ข่าว

“อนุพงษ์”ถกบิ๊กทหารประเมินม็อบเสื้อแดงลั่นไม่ยอมให้รุนแรง

“อนุพงษ์”ถกบิ๊กทหารประเมินม็อบเสื้อแดงลั่นไม่ยอมให้รุนแรง

07 เม.ย. 2552

“อนุพงษ์”ถก“ บิ๊กทหาร ” ประเมินรับมือม็อบเสื้อแดง ลั่นทหารไม่ยอมให้รุนแรง พร้อมขวางไม่ให้ปชช.ปะทะกัน ยัน “ บิ๊กป๊อก ” ไม่เคยคิด “ ปฏิวัติ ” แก้ปัญหา เชื่อสถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นประกาศพรก.ฉุกเฉิน ด้าน “ ป๋าเปรม ” ไม่หวั่นม็อบบุก ปักหลักอยู่ “ บ้านสี่เสา ” เ

 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการประชุมรับฟังสรุปสถานการณ์ประจำวัน จากนั้นในเวลา 17.00 น. พล.อ.อนุพงษ์  ได้ประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พล.ท.พิรุณ แพ้วพลสง รองเสธ.ทบ. พล.ท.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ ผู้ช่วยเสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ พล.ท.คณิต  สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ไพบูลย์  คุ้มฉายา  ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) พล.ต.วิลาศ  อรุณศรี  ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.ต.อำพน  ชูประทุม ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน(พล.ปตอ.) เข้าร่วมหารือ เพื่อประเมินสถานการณ์ และรับทราบแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงติดตามการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อประกอบแนวทางในการรับมือการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 8 เม.ย.นี้

 จากนั้นเวลา 18.00 น. พ.อ.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด  โฆษกกองทัพ แถลงข่าวภายหลังประชุมให้กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกได้รับทราบว่า ในที่ประชุมสรุปสถานการณ์ประจำวันผบ.ทบ.แสดงความเป็นห่วงใน 2 เรื่อง คือ สถานการณ์ทางการทหาร ซึ่งตามที่ทราบกันว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาได้มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ล่าสุดระดับผู้บังคับหน่วยทหารทั้งไทยและกัมพูชาในพื้นที่สามารถพูดคุยกันได้

 ส่วนการแก้ไขปัญหา ผบ.ทบ.เห็นว่า ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชายกหนีกันไม่ได้ เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต้องใช้การเจรจา แต่ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร กองทัพสามารถรับมือทางทหารได้และเราจะไม่เสียเปรียบทางด้านยุทธวิธี

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 คือ สถานการณ์การเมืองมี 3 ประเด็นคือ 1.กองทัพเป็นของพี่น้องประชาชน เราเป็นทหารของชาติ มีหน้าที่ในการพูดลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คงไม่สามารถไปเข้าร่วมกับกลุ่มฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองได้ ดังนั้นจุดยืนกองทัพคือการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และดูแลสถานการณ์ให้เกิดความมั่นคง เพราะไม่ต้องการเห็นคนไทยปะทะกันและเกิดความสูญเสีย

  ประเด็นที่ 2 เรื่องการชุมนุม เป็นเรื่องธรรมดาที่คนจำนวนมากเมื่ออยู่ร่วมกันต้องมีความเหนื่อย หิว ง่วง ซึ่งทหารและตำรวจเข้าใจสถานการณ์ดี เราจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระทั่ง และทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง และใช้มาตรการทางกฎหมายเท่านั้น หากชุมนุมแล้วอยู่ในกรอบกติกา และกฎหมาย สามารถชุมนุมได้ และหากส่วนหนึ่งส่วนใดทำผิดกฎหมายจำเป็นจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะบ้านเมืองใดก็แล้วแต่ที่ไม่สามารถใช้กฎหมายบังคับได้ก็ไม่สามารถที่จะอยู่กันได้

 ประเด็นที่ 3 คือ จุดประสงค์ของผู้ชุมนุม ซึ่งทุกท่านจะทราบเจตนารมณ์ดีว่า การชุมนุมครั้งนี้เพื่อต้องการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง แต่กองทัพบกขอตั้งข้อสังเกตว่า ในระหว่างการชุมนุม หากมีกลุ่มคนหนึ่งคนใด ที่จะพยายามชักชวนให้ทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายหรือส่อไปในทิศทางที่รุนแรง ขอให้ตั้งข้อสังเกตว่า เขากำลังแปลเจตนารมณ์ของท่านไปในทางที่ไม่ตรงกับความตั้งใจเดิมของท่าน ดังนั้นจะตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดี และท่านใดที่พบเห็นขอให้หยุดการกระทำ เพราะหากทำจะมีความผิดทางกฎหมาย ขณะเดียวกันควรปลีกตัวออกห่างจากผู้ที่ชักชวน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่มี เพราะ ผบ.ทบ.ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเหมาะสมในการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเรื่องนี้ยังไม่ได้อยู่ในความคิด ทั้งนี้คงต้องรอดูสถานการณ์ ส่วนการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในบางพื้นที่หรือไม่นั้น ก็ยังไม่ได้อยู่ในความคิดเช่นเดียวกัน

 สำหรับการเตรียมกำลังในการรับมือการชุมนุมในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ยังเป็นไปตามแผนอาร์มทอง คือ ใช้กำลังจากกองทัพบก 17 กองร้อย กองทัพเรือ 2 กองร้อย และกองทัพอากาศ 2 กองร้อย รวมเป็น 21 กองร้อย โดยมีพล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้ควบคุมกำลังทหารทั้งหมด ทั้งนี้หากมีสถานการณ์จำเป็นต้องเรียกกำลังเพิ่มก็สามารถเรียกกำลังได้ ส่วนจะให้กำลังไปอยู่จุดไหนอย่างไรคงไม่สามารถระบุรายละเอียดได้

 ต่อข้อถามที่ว่า ประเมินหรือไม่ว่าผู้ชุมนุมอาจจะมีการเผาสถานที่ราชการสำคัญ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า มีการติดตามสถานการณ์อยู่ แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนของผู้ชุมนุมได้ หากบอกน้อยเกินไปเป็นการสบประมาท หากบอกมากเกินไปจะทำให้ตกใจ

 อย่างไรก็ตามกองทัพและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมั่นใจว่าจะดูแลสถานการณ์ได้ ซึ่งทุกคนประกาศชัดเจนว่า ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง กองทัพและตำรวจมีความต้องการอย่างแท้จริงที่จะไม่ให้เกิดความรุนแรง ดังนั้นขอร่วมมือสื่อมวลชนบันทึกภาพ หากเกิดความรุนแรงขึ้นจะได้ทราบว่า ใครเป็นผู้จุดชนวน

 ถามว่า หากเกิดความรุนแรงทางออกสถานการณ์จะทำอย่างไร พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ยังไม่คิดไปถึงจุดนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมชี้แจงมาตลอดว่า ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมมีมาตรการป้องกันมือที่สาม และไม่ได้ต้องการบุกรุกสถานที่ราชการ หากผู้ชุมนุมอยู่ในกรอบกติกาตามที่ชี้แจงถือเป็นสิ่งที่ดี แต่หากอยู่นอกกรอบต้องตอบคำถามสังคมว่า ท่านต้องการอะไร และสังคมจะเป็นผู้ตอบเรื่องเหล่านี้

 เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.ยืนยันหรือไม่ว่า จะไม่ปฏิวัติ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่มี ท่านระบุว่า ท่านไม่เคยมีความคิดแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมากองทัพมีจุดยืนชัดเจนตลอดว่า กองทัพเป็นกลไกหนึ่งของรัฐในการสนองนโยบายด้านการบริหารไม่ว่าจะเป็นชุดใดก็ตาม แต่เราจะไม่เป็นกลไกตอบสนองด้านเมือง ขอยืนยันว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือใช้ 2 มาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่มีการปฏิวัติวันที่ 19 ก.ย.2549 ไม่ได้มีการใช้กำลังทหาร แม้กระทั่งรัฐบาลสมัยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้มีการใช้ทหาร ท่านใช้เพียงตำรวจ แต่ท่านใช้ทหารในครั้งที่มีการยึดทำเนียบเท่านั้น ซึ่งผบ.ทบ.เสนอว่า หากมีการยึดทำเนียบแล้วนำกำลังทหารเข้าไปไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ซึ่งในขณะนั้นนายสมัครก็เข้าใจ และไม่เคยต่อว่า มีเพียงกลุ่มการเมืองที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์

 “ผบ.ทบ.ได้ประกาศในจุดยืนของท่านอย่างชัดเจนว่า กองทัพมีหน้าที่ที่สำคัญยิ่งที่จะป้องกันไม่ให้คนไทยปะทะกัน หากแม้ว่า คนไทยปะทะกันกองทัพก็จะเข้าไปกั้นกลางไม่ให้เกิดการปะทะกัน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารถูกทำร้ายก็ยอม เราเชื่อว่าทุกฝ่ายชัดเจนว่า ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงขึ้น แต่ใครที่ผิดคำพูดที่กล่าวไว้ในสังคมเขาก็ตอบกับสังคมเอง แต่ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกัน อย่างไรก็ตามที่ทุกฝ่ายเป็นห่วงคือ เรื่องมือที่ 3 ทั้งนี้ คิดว่าสถานการณ์คงไม่เป็นอย่างนั้นเพราะเราเตรียมการอย่างดีที่จะป้องกันในทุก ๆ เรื่อง ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมหารือการดูแลบ้านพล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษอย่างไร พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ทุกที่ที่มีข้อมูลว่าจะมีการชุมนุมเรามีกำลังทหารตำรวจดูแล อย่างไรก็ตาม ภารกิจหลักคงเป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหารคงเป็นแค่หน่วยสนับสนุนในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการหารือการที่ม็อบจะมาปิดบ้านพล.อ. เปรม หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์  เผ่าจินดา ผบ.ทบ. หรือนายเนวิน  ชิดชอบ  อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ชี้แจงได้ชัดเจนแล้ว

 ต่อข้อถามที่ว่า หากรัฐบาลสั่งสลายการชุมนุม กองทัพพร้อมจะทำตามหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ถ้าสถานการณ์วุ่นวายเป็นดุลพินิจของรัฐบาลว่าจะมีมาตรการอย่างไรในการใช้กฎหมาย ทั้งนี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขอบเขตกฎหมาย ภารกิจทุกอย่างที่อยู่ในขอบเขตกฎหมายเราพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจที่จะดูแลสถานการณ์ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายโดยไม่ใช้อาวุธ หลีกเลี่ยงความรุนแรงทุกประเภท มาตรการจากเบาไปหาหนักคือสิ่งที่กองทัพคำนึงตลอดเวลา

 เมื่อถามว่า เมื่อคืนวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา นายเนวิน เข้าพบ พล.อ. เปรม จึงออกมาแถลงข่าว พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าได้พบหรือไม่ แต่สังคมขณะนี้ใครที่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองทุกคนก็พยายามที่จะแสดงความคิดเห็นที่จะประคองสถานการณ์บ้านเมืองให้ผ่านไปได้ ส่วนการที่นายเนวินออกมาพูด เป็นดุลพินิจของท่าน

 เมื่อถามย้ำว่า การที่นายเนวินออกมาพูดเป็นใบสั่งของกองทัพจะได้ยุติสถานการณ์ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า กองทัพยืนยันว่ากองทัพไม่เคยสั่งใครได้ เราก็โดนด่าตลอด ท่านทั้งหลายได้รับเลือกตั้งจากประชาชน ดังนั้นท่านต้องแสดงให้ประชาชนเห็นว่า ท่านมีเอกสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นในทางการเมือง จะเป็นในรัฐสภาหรือนอกรัฐสภาก็แล้วแต่  กองทัพไม่เคยสั่งใครได้ และเราคงไปห้ามฝ่ายการเมืองไม่ได้ที่จะมาขอคำปรึกษาจากผบ.ทบ. แต่พล.อ.อนุพงษ์ ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการกองทัพคงแสดงความคิดเห็นไม่ได้มาก นอกจากบอกเพียงสั้นๆว่าท่านอยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองท่านก็พิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม การที่นายเนวิน ออกมาแถลงข่าววันนี้ไม่ได้มีการพบกันกับพล.อ.อนุพงษ์
 รายงานข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยว่า ก่อนที่นายเนวิน ชิดชอบ  แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน จะออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อโจมตีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงนั้น เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา นายเนวิน  ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้เดินทางเข้าพบพล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงที่จะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ซึ่งหลังจากนายเนวิน ได้รับฟังคำชี้แนะจากพล.อ.เปรม จึงออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา

 ด้านแหล่งข่าวใกล้ชิดพล.อ. เปรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ พล.อ.เปรม จะปักหลักอยู่ภายในบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ตามปกติ โดยไม่ได้มีกำหนดเดินทางไปต่างจังหวัดแต่อย่างใด