
สัมผัสโรงเรียนบ้านห้วยปลากด ภาพสะท้อนอีกด้านของการศึกษา
โรงเรียนบ้านห้วยปลากด ตั้งอยู่ 7 ต.ทุ่งลูกนก อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เป็นโรงเรียนที่อยู่ติดชายแดนของนครปฐม ติดต่อพื้นที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี และติดต่อพื้นที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นตั้งแต่อนุบาล 1 ไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีท
ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีครูเพียง 2 คนและมีผู้อำนวยการ 1 คน ซึ่งไม่เพียงต่อการดูแลนักเรียนที่มีด้วยกันทั้งหมดถึง 8 ระดับชั้นเรียน ทำให้ผู้อำนวยการและครู 2 คน ต้องร่วมกันแก้ปัญหาด้วยการเฉลี่ยเงินเดือนตัวเองออกมา เพื่อจ้างครูมาสอนเพิ่มอีก 1 คน หลังจากที่โรงเรียนพยายามเสนอเรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณและบุคลากร จากสำนักงานเขตการศึกษาพื้นที่ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง
ด้านการจัดการเรียนการสอน นักเรียนชั้นอนุบาล 1 และอนุบาล 2 ต้องมาเรียนรวมห้องเดียวกัน ชั้น ป.1 และ ป. 2 ก็เรียนร่วมห้องเดียวกัน เช่นเดียวกับ ป.3 มารวมกับ ป.4 และป.5 มารวมกับ ป.6 เพราะความจำกัดของครูผู้สอนที่มีเพียง 3 คน และผู้อำนวยการเองก็ต้องลงมาช่วยสอนนักเรียน แบ่งความรับผิดชอบคนละ 1 ห้องเรียน จึงกลายเป็นชะตากรรมของนักเรียนภายใต้ข้อจำกัด
"ผมมาเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนบ้านห้วยปลากด ตั้งแต่ปี 2534 จนปี 2537 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่ และในปี 2544 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน จนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเวลากว่า 20 ปี แล้วที่ต้องรับภาระอันหนักอึ้ง แต่ก็ต้องพยายามประคับประคองจนมาถึงทุกวันนี้ เริ่มแรกที่เข้ามารับตำแหน่งเป็นครูใหญ่นั้น มีนักเรียนจำนวน 105 คน ครูผู้สอน 5 คน สอนนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงป.6" เฉลิม เมืองนก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยปลากด บอกเล่า
เฉลิมกล่าวว่า ในแต่ละห้องจะมีครูสอนเพียงคนเดียว และเมื่อเวลาครูสอนนักเรียนชั้น ป.1 นักเรียนชั้น ป.2 ก็ต้องคอยฟังไปด้วย และเมื่อครูสอนนักเรียนชั้น ป.2 เด็กชั้น ป.1 ก็ต้องฟังไปด้วยเช่นกัน ซึ่งการเรียนแบบนี้อาจจะทำให้ผู้เรียนไม่มีสมาธิในการเรียนเท่าใดนัก
นัยฤทธิ์ จำเร กำนันตำบลทุ่งลูกนก กล่าวว่า ต.ทุ่งลูกนกเป็นตำบลที่มีพื้นที่กว้างและมีจำนวนประชากรมาก แบ่งออกเป็น 23 หมู่บ้าน มีโรงเรียนในพื้นที่ 9 โรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมาจะพบว่าโรงเรียนเล็กๆ ที่อยู่ติดชายแดน อย่างเช่นโรงเรียนบ้านห้วยปลากดนั้นจะเป็นโรงเรียนที่ถูกละเลยหรือมองข้ามไปกันหมด ทุกคนจะหันไปสนใจแต่โรงเรียนใหญ่ๆ ทำให้นักเรียนเหล่านี้ได้รับความเดือดร้อน ครูก็ไม่เพียงพอ อุปกรณ์การเรียนก็ขาด ตนในฐานะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองก็ไม่มีอำนาจ หรือมีงบประมาณแต่อย่างใด ได้แต่เข้ามาช่วยเหลือในสิ่งที่สามารถช่วยได้เท่านั้น
"อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นโรงเรียนเล็กๆ ก็เป็นได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านและผู้ปกครองต่างก็เข้ามาร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือโรงเรียนเท่าที่จะทำได้ ตามอัตภาพ ผมในฐานะผู้นำท้องถิ่นคนหนึ่ง ก็อยากจะให้นักเรียนซึ่งเป็นลูกหลานของคนหมู่ 7 และหมู่บ้านใกล้เคียงได้เรียนในโรงเรียนที่ดีมีมาตรฐานและมีอุปกรณ์การเรียนที่ครบครัน ไม่ใช่เป็นโรงเรียนที่ถูกทอดทิ้งอย่างนี้" พนม ไทรพวงโพธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.ทุ่งลูกนก กล่าว
"ทุกวันนี้หนูต้องเรียนรวมกับรุ่นพี่ ป.6 ซึ่งบางครั้งก็รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ครูบอกว่าจะทำให้หนูได้เรียนรู้หนังสือของรุ่นพี่ก่อนที่จะเลื่อนขึ้นไปเรียนชั้น ป.6 ซึ่งก็จริงอยู่ แต่ในส่วนตัวแล้วหนูรู้สึกว่าอยากเรียนเฉพาะห้องของหนูดีกว่า เพราะการเรียนรวมกันทำให้หนูไม่มีสมาธิเลย" ด.ญ.ธิดารัตน์ อินแก้ว นักเรียนชั้นป.5 สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้น
ไพฑูรย์ อรุณศรีประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพื้นที่การศึกษาเขต 1 นครปฐม กล่าวว่า สถานศึกษาดังกล่าวอยู่ในข่ายเป็นโรงเรียนที่ไม่สามารถจะยุบไปรวมกับโรงเรียนอื่นได้ ที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านห้วยปลากด แม้ว่าจะมีครูไม่กี่คนก็ถือว่าเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ได้ระบุไว้แล้ว ขณะที่งบประมาณที่สำนักงานเขตการศึกษาดูแล ก็มีระเบียบในการช่วยเหลือในการจ้างวิทยากรเพิ่ม กรณีที่ครูออกเงินเฉลี่ยกันเองเพื่อจ้างครูสอนเพิ่ม ถือว่าเป็นความร่วมมือที่ดี ขณะที่นักเรียนที่นี่มีการเรียนควบชั้นเรียน ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก มีการเรียนแบบหลอมรวมกัน หรือเรียกว่าเป็นการบูรณาการ
ด้านการแก้ไขปัญหา ทางโรงเรียนบ้านห้วยปลากดได้ทำเรื่องไปยังโครงการเฉลิมพระเกียรติกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อขอสนับสนุนผ้าป่าการศึกษา เพื่อนำมาจ้างบุคลากรในการจัดการเรียนการสอน จัดซื้อสื่อเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ซึ่งท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย นางสนองพระโอษฐ์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มอบหมายให้นายปนสิทธิ์ ทองเทพ เป็นตัวแทนนำผ้าป่าการศึกษาจากโครงการเฉลิมพระเกียรติกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มามอบให้โรงเรียนจำนวน 5 หมื่นบาทและยังมีผ้าป่าการศึกษาจากประชาชนในหมู่บ้านต.ทุ่งลูกนก นำมามอบให้อีกจำนวนหนึ่ง
ถือเป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเท่าที่จะทำได้
"อริย์ธัช พรอัศวโยธิน"



