
กรมการขนส่งชี้มีรถไม่ชำระภาษีถึง8ล้านคัน
กรมการขนส่งทางบกระบุเฉพาะปี 2553 จัดเก็บภาษีรถทั่วประเทศได้เกือบ 2 หมื่นล้านบาท พบรถค้างภาษีเกือบ 8 ล้านคัน เตือนเจ้าของรถที่หยุดใช้รถทุกกรณีแจ้งหยุดใช้รถเพื่อไม่ต้องชำระภาษี รถที่ค้างภาษีเกิน 3 ปี จะถูกระงับทะเบียนทันที
นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในปี 2553 กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บภาษีรถทุกประเภททั่วประเทศได้ทั้งสิ้น 18,195,195,789 บาท เป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล จำนวน 15,435,844,054.13 บาท
รถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ได้แก่ รถบรรทุกส่วนบุคคล รถบรรทุกไม่ประจำทาง รถโดยสารประจำทาง และรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 2,759,351,734.90 บาท
โดยมีเจ้าของรถที่มาติดต่อชำระภาษี จำนวน 20,833,214 คัน หรือคิดเป็น 73.14% จากรถที่จดทะเบียนอยู่ทั่วประเทศ จำนวน 28,484,829 คัน และยังมีเจ้าของรถอีกเกือบ 8 ล้านคัน ที่ไม่ได้มาติดต่อชำระภาษีรถ คิดเป็นภาษีค้างชำระประมาณ 4,000 ล้านบาท
การที่เจ้าของรถไม่มาติดต่อชำระภาษีรถอาจเกิดขึ้นได้หลายกรณี อาทิ รถชำรุดหรือสูญหาย แล้วเจ้าของรถไม่ได้มาติดต่อขอแจ้งหยุดใช้รถต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนไว้ ซึ่งนอกจากจะต้องชำระภาษีรถที่ค้างแล้ว หากปล่อยให้รถค้างชำระภาษีเกิน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับทันที หรือในกรณีที่เจ้าของรถขายรถให้ผู้อื่น โดยเซ็นเอกสารให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เอง หรือที่เรียกว่า “การโอนลอย” หากผู้ซื้อไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์และปล่อยให้รถค้างชำระภาษี เจ้าของรถคนเดิมจะต้องชำระภาษีรถที่ค้าง เนื่องจากยังเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถอยู่
เพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ผู้ซื้อและผู้ขายควรไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยทันทีที่มีการซื้อขาย และการโอนกรรมสิทธิ์รถใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 1 วัน
สำหรับรถที่ไม่ค้างชำระภาษี หรือค้างชำระภาษีไม่เกิน 1 ปี สามารถเลือกชำระภาษีได้หลายช่องทาง อาทิ บริการ “เลื่อนล้อ ต่อภาษี” (Drive Thru for Tax) “ช็อปให้พอแล้วต่อภาษี” (Shop Thru for Tax) ชำระภาษีรถที่ห้างสรรพสินค้าในวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดจนการออกหน่วยเคลื่อนที่รับชำระภาษีด้วยรถโมบาย
โดยรถเก๋ง รถตู้ รถปิกอัพ และรถจักรยานยนต์ สามารถชำระภาษีรถได้ล่วงหน้า 90 วันก่อนวันสิ้นอายุภาษี เจ้าของรถจึงควรตรวจสอบวันสิ้นอายุภาษีและต่ออายุให้เรียบร้อย
ส่วนรถที่เข้าข่ายต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนเสียภาษีประจำปีกับสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคมนี้ เป็นต้นไป ต้องนำรถเข้ารับการตรวจระบบห้ามล้อ และระบบบังคับเลี้ยวกับ ตรอ.ที่ติดตั้งเครื่องทดสอบห้ามล้อและเครื่องทดสอบศูนย์ล้อรถเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางหนึ่งด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่คอลเซ็นเตอร์ 1584



