ข่าว

พาณิชย์จับตาพ่อค้าหมูโขกราคาต้นทุนจริงไม่เกิน100บาท-ส่งธงฟ้าช่วยผู้บริโภค71จังหวัด

พาณิชย์จับตาพ่อค้าหมูโขกราคาต้นทุนจริงไม่เกิน100บาท-ส่งธงฟ้าช่วยผู้บริโภค71จังหวัด

24 ม.ค. 2554

พาณิชย์จับตาพ่อค้าขายหมูแพงเกินจริงกิโลละ 110-120 บาท ชี้ตามต้นทุนควรขายปลีกไม่เกิน 100 บาท หลังต้นทุนหมูเป็นลดต่อเนื่อง กรมการค้าภายในแก้เกมส่งหมูธงฟ้ากิโลละ 90 บาทขายใน 71 จังหวัด ช่วยลดค่าครองชีพ

 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า มีประชาชนร้องเรียนถึงปัญหาเนื้อหมูราคาแพงผ่านสายด่วน 1569 เข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่าราคาขายปลีกในตลาดสดเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 110-120 บาท สูงกว่าราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ที่กิโลกรัมละ 105-110 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบสาเหตุพบว่าพ่อค้าคนกลาง และผู้ค้าหน้าเขียงไม่ยอมปรับราคาขายปลีกลง ทั้งๆ ที่ในขณะนี้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มได้ปรับลดลงมามาก จากเดิมที่เคยขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 57-60 บาท ลงมาเหลือเพียง 51-53 บาทเท่านั้น

 ทั้งนี้ หากคำนวณราคาหมูหน้าเขียง จากราคาหมูเป็นในปัจจุบันตามสูตรที่ได้กำหนดใหม่ ราคาจะไม่เกินกิโลกรัมละ 100 บาท แต่ปัจจุบันกลับพบว่าแม่ค้าพ่อค้าหลายตลาดขายสูงถึงกิโลกรัมละ 110-120 บาท ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างมาก เพราะในช่วงที่ราคาหมูเป็นสูงขึ้น พ่อค้าคนกลางและหน้าเขียงก็ปรับราคาขึ้นทันที แต่พอราคาหมูเป็นปรับลดลง กลับไม่มีการปรับลดราคาขายปลีกลงมาตาม

 “ราคาหมูหน้าเขียงควรจะลดลงมานานแล้ว เพราะในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ราคาหมูเป็นเคยลดลงไปถึงกิโลกรัมละ 49.50-50 บาทด้วยซ้ำ แต่ราคาหน้าเขียงก็ไม่เคยลดลงตาม กระทรวงพาณิชย์ควรจะเข้ามาจัดระบบการค้าหมูให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่จ้องที่จะดูราคาหมูเป็นที่เกษตรกรเลี้ยง เพราะปกติส่วนนี้ก็มีกำไรไม่สูงอยู่แล้ว” รายงานข่าวระบุ

 นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้จัดโครงการเนื้อหมูธงฟ้าราคาถูก กิโลกรัมละ 90 บาท จำหน่ายแก่ประชาชน เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพ และเป็นการช่วยเหลือเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและลดขั้นตอนการตลาดแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร โดยจะจัดขายในระยะเวลา  4 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมไปจนถึงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์นี้ ในพื้นที่  71 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้น จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และแม่ฮ่องสอน เพราะเป็นจังหวัดที่มีการบริโภคเนื้อสุกรน้อยอยู่แล้ว

 ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์การผลิตการตลาดและราคาสุกรมีชีวิต พบว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 ถึงต้นปี 2554 เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรประสบปัญหาด้านการผลิตและการตลาดมาโดยตลอด ตลอดจนภาวะการค้าโดยรวมที่ชะลอตัวลง ทำให้ขายเนื้อหมูได้น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น กรมการค้าภายในจึงจัดการเชื่อมโยงตลาด เพื่อช่วยจำหน่ายเนื้อหมูให้เกษตรกรผู้เลี้ยง รวมถึงยังเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพแก่ผู้บริโภคด้วย โดยจะได้ซื้อเนื้อหมูในราคาที่ถูกลงและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง