิ๊วฮ่องกง ข้าวผัดกวางตุ้ง ตบท้ายด้วยของหวานสาคูแคนตาลูป มีการแสดงของโจนัสและคริสตี้ แอนเดอร์สัน มาขับกล่อมเสียงเพลงและการแสดงมากมาย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 19.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงงานโดยมีนายสุเทพให้การต้อนรับอยู่หน้าห้องโดยนายกฯได้นั่งร่วมโต๊ะกับนายสุเทพ นายชวรัตน์ พล.ต.สนั่น นพ.วรรณรัตน์ นายชุมพล นายประดิษฐ์และนายมั่น ทั้งนี้บรรยากาศก่อนเริ่มงานที่บรรดาแกนนำเดินทางมาถึงนั้น พล.ต.สนั่นเดินทางมาถึง และได้พูดคุยและโผเข้ากอดกับนายสุเทพ เช่นเดียวกับนายชุมพลที่เมื่อมาถึงนายสุเทพก็โผเข้ากอดเช่นเดียวกัน ส่วนนายชวรัตน์นั้นเมือมาถึงด้านหน้าห้องจัดงานนายสุเทพได้กล่าวว่า “ ผมอยากเดินไปรับพี่ที่หัวกะไดแต่น้อง ๆ นักข่าวบอกให้รอตรงนี้ ชีวิตไม่มีอิสระภาพ ต้องทำตามคำสั่งเขา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับจำนวนบุคคลที่เข้ามาร่วมงานนั้นปรากฏว่าถือว่าบางตาอย่างเห็นได้ชัด โดยมีส.ส.นั่ง 30 โต๊ะ นอกนั้นเป็นโต๊ะของสื่อมวลชน คณะทำงาน ผู้ติดตาม แต่ทั้งนี้ก็ยังมีโต๊ะเหลือจำนวน 8 โต๊ะ

 ทั้งนี้นายไชยยศ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ปฏิเสธกรณีที่นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำเพื่อแผ่นดินกลุ่ม 3 พี นัดเลี้ยง ส.ส.ของพรรคที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ โดยระบุเพียงว่าไม่ทราบ ส่วนส.ส.ของพรรคจะเข้าร่วมงานเลี้ยงของพรรคร่วมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ

 นายประจักษ์ กล่าวว่า ในส่วนของส.ส.พรรคภูมิใจไทยมีการหารือประเด็นการสนับสนุนการแก้รธน.วันพรุ่งนี้ในระหว่างที่มีการประชุมสภาเพื่อแก้รธน.  โดยเบื้องต้นให้อิสระกับส.ส. ตัดสินใจแต่เท่าที่ฟังเสียงจนถึงขณะนี้มีสส. 80-90 เปอร์เซ็นต์จะเลือกสูตร 400+100   ทั้งนี้   พรรค ยังยืนยันจะได้ระบบเขตเดียวเบอร์เดียว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยืนยันว่าอยากได้เขตสูตรเดียวเบอร์เดียวจะยอมในส่วนของจำนวนส.ส.ให้พรรคประชาธิไตย์หรือไม่   นายประจักษ์กล่าว่า คงต้องคุยกันอีกครั้งพรุ่งนี้

มาร์คกล่อมพรรคร่วมอย่ากลัวยุบสภา

 เมื่อเวลา 20.15 น. นายอภิสิทธิ์  กล่าวบนเวทีว่า ตนขอขอบคุณวิปรัฐบาลในสมัยประชุมที่ผ่านมา ที่ทำงานหนักจริงและพยายามให้การทำงานในสภาราบรื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตนทราบดีว่าอีกซีกหนึ่งของสภาเขามีแนวทางชัดเจนในการนับองค์ประชุมทุกครั้ง ตนจึงอยากจะบอกว่าการเปิดสมัยประชุมพรุงนี้ ต้องบอกกับเพื่อนๆว่าเราต้องทำงานหนักไม่แพ้สมัยแรกและต้องทำงานหนักมากขึ้น เพราะเป็นปีสุดท้ายของสภาชุดนี้ ซึ่งเราต้องพยามทำงานผ่านกฎหมายแต่ละฉบับซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเรากันเองอยากให้กฎหมายออกมาเพื่อให้ประชาชนรับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล

 “ผมขอความร่วมมือทุกท่าน 4 เดือนจากนี้เราจะต้องทุ่มเททำงาน โดยขอให้ความร่วมมือกับวิป เพราะวิปจะเก็บสถิติไว้หมด ผมอยากให้รัฐมนตรีที่มาและหัวหน้าพรรคทุกพรรคกำชับคนในพรรคให้มาร่วมประชุม ขอให้ทุกคนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศในช่วงสมัยประชุม และไม่ใช่แค่ไม่ไปต่างประเทศอย่างเดียว เพราะการมาลงมติและตอบกระทู้มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งผมจะช่วยวิปทำงานอีกทาง” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า

 ขอเรียนว่าผ่านมาสองปีกว่า หลายคนแทบไม่เชื่อว่าจะอยู่ถึงสองปี แต่เราได้ทุ่มเททำงานกอบกู้วิกฤติปัญาที่สุดทั้งเศรษฐกิจ และประคับประคองสถานกาณ์การเมืองและเดินหน้าเต็มที่ ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้าย แต่ท่านไม่ต้องคาดคะเนอะไรมาก ตนเชื่อว่าคนเป็นผู้แทนไม่กลัวการยุบสภาหรอก

 “ผมเห็นยิ้มกันทั้งนั้น คงไม่กลัวหรอกว่าจะยุบสภา แต่คงกลัวสอบตก” นายอภิสิทธิ์ กล่าวโดยที่มีส.ส.ในงานเลี้ยงต่างพากันส่งเสียงเฮและหัวเราะ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ท่านไม่ต้องกลัวเพราะถ้าท่านทำงานมีผลงานไปให้พี่น้องได้เห็น ดังนั้นสี่เดือนข้างหน้าเราจะทำงานเต็มที่ แต่เรารอกฎหมายออกมา เพราะหากออกมาประชาชนก็จะเห็นว่าสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ “ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้บอกว่าจะยุบเมื่อไร แต่พวกเราทุกคนคงพ้รอมที่จะทำงานอย่างดีที่สุด ผมขอความร่วมมือในการประชุมสภาที่อาจจะดึกกว่า ผมขอให้พร้อมเพรียงทำงาน อะไรที่ทำงานติดขัดในส่วนของรัฐบาลก็ขอให้บอกพวกเรามา"

 นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนให้ความสำคัญกับสภาไม่เพียงแต่ตอบบกระทู้ถามเท่านั้น แต่ในส่วนของกฎหมายฉบับต่างๆ ตนสั่งให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เร่งดูให้หมดว่าที่รออยู่นั้นเพราะรอคำรับรองของตน หรือเพราะกฤษฎีกาช้า เพราะหากฉบับไหนที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลก็จะส่งให้ไปอยู่ในสภา

 “เพื่อให้เกียรติกับเพื่อนส.ส. และหลายฉบับที่เสนอแตกต่างกับรัฐบาล กรรมาธิการก็ต้องเปิดให้ใจกว้าง ไม่ใช่ดูแค่ร่างของรัฐบาลเท่านั้น ทั้งนี้ผมขอบคุณในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ขอให้รักษามาตรฐานการทำงานเพื่อประชาชนให้มากที่สุด และทำงานปีสุดท้ายให้ประชาชน ผมมั่นใจว่าเราจะได้ทำงานร่วมกันอีกไม่ใช่แค่สองสามปีนี้ข้างหน้า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อนายอภิสิทธิ์พูดจบบรรดาผู้ร่วมงานต่างพากันปรบมือ ขณะที่โต๊ะของแกนนำพรรคร่วมด้านล่างนั้น นายสุเทพได้ชนแก้วกับหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคร่วม แล้วนายอภิสิทธิ์ก็กลับมานั่งที่ จากนั้นนายกฯและแกนนำทั้งหมดก็พากันเดินทางกลับ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลไปหมดแล้วนั้น เวลา 20.45 น. นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหัวหน้าพรรคกิจสังคมก็เพิ่งเดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน

"ชุมพล"ยืนยันชพน.หนุนเขตเดียวเบอร์เดียว

 นายชุมพล กล่าวว่า หากจำเป็นต้องเลือกประเด็นใดประเด็นหนึ่ง พรรคชอบระบบเลือกตั้งส.ส.เขตเดียวเบอร์เดียวมากกว่า เมื่อถามว่าหากที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบสูตรส.ส.ที่ครม.เสนอและพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนจะทำอย่างไร นายชุมพลกล่าวว่า หากออกมาแบบนั้นก็ไม่ขัดข้องเป็นเรื่องของที่ประชุมรัฐสภาซึ่งมีทั้งส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านและส.ว.ด้วย  ต้องเป็นไปตามมติที่ประชุมรัฐสภา
 
 เมื่อถามว่าหากที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลในค่ำวันนี้ เห็นชอบกับสูตรที่ครม.และพรรคประชาธิปัตย์เสนอ นายชุมพลกล่าวว่าตนไม่ทราบ ต้องไปคุยดันที่โรงแรมพลาซา แอทธินี จุดยืนของพรรคนั้นพรรคเชื่อในสิ่งที่พรรคเสนอไป แต่พร้อมรับฟังหากมีเหตุผลที่ดี รัฐสภาเห็นด้วยก็ตกลง  

 เมื่อถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลสามารถคุยกันได้ นายชุมพลกล่าวว่า คุยได้ แต่ในรัฐสภานั้นต้องคุยกับส.ว.ด้วยและต้องเป็นไปตามเสียงโหวต

ปธ.วิปรบ.เชื่อประชุมแก้รธน.วันเดียวเสร็จ  

เมื่อเวลา 12.30 น. นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฏร(วิปรัฐบาล) แถลงข่าวหลังการประชุมว่าในการประชุมวันนี้มีการพิจารณาระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาที่จะมีในวันที่ 25 ม.ค. และพิจารณาระเบียบวาระการประชุมสภาฯในวันที่ 26 -27 มค    โดยที่ประชุมได้รับทราบถึงความจำเป็นต้องนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้ามาสู่ระเบียบวาระการประชุม ในวันที่ 25 ม.ค. เพราะทราบว่าจะมี ส.ว.สรรหาจะครบวาระในวันที่ 18 ก.พ. และส.ว.สรรหาบางส่วนมีข่าวว่าจะประกาศลาออก ฉะนั้นอาจจะมีผลทำให้ต้องการมีการส่งไปตีความว่าส.ว.ที่เหลือ และมีจำนวนไม่ถึง 95% จะสามารถเป็นองค์ประชุมวุฒิสภาได้หรือไม่ และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหา จะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญยืดเยื้อและอาจเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลขาดความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอคนนอก วิปรัฐบาลจึงเห็นด้วยกับทางประธานรัฐสภาในการจัดการประชุมร่วมในวันที่ 25 ม.ค.

 นายวิทยา กล่าวต่อว่า ที่ประชุมมีการหยิบยกกฎหมายที่ละส่วนมาพิจารณา อาทิ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ตามที่คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขไปหลายวรรค และมีสมาชิกสงวนคำแปรญัตติ 10 กว่าคน โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นว่า มีความเห็นตามเสียงข้างมาสของกรรมาธิการฯที่แก้ไขไป ส่วนมาตรา 93 - 98 ที่ประชุมได้หารือถึงกระบวนการลงคะแนนมติต่างๆเนื่องจากในวันที่ 25 ม.ค. การประชุมร่วมรัฐสภา มีส.ส.ใหม่ 5 คนที่ยังไม่ได้ปฏิญาณตน และตามข้อบังคับการประชุมสภา ส.ส.ทั้ง 5 คนต้องปฏิญาณตนก่อนร่วมประชุมสภา ดังนั้นส.ส.ใหม่ทั้ง 5 คนดังกล่าว จะไม่มีสิทธิในการอภิปราย โดยส.ส. 5 คน ประกอบด้วยนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์   ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย , นายศุภรักษ์ ควรหา ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย , นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคชาติไทยพัฒนา , ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย , นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์   และการโหวตลงคะแนน องค์ประชุมของส.ส. ทั้งหมด จะเหลือ 470 คน และส.ว. 150 คน รวมจะมีสมาชิกทั้งหมด 620 คนกึ่งหนึ่งคือ 310 คน    

           นายวิทยา กล่าวต่อว่า ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนกระบวนการในการที่จะมีการลงมติกันแล้วนั้น ทุกส่วนมีความเห็นว่า ให้แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลกลับไปประชุมในบ่ายวันนี้( 24 ม.ค.) ถึงกระบวนการในการแปรญัตติว่า พรรคใดที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก และพรรคใดที่มีสมาชิกแปรญัตติแล้วอาจจะมีมากกว่า 1 คน หรืออาจจะมีหลายแนวทาง ให้ไปปรับไปในทิศทางเดียวกัน และถ้าสามารถเป็นไปตามร่างที่รัฐบาลนำเสนอได้จะเป็นการดี   ส่วนการนัดรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลในค่ำวันนี้นั้น   ก็จะได้กำชับทุกพรรคว่า เนื่องจากการประชุมรัฐสภามีความจำเป็นและการลงมติต่างๆนั้นประชาชนจับตา มองอยู่ ขอให้ทุกพรรคไปเตรียมความพร้อมสมาชิกพรรคในการเข้าร่วมประชุมรัฐสภา

  นายวิทยากล่าวว่า การประชุมร่วมของรัฐสภาจะให้มีการประชุมต่อเนื่อง เพราะเมื่อพิจารณาผู้แปรญัตติแล้วก็น่าจะอยู่ในระดับที่ประธานฯสามารถควบคุม กำชับให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน เพื่อวันที่ 26 ม. ค.ทางสภาฯจะได้พิจารณาในเรื่องกฎหมาย ต่อ โดยเรื่องที่จะมีการพิจารณาประกอบด้วยร่างพ.ร.บ.การปรับเป็นผู้ประกันตน ฉบับที่ พ.ศ... ร่างพ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับที่ พ.ศ... และร่างพ.ร.บ.การจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   สำหรับตารางเปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)พ.ศ...ตามที่ครม.เป็นผู้เสนอกับร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่..)กับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นผู้เสนอที่จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวันที่ 25 ม.ค.นี้พบว่า   วิปรัฐบาลได้สรุปเป็นรายงานไว้ดังนี้

 มาตรา 190 ร่างที่ครม.เสนอคือ 1 .หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยฯ ครม.ไม่ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ไม่ต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ และก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน   ครม.ไม่ต้องให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญา และครม.ไม่ต้องแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และประชาชน   2. ในวรรคสาม หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อย่างกว้างขวางฯต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ 3 ไม่กำหนดกรอบเวลาการพิจารณาของรัฐสภา

 ขณะที่ร่างที่กมธ.เสนอเหตุผลการแก้ไขคือ 1. ควรแก้ไขโดยยึดตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 จึงต้องรวมความในวรรคสองและวรรคสามเข้าด้วยกัน มีผลทำให้หนังสือสัญญาใดที่มีบทบาทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยฯ ครม.ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น   ต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ และก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน ครม.ครม.ต้องให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญา และครม.ต้องแก้ไขหรือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และประชาชนด้วย ซึ่งเป็นการร่างกฎหมายที่ได้ความกระชับ ได้ใจความและสะดวกต่อการทำความเข้าใจ รวมทั้งนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์   ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ข้ดข้องหากจะรวมความในวรรคสองและวรรคสามเข้าด้วยกัน

 2. ให้ตัดความ “ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ” เพื่อให้กฎหมายสามารถนำไปบังคับใช้ได้ทันที 3 .กำหนดให้รัฐสภาต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 60 วันเช่นเดิมเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า 4. ให้ มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดประเภท กรอบการเจรจา ขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางฯ 5. ให้ใช้ความว่า “ กรอบการเจรจา ” เพื่อให้สอดคล้องกับความในวรรคสี่ และให้ใช้ความว่า   “ แก้ไขหรือเยียวยา ” เพื่อให้สอดคล้องกับความในวรรคห้าและความอื่น ให้ยึดถือตามมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550     6. เพิ่มความในวรรคหก “ หรืองบประมาณของประเทศ ” เพื่อให้สอดคล้องกับความในวรรคสองที่ได้แก้ไขแล้ว ทำให้สามารถกำหนดรายละเอียดในกฎหมายลูกได้   ทำให้ไม่ต้องนำเสนอทุกเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา 7. ความในวรรคเจ็ดให้แก้ไขตามความในมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

 ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร มาตรา 93 -98 ที่ร่างของคณะรัฐมนตรีกับร่างของคณะกรรมาธิการตรงกันคือให้ส.ส.เขตมีจำนวน 375 คนและส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน ให้เหตผุลการแก้ไขไว้ว่า เพราะคณะกรรมาธิการต้องการให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นว่าในกรณีมีเหตุการณ์ ใดๆ เกิดขึ้นทำให้ส.ส.ไม่ครบจำนวน 500 คน เช่นศาลรธน.มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติของส.ส.หรือคณะกรรมการการ เลือกตั้งวินิจฉัยให้มีการเลือกตั้ใหม่ในเขตเลือกตั้งใดเขตเลือกตั้งหนึ่ง เป็นต้น หากมีจำนวนส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมด ให้ถือว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรที่มีอยู่นั้นเป็นสภาผู้แทนราษฏรสามารถ    ที่จะดำเนินการตามบทบาทอำนาจหน้าที่ได้ เช่นการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฏรเป็นครั้งแรกเป็นต้น แต่บทบัญญัติเกี่ยวกับจำนวนส.ส.ตามร่างที่แก้ไขนี้จะใช้เฉพาะกรณีที่มีการ เลือกตั้งส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น เพราะหากใช้กับการเลือกตั้งทุกครั้งเช่นการเลือกตั้งซ่อมจะทำให้มีปัญหาใน เรื่ององค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฏรอย่างมาก