ข่าว

เลขาฯกรณ์เต้นถูกปลอมนามบัตรไปเบ่ง

เลขาฯกรณ์เต้นถูกปลอมนามบัตรไปเบ่ง

24 ม.ค. 2554

สาวเจ้าของร้านอาหาร ย่านทุ่งสองห้อง โร่แจ้งจับหนุ่มอ้างเป็นรองเลขา รมว.คลังเบ่งกินฟรี - พังร้าน หลังเงินไม่พอใจจ่ายค่าอาหาร ด้านเลขาฯกรณ์เต้นถูกปลอมนามบัตรไปเบ่ง

 วันที่ 24 มกราคม เมื่อเวลา 13.00 น.น.ส.พิมพ์เพชร คูณธนานันทนิษฏ์ อายุ 41 ปี เจ้าของห้องอาหารพิมพ์เพชร ตั้งอยู่เลขที่ 36/5-6 ปากซอยแจ้งวัฒนะ 12 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.พีระวิทย์ เปรมธนารักษ์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกรณีเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีชายแอบอ้างเป็นรองเลขานุการนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามานั่งสุราในร้านแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน อีกทั้งยังทำลายทรัพย์สินในร้านได้รับความเสียหาย โดยมี พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ร่วมทำการสอบปากคำ

 น.ส.พิมพ์เพชรให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 21.00 น.วานนี้ (23 ม.ค.) ได้มีลูกค้าเป็นชายคนหนึ่งขับรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเก้น คาราเวล สีเขียวฟ้า หมายเลขทะเบียน อษ-9565 กทม. เข้ามาที่ร้าน จากนั้นลงมาไล่แจกนามบัตรระบุชื่อนายวัลลภ เพชรวิบูล รองเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายกรณ์ จาติกวณิช) ให้กับเด็กรับรถ และพนักงานคนอื่น ๆ ในร้าน จากนั้นได้นายวัลลภก็มานั่งสั่งเบียร์ไฮเนเก้นดื่มเพียงลำพังอยู่คนเดียว ระหว่างที่นั่งดื่มก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เริ่มมีอาการเมาก็เดินไปมาไม่อยู่นิ่งกับทำแก้วตก แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับใคร

 น.ส.พิมพ์เพชร กล่าวต่อว่า หลังจากเวลาผ่านไปถึงประมาณเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาปิดร้านแล้ว ลูกค้าโต๊ะอื่นก็กลับไปหมด เหลือเพียงนายวัลลภนั่งอยู่เพียงคนเดียว พนักงานของร้านก็เข้าไปขอเช็กบิลเก็บค่าอาหารเป็นจำนวนเงิน 1,690 บาท ประกอบด้วยอาหาร 1 อย่าง และเบียร์ไฮเนเก้น 11 ขวด แต่นายวัลลภก็เปิดกระเป๋าสตางค์ให้ดูว่ามีเงินเพียงแค่ 750 บาท ตนจึงให้ลูกน้องผู้ชาย 2 คน พานายวัลลภออกไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มใกล้ ๆ กับร้าน แต่ปรากฏว่า ตู้ขัดข้องได้เงินมาเพียง 500 บาท เท่านั้น

 "พอกลับมาถึงร้านพนักงานของร้านก็จะพาไปกดเงินที่ตู้อื่น แต่เขาไม่ยอมไปแล้ว พร้อมกับบอกว่า ไม่ไปแล้ว จะจ่ายแค่นี้ ไปกินที่ไหนไม่เคยจ่าย ทำไมต้องจ่ายด้วย แต่พนักงานของร้านก็พูดกับเขาดี ๆ เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหาลูกค้าจ่ายเงินไม่ครบ ก็เลยพาพยายามจะพาเขาออกไปกดเงิน แต่เขาก็ล็อกคอและกระชากคอเสื้อพนักงานอีก จากนั้นเขาก็พูดขู่ว่า พูดไม่รู้เรื่องเดี๋ยวกูยิงเลย ดิฉันเลยเดินไปบอกให้เขากลับไป ทางร้านไม่เอาเงินส่วนที่เหลือแล้ว จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่รถตู้ ดิฉันกับพนักงานก็กลัวว่าเขาจะมีปืนหรือไม่ เลยรีบบอกให้พนักงานปิดไฟปิดประตูร้าน แล้วออกทางหลังร้าน แต่เข้ากลับเดินย้อนกลับมาแล้วกระโดดถีบประตูร้านจนกระจกแตก" น.ส.พิมพ์เพชร กล่าว

 น.ส.พิมพ์เพชร กล่าวอีกว่า หลังจากนายวัลลภพังประตูเข้ามาในร้านได้แล้ว ก็พูดว่า "มีปืนนะ จะยิงนะ" พวกตนก็รีบหนีออกจากร้าน แล้วโทรศัพท์แจ้งหมายเลข 191 ทันที หลังจากนั้นก็มีตำรวจสายตรวจของ สน.ทุ่งสองห้อง มาที่ร้านก่อนจะควบคุมตัวนายวัลลภ มาที่ สน.ทุ่งสองห้อง ระหว่างนั้นนายวัลลภก็ได้โทรศัพท์ติดต่อกับผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกว่าเป็นภรรยาของนายวัลลภ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาให้ตนคุย พร้อมบอกตนว่า "ไม่ต้องพูดอะไรมาก จะเอาเท่าไหร่" แต่ตนก็บอกว่าดึกแล้วให้มีเคลียร์กันที่ สน.ทุ่งสองห้อง แต่หญิงคนดังกล่าวบอกว่า จะให้มาก็ได้แต่ถ้ามาแล้ว ฝ่ายตนจะไม่ได้อะไรไปเลย

 ด้าน พ.ต.อ.พงษ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาแล้ว ก็พบว่าชื่อนามสกุลผู้ต้องหาคือนายวัลลภ เพชวิบูล อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/116 ถนนพระรามที่ 6 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ตรงกับนามบัตรที่ผู้ต้องหาได้ยื่นให้กับทางร้านไว้ ซึ่งหลังสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กับนายวัลลภไปแล้ว โดยข้อหานี้มีอัตราโทษ 3 ปี หากใช้หลักทรัพย์ประกันตัวก็ต้องใช้เงินสด 40,000 บาท แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มี เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซี 7 ยศ พ.ต.ท. คนหนึ่ง เดินทางมาที่ สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมทั้งใช้ตำแหน่งประกันตัวนายวัลลภออกไปแล้ว ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบว่า นายวัลลภ เป็นรองเลขาฯ ของรมว.คลังตามที่กล่าวอ้างไว้หรือไม่ ส่วนความผิดข้อหาอื่นนั้น ต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่าเข้าข่ายความผิดข้อหาอื่นก็จะแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป

 ขณะที่ ร.ต.ท.พีระวิทย์ กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กับนายวัลลภ เพียงข้อหาเดียวก่อน ส่วนข้อหาอื่นนั้น ต้องตรวจสอบเจตนาของผู้ต้องหาว่าเข้าข่ายความผิดข้อหาข่มขู่ทำให้ตกใจกลัวจากการขู่เข็ญหรือไม่ ส่วนเรื่องที่ว่าจะผู้ต้องหาจะแอบอ้างเป็นรองเลขารัฐมนตรีนั้น ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง หากพบว่าเป็นการแอบอ้างจริง ก็จะแจ้งข้อหาแอบอ้างทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบรถตู้คันดังกล่าวพบว่า บริเวณกระจกหน้ารถมีสติกเกอร์ของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ,สติ๊กเกอร์ของกรมทหาราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และสติ๊กเกอร์ของพรรคประชาธิปัตย์

 ด้านนายศิโรตม์ เสตะพันธ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวว่า ได้เดินทางไปสถานีตำรวจ เพื่อรับทราบข้อหาในฐานะเจ้าทุกข์ที่ถูกแอบอ้าง และนำรายละเอียดดังกล่าวมาดูว่านายวัลลภได้นำนามบัตรไปทำอะไรบ้าง หรือไปแอบอ้างที่ไหนอีกที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง และรมว.คลังหรือไม่ โดยชั้นนี้จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปก่อน เนื่องจากมีการทำนามบัตรปลอมด้วย ซึ่งการพิมพ์นามบัตรลักษณะดังกล่าวถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ ซึ่งจะมีความผิดมากกว่าธรรมดาในชั้นของกฎหมายอยู่แล้ว

  อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เช่น มีผู้แอบอ้างว่าเป็นหน้าห้องรมว.คลัง และต้องการขอเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขพิเศษ จากบริษัท แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค แต่ปรากฎว่าทางดีแทคไม่มีเบอร์ที่บุคคลดังกล่าวต้องการ และแจ้งว่า หากต้องการจริง ๆ ให้ทำหนังสือไปยังกทช.เพื่อขอเบอร์พิเศษดังกล่าว ซึ่งเมื่อส่งเรื่องไปกทช.เอะใจ จึงสอบถามกลับมายังหน้าห้องรมว.คลัง ทำให้ทราบเรื่องว่า ไม่เป็นความจริง และมีผู้แอบอ้าง เป็นต้น  

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.30 น. นางวรกร จาติกวณิช ภรรยารมว.คลัง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊ค โดยระบุว่า "ไปแจ้งเพิ่มอีกซักข้อหาดีมั้ยเนี่ย... เพราะ ไม่เคยเห็นหน้า หรือ เคยได้ยินชื่อคนๆ นี้มาก่อนเลยค่ะ ถ้าอยากทราบว่าใครมีตำแหน่ง เป็นเลขานุการหรือรองเลขานุการรัฐมนตรี ก็สามารถเข้าไปดูใน website ของกระทรวงการคลังที่ www.mof.go.th ได้ "

 พร้อมกันนี้ ได้โพสต์รูปตัวอย่างนามบัตรที่ถูกต้องคณะทำงานกระทรวงการคลังด้วย โดยระบุว่า เจ้าของนามบัตรเมื่อกลับมาต้องถูกนายสั่งให้ดำเนินคดีกับคนที่แอบอ้างนี้แน่นอน

 “ถ้าคนที่แอบอ้างเค้าทำงานละเอียดกว่านี้หน่อยก็หาแบบไม่ยากหรอกค่ะ ไม่ต้องมาเอาที่โพสต์ไว้นี่หรอก วัน ๆ เค้าแจกให้คนนั้นคนนี้กันเยอะแยะ แต่เจ้าคนนี้คงไม่มีคราวหน้าอีก เพราะคงจะเป็นบุคคลตัวอย่าง ที่เข้าไปนอนคุกก่อน ใครอยากตามเข้าไปอีกก็แล้วแต่ล่ะค่ะ”