ข่าว

กรมศุลฯเว้นค่าปรับหมื่นล้านให้เอกชน

กรมศุลฯเว้นค่าปรับหมื่นล้านให้เอกชน

24 ม.ค. 2554

อธิบดีกรมศุลฯ ใจป้ำยกค่าปรับกว่าหมื่นล้านบาทให้เอกชนที่นำเข้าสินค้าและขายหมดไปก่อนหน้านี้ หลังพบต้นเหตุวุ่นวายจากหน่วยงานราชการไม่แจ้งกฎระเบียบข้อห้ามมายังกรมให้ชัดเจน พร้อมเอื้อตรวจปล่อยสินค้าจากญี่ปุ่น

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมศุลกากรได้เชิญหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก 41 หน่วยงาน และภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มาร่วมหารือถึงอุปสรรคของสินค้าที่แต่ละหน่วยงานห้ามนำเข้า แต่ว่าไม่ได้แจ้งให้กรมทราบ ซึ่งมีผลทำให้เมื่อภาคเอกชนสั่งนำเข้ามาแล้ว กรมได้ก็ปล่อยของออกไปตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงพบว่าบางหน่วยงานสั่งห้ามนำเข้า ทำให้กรมต้องเรียกสินค้าคืนย้อนหลัง
 
 “หลายครั้งที่สินค้าดังกล่าวได้ถูกขายต่อออกไปแล้ว ทำให้เอกชนกลายเป็นผู้กระทำผิด และมีโทษปรับ โดยขณะนี้มีค่าปรับค้างอยู่กว่า 10,000 ล้านบาท ดังนั้นกรมจึงต้องการให้หน่วยงานต่างๆ แจ้งกฎระเบียบและข้อห้ามนำเข้าหรือส่งออกสินค้าใดๆ มายังกรม เพื่อจะได้รวบรวมแล้วนำขึ้นเว็บไซต์ หรือติดประกาศเพื่อแจ้งเตือนเอกชนต่อไป” นายประสงค์กล่าว

 ส่วนกรณีที่มีผู้สั่งนำเข้าและถือว่ามีความผิดต้องมีโทษเปรียบเทียบปรับค้างอยู่กว่า 10,000 ล้านบาทก่อนหน้านี้ กรมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดของการนำเข้าสินค้านั้นๆ หากขายต่อออกไปแล้ว ก็ให้แจ้งว่าเมื่อขายไปแล้ว ไม่มีพิษภัยต่อผู้บริโภค เพื่อกรมจะลดหย่อนโทษ และค่าปรับต่างๆ ให้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชน

 นอกจากนั้น ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ อธิบดีกรมศุลกากรของญี่ปุ่นจะเดินทางมาพบ เพื่อหารือความร่วมมือในเรื่องการตรวจปล่อยสินค้านำเข้าส่งออก โดยจะตรวจสินค้าครั้งเดียวที่โรงงานผู้ผลิต จากนั้นจะส่งสินค้าไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องผ่านด่านศุลกากรญี่ปุ่นอีก แต่จะไปถึงโกดังหรือศูนย์กระจายสินค้าทันที

 ทั้งนี้ หากทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงร่วมกัน เชื่อว่าจะทำให้ภาคเอกชนประหยัดค่าขนส่งทางเรือได้มาก เพราะเรือไม่ต้องลอยลำรอเข้าคิว เพื่อตรวจสินค้าที่ด่านปลายทางของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีบริษัทญี่ปุ่น 400 แห่งได้รับประโยชน์แต่มีบริษัทไทยเพียงรายเดียวที่จะได้สิทธิเพราะต้องมีชื่อเสียงเป็นที่เชื่อถือด้วย

 “เมื่อทำข้อตกลงกับญี่ปุ่นเสร็จ กรมจะทำข้อตกลงกับประเทศอื่นต่อไป โดยขณะนี้มี 3 ประเทศ คือสหรัฐ ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ ที่ทำข้อตกลงตรวจปล่อยสินค้าแบบใหม่ส่วนกับประเทศลาวนั้น จะร่วมกันตรวจสินค้าผ่านแดนเพียงครั้งเดียว เพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558” นายประสงค์กล่าว