ข่าว

แกนนำพธม.16จ.ใต้เปิดใจความเห็นต่างแยกเดิน

แกนนำพธม.16จ.ใต้เปิดใจความเห็นต่างแยกเดิน

24 ม.ค. 2554

"สุนทร รักษ์รงค์"แกนนำพันธมิตร 16 จังหวัดภาคใต้ ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ยอมรับแยกทางเดินร่วมพันธมิตรฯ ชั่วคราว เหตุความเห็นแตกต่าง มั่นใจเดินตามกรอบ"พหุเอกาสังคม"หลังก้าวผ่านความขัดแย้งสีเสื้อ

(24 ม.ค.) นายสุนทร รักษ์รงค์ ผู้ประสานงานเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ในฐานะผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคใต้ 16 เปิดเผยว่า ในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันพรุ่งนี้ ตนเองอาจไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด เนื่องจากมีภารกิจหลักต้องเดินหน้าภารกิจของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ เพื่อช่วยเหลือและติดตามกรณีนายไชยวัฒน์ แต่อาจมีสมาชิกเครือข่ายจำนวนหนึ่งเข้าร่วมกับพันธมิตรฯ

 นายสุนทร ได้กล่าวชี้แจงว่า การไม่เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯไม่ได้หมายความว่ามีความแตกแยกกัน แต่มีความคิดเห็นบางประเด็นที่แตกต่างกันทำให้มีความจำเป็นที่ต่างฝ่ายต้องออกมาทำตามหน้าที่ของตน โดยเชื่อว่าภายใต้ความแตกต่างกันนั้นจะดำเนินการเป็นไปในลักษณะ"แยกกันเดิน ร่วมกันตี" และหากมีความคิดเห็นและประเด็นใดที่มองตรงกันก็พร้อมที่จะเคียงข้างกันไป

 "ยอมรับว่าเราความเห็นของสมาชิกเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติบางประเด็นมีความแตกต่างจากแนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้ทุกฝ่ายเลือกที่จะเดินตามรอยที่ตนเองถนัด ซึ่งไม่ได้หมายถึงเราต้องแตกแยกกันตลอดไป โดยเชื่อว่าสมาชิกทั้ง 2 เครือข่ายที่มีมุมมองแตกต่างกันจะเป็นผู้ตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมในเวทีต่างๆเองโดยไม่ได้บังคับ เนื่องจากส่วนตัวผมเองซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ประสานงานฯทั้ง 2 เครือข่ายก็ยังคงไป-มาหาสู่กันเป็นบางช่วงเวลา" นายสุนทร  กล่าว

 ประสานงานเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ กล่าวถึงประเด็นที่มีความเห็นต่างจากกลุ่มพันธมิตรฯว่า  เช่น เครือข่ายฯจะเน้นการชุมนุมแบบอาริยะ คือ เน้นความสงบจะไม่มีการบริจาคใดๆผ่านเวที ไม่มีการพูดคำหยาบและเนื้อหาหลักจะพูดประเด็น ศักดิ์ศรีของ 7คนไทย และที่สำคัญเครือข่ายฯได้ก้าวผ่านความขัดแย้งของสีเสื้อโดยยินดีต้อยรับทุกกลุ่มสีเสื้อเฟื่อปกป้องแผ่นดินไทยแต่ต้องไม่มีแนวคิดล้มเจ้า ภายใต้แนวทาง "พหุเอกาสังคม" หรือเอกภาพในความหลากหลาย

 ขณะที่ประเด็นของเวทีพันธมิตรฯค่อนข้างจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะเนื้อหาหลักบนเวทีที่พันธมิตรจะเน้นเรื่องการถอนตัวออกจากคณะกรรมการมรดกโลก ,ยกเลิก MOU 43  และผลักดันชาวกัมพูชาออกไปจากแผ่นดินไทย โดยมีเรื่อง 7คนไทยที่ถูกจับกุมผนวกเข้ามาเสริมเท่านั้น รวมถึงกรณีการรวมเครือข่ายของกลุ่มเสื้อสี