
จี้รัฐวางกติกาใช้สะพานข้ามโขง4ห่วงขั้นตอนไทยช้าเสียประโยชน์
เอกชนกระทุ้งรัฐเร่งวางกรอบก่อนเปิดใช้สะพานข้ามโขงแห่งที่ 4 ห่วงขั้นตอนล่าช้าไม่ทันเพื่อนบ้านทำให้เสียประโยชน์ มั่นใจสร้างเสร็จภายในปี 55 แน่นอน
นายวิรุณ คำภิโล ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงตามแนวเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (เชียงของ-ห้วยทราย) เชื่อมเชียงราย-คุนหมิง ผ่าน ส.ป.ป.ลาว (เส้นทาง R3a) หรือสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ว่า หลังจากมีการเซ็นสัญญาไปกลางปี 2553 กับผู้รับเหมากลุ่ม CR5-KT Joint Venture ที่ประกอบด้วยกลุ่มผู้ลงทุนทั้งไทยและจีน ซึ่งเสนอรับงานต่ำสุดที่ 1,400 ล้านบาท ล่าสุด มีการลงเสาเข็มตอม่อต้นแรกแล้ว ซึ่งจากการสอบถามผู้ดูแลการก่อสร้างสะพานของจีน ได้ให้ความมั่นใจว่าการก่อสร้างสะพานจะแล้วเสร็จตามกำหนดภายในเดือนธันวาคม 2555 แน่นอน
"หลังการก่อสร้างสะพานมีความคืบหน้า ทำให้เอกชนในพื้นที่อยากเร่งรัดให้รัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชุมเพื่อตกลงเรื่องกรอบกติกาก่อนเปิดใช้สะพานเพื่อให้รถบรรทุกขนส่งสินค้าวิ่งข้ามไปมาระหว่างสองประเทศได้ทันที ฝ่ายไทยล่าช้ากว่าประเทศอื่นทั้งลาวและจีน เพราะกว่าจะกำหนดกฎกติกาออกมาได้ต้องผ่านขั้นตอนของรัฐสภา ฉะนั้นจึงต้องเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้เสร็จทันก่อนสะพานจะเปิดใช้" นายวิรุณกล่าว
รายงานข่าวจากข้อมูลของด่านศุลกากรเชียงของพบว่า มูลค่าการค้าผ่านด่านศุลกากรในปีงบประมาณ 2553 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 4,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2,100 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2552 ที่มีมูลค่าการค้ารวม 2,800 ล้านบาท ส่วนจำนวนรถบรรทุกสินค้าที่ทำพิธีการศุลกากรขนสินค้าผ่านด่านในปีงบประมาณ 2553 มีประมาณ 19,000 เที่ยว เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2552 ที่มีจำนวน 10,000 เที่ยว แม้ว่าการขนส่งสินค้าต้องเสียเวลาในการข้ามแม่น้ำโขงโดยใช้แพขนานยนต์ก็ตาม



