ข่าว

กรณ์:เมียผมไม่อยากให้ผมเป็นนายกฯ

กรณ์:เมียผมไม่อยากให้ผมเป็นนายกฯ

24 ม.ค. 2554

นี่เป็นส่วนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ของ "คุณกรณ์ จาติกวณิช" รมว.คลัง ว่าด้วยประเด็นเขากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

@ มักจะถูกสื่อวางตัวให้เป็นนายกฯสำรองคิดอย่างไร

 เป็นการวางตัวโดยสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ถูกวางตัวโดยพรรค ถามว่าอยากไหม ต้องพูดดีๆ น่ะ ผมขอตอบเลยว่าไม่อยาก ทุกวันนี้ผมเข้ามาเล่นการเมืองเพราะอยากเข้ามาช่วยเพื่อน ตอนนั้นเพื่อนกำลังจะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล มีภารกิจใหญ่หลวงมาก คือ ต้องต่อสู้กับระบอบทักษิณ ในช่วงปี 2547-48 ยังมองไม่เห็นเลยว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ จนถึงทุกวันนี้ ความคิดนั้นก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป ถึงแม้คนเราทุกคนต้องทำอะไรเพื่อตัวเองด้วย แต่ตอนนี้ต้องขอช่วยเพื่อนต่อไป

 ผมคิดว่า นายกฯ อภิสิทธิ์เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีใครหรอกที่จะสมบูรณ์แบบ แต่ในสายตาของผมคิดว่าเขาสมบูรณ์แบบที่สุด ส่วนตัวผมเองก็เห็นข้อจำกัดของตัวเอง ในขณะเดียวกัน ถ้าถามว่าผมอยากทำงานที่ไหน ผมขอบอกตรงๆ ว่าอยากทำงานที่กระทรวงการคลัง ผมก็เติบโตมาในรั้วของกระทรวงการคลัง คุณพ่อเป็นข้าราชการกระทรวงการคลัง การทำงาน วิชาที่เรียนมาก็อยู่ในแวดวงตลาดเงิน ตลาดทุน พอมาเป็น ส.ส. ได้เพิ่มมิติของชาวบ้าน เรียนรู้ความต้องการของประชาชนเพิ่มขึ้น ได้ทำในสิ่งที่อยากทำอยู่แล้ว เหนื่อยแค่ไหน พอไปคิดถึงนายกรัฐมนตรี พบว่าเหนื่อยมากกว่าเราหลายเท่า ก็รู้สึกดีขึ้น และถ้าไปถามภรรยาผม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เธอไม่อยากให้ผมเป็นมากกว่านี้

 คนทุกคนก็มีข้อจำกัด ตอนนี้เราอยู่ในงานที่ที่เรามีความมั่นใจในทุกๆ ด้าน งานของกระทรวงการคลังผมทำได้ แต่ถ้าก้าวขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีคุมทุกกระทรวง คือตำแหน่งนายกรัฐมนตรี งานมันร้อยแปดพันเก้าจริงๆ ผมเชื่อว่าไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนกล้าที่จะพูดออกมาได้อย่างเต็มปากว่า มีความมั่นใจที่สุดในทุกๆ เรื่องที่ตัดสินใจอะไรไป ผมคิดว่าใกล้เคียงที่สุดน่าจะเป็นนายกฯ อภิสิทธิ์ อันนี้ผมพูดจริงๆ นายกฯ อภิสิทธิ์รู้เรื่องของรัฐมนตรีประจำกระทรวงในบางเรื่องมากกว่ารัฐมนตรีเสียอีก นี่เป็นเรื่องจริง

@ คุณกรณ์มีคุณสมบัติเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่

 อย่าให้ผมพูดเลย และขอไม่คิด ขอไปคิดเอาตอนนั้น ตอบยาก คือเพราะว่าเราเลือกทำงานการเมืองตรงนี้ บางทีต้องว่ากันไปตามสถานการณ์ ผมเข้ามาเป็น ส.ส. คาดว่าต้องเข้ามาเป็นฝ่ายค้าน บางช่วงก็หลุดออกจากการเป็น ส.ส. เพราะเกิดการปฏิวัติ แต่ก็ทำงานต่อไป สวมวิญญาณตัวแทนของประชาชนทำงานต่อไป 1 ปี โดยที่ไม่มีตำแหน่ง หลังจากนั้นก็ได้รับเลือกตั้งกลับมาอีก ครั้งนี้ก็หวังว่าจะได้เป็น ส.ส.ฝั่งรัฐบาล พอได้เป็นก็ว่ากันไปตามบทบาท ก่อนเข้ามาเล่นการเมือง ผมก็ขีดเส้นไว้ให้กับตัวเองว่าจะทำงานการเมืองแค่ 15 ปี ตอนนี้ผ่านมา 6 ปีแล้ว ยอมรับว่าเหนื่อย สมัยหน้าก็อยากจะมานั่งที่กระทรวงการคลังอีก มีหลายเรื่องที่อยากจะทำ อย่างแผนการปฏิรูปงานที่กระทรวงการคลัง ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าไม่มีคนมาทำหน้าที่ขับเคลื่อนแผน พูดกันตามตรง

สุทธิชัย หยุ่น