ข่าว

ป่าไม้เต้นสอบนายทุนบุกรุกประสานตร.วิเชียรบุรีล่าผู้ก่อเหตุ

ป่าไม้เต้นสอบนายทุนบุกรุกประสานตร.วิเชียรบุรีล่าผู้ก่อเหตุ

24 ม.ค. 2554

เพชรบูรณ์- หัวหน้าสำนักส่วนป้องกันรักษาป่าสงวนแห่งชาติที่ 4 เต้น หลังมีข่าวนายทุนบุกรุกป่า ด้านชุดภาคสนามลงพื้นที่ พบการบุกรุกคิดเป็นเนื้อที่เสียหาย 2 จุด รวม 100 ไร่ ระบุเป็นพื้นที่อยู่ในเขต ส.ป.ก. ส่วนหน่วยงานที่ถูกพาดพิงปัดอยู่ในความรับผิดชอบ

 จากการนำเสนอข่าวการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่บ้านไทรงาม-น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ. เพชรบูรณ์ เป็นเนื้อที่รวมกว่า 300 ไร่ นายวีระ ระบอบ หัวหน้าสำนักส่วนป้องกันรักษาป่าสงวนแห่งชาติที่ 4 เปิดเผยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบเข้าตรวจสอบ และหากพบว่ามีการบุกรุกแผ้วถาง ก็จะตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบทันทีและอาจจะต้องย้ายด่วนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบทันที

 นายฉัตรชัย นราวัฒน์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า กล่าวว่า ได้ประสานงานป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ (นปม.) พร้อมเจ้าหน้าที่ 20 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการแผ้วถางป่าไม้ 2 จุด แต่ละจุดมีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ รวม 100 ไร่ ในเขตรอยต่อที่พบและยึดไม้ของกลางเมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา และได้เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวนที่ สภ.วิเชียรบุรีไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจที่จะหาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย  

 นอกจากนี้จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบการแผ้วถางทั้งหมดเป็นพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก.เพชรบูรณ์ไปแล้ว ที่มีคำสั่งยกเลิกป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายของแม่น้ำป่าสักซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาออกเอกสาร ส.ป.ก.ให้แก่ผู้ดูแลสวนป่า ซึ่งกรมป่าไม้จะดำเนินการตรวจสอบเอกสารจากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เพชรบูรณ์ว่ามีผู้ใดเป็นเจ้าของ

 นายบพิตร อมราภิบาล หัวหน้าสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ (ส.ป.ก.) กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงแล้ว ส.ป.ก.เพชรบูรณ์ ยังไม่ได้รับมอบพื้นที่จากกรมป่าไม้มาทำการปฏิรูปแต่อย่างใด ในด้านการออกหลักฐานเพื่อปฏิรูปที่ดินตามหลักการจะต้องสอบปากคำและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ใดเข้าทำกินมาก่อนอย่างต่อเนื่อง ตามกฎหมายหรือไม่ มีเนื้อที่จำนวนเท่าใด สภาพป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำป่าสักที่ถูกลักลอบโค่นป่า พบว่าเป็นสภาพป่าหนาทึบ ไม่มีร่องรอยการเข้าทำกิน ยืนยันว่ายังไม่ได้รับมอบจากกรมป่าไม้นำพื้นที่มาจัดสรรเป็นพื้นที่เกษตรกรรมแต่อย่างใด พื้นที่ที่ถูกทำลายอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ กรมป่าไม้ต้องดูแลและรับผิดชอบ

 "พื้นที่ดังกล่าวตามที่ทราบและพบเห็นไม่ใช่พื้นที่ของ ส.ป.ก.เพชรบูรณ์ เพราะเป็นป่าสงวนแห่งชาติฝั่งซ้ายของแม่น้ำป่าสัก มีสภาพป่าหนาทึบไม่มีการเข้าทำกินของผู้ใดมาก่อน จึงไม่สามารถออกหลักฐาน ส.ป.ก.ได้" นายบพิตร กล่าว