ข่าว

ชงกรอบงบ55เข้าครม.ลดขาดดุลนายกฯลั่น4ปีเข้าสู่สมดุล-สรรพากรยันปีนี้ไม่ปรับภาษี

ชงกรอบงบ55เข้าครม.ลดขาดดุลนายกฯลั่น4ปีเข้าสู่สมดุล-สรรพากรยันปีนี้ไม่ปรับภาษี

24 ม.ค. 2554

สำนักงบฯ ชงกรอบวงเงินงบปี 55 เข้า ครม.ปรับลดการขาดดุลลงเหลือ 3.5 แสนล้านหลังรายได้เกินเป้า นายกฯ เชื่ออีก 4 ปีเข้าสู่งบสมดุล ด้านสรรพากรยันไม่ปรับขึ้นภาษีตัวใดภายในปีนี้ พร้อมเร่งขยายฐานการจัดเก็บให้มั่นคงก่อนปฏิรูปครั้งใหญ่ในปี 55

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้จัดทำงบประมาณกลางปี วงเงินไม่เกิน 1.1 แสนล้านบาทว่า เป็นเพราะรัฐบาลคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้า 1.2 แสนล้านบาท จึงจัดทำงบประมาณกลางปีเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 8.4 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้มีภาระกับรัฐบาลชุดต่อไป ส่วนงบที่เหลือจะนำไปจัดสรรเพิ่มเติมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อไปจ่ายเบี้ยให้ผู้สูงอายุและคนพิการ รวมทั้งการใช้เพื่อฟื้นฟูช่วยเหลือน้ำท่วมต่อไป

 นอกจากนั้นในการจัดทำงบประมาณปี 2555 ทางกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าจะปรับลดการขาดดุลลงมาเหลือ 3.5 แสนล้านบาท จากปี 2554 ที่ตั้งไว้ 4.2 แสนล้านบาท โดยตั้งใจว่าจะปรับลดการขาดดุลลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นงบประมาณแบบสมดุลได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า

 ทั้งนี้ ในการประชุม ครม.วันที่ 24 มกราคมนี้ สำนักงบประมาณจะเสนอขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 วงเงิน  2.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.8 แสนล้านบาท หรือ 8.7% มีรายได้ 1.9 ล้านล้านบาท โดยเป็นการขาดดุล 3.5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3%ของจีดีพี

 นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมยังไม่มีแนวคิดว่าจะปรับขึ้นภาษีตัวใด เนื่องจากต้องการขยายฐานการจัดเก็บภาษีให้ยั่งยืนก่อน โดยในปีนี้มองว่าภาคธุรกิจยังมีความราบรื่นที่จะทำให้การจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 10% หลังจากไตรมาสแรกพบว่าสูงกว่าเป้าหมายแล้ว 10%

 นอกจากนั้นกรมได้รับมอบนโยบายจากรัฐบาลว่า หากจะดำเนินการสู่การจัดทำงบสมดุลภายใน 5 ปี จะต้องเพิ่มการจัดเก็บรายได้จาก 1.3 ล้านล้านบาทเป็น 2.4 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 20% ดังนั้นหากจะเดินหน้าตามเป้าหมายดังกล่าวต้องเร่งวางกลยุทธ์ มีฐานข้อมูลที่ดีขึ้น หรือเชื่อมโยงกันมากขึ้น

 "กรมสรรพากรได้วางเป้าหมายไว้แล้วว่าภายในปี 2555 จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโครงสร้างภาษี ซึ่งจะสำเร็จได้ก็ต้องปรับปรุงในหลายๆ ด้าน ทั้งตัวกฎหมาย ระบบ วิธีการทำงาน การเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อดึงผู้ที่ยังไม่ได้เข้ามาในระบบมาอยู่ในฐานผู้เสียมากขึ้น ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอีกมาก ไม่ใช่แค่ว่าจะขึ้นหรือลดภาษีตัวใดบ้าง และเรื่องนี้ก็ละเอียดอ่อน เราต้องคิดให้ตกผลึกก่อนจึงจะเสนอ รมว.คลัง เพื่อออกมาเป็นนโยบาย เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสน” นายสาธิต กล่าว

 สำหรับรูปแบบภาษีที่ปรับปรุงล่าสุดและจะประกาศในไตรมาสแรกปีนี้ จะเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการควบโอนกิจการ โดยทำให้ชัดเจนขึ้นในเรื่องภาษีที่เกี่ยวข้อง 12 รายการ เหลือเพียงการจัดทำเป็นคู่มือในเรื่องการควบโอนกิจการว่ารายการใดต้องเสียภาษีใดบ้าง นอกจากนั้นช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาได้หารือกับสภาหอการค้าไทยและหอการค้าต่างประเทศในการจัดทำคู่มือในรายธุรกิจรวม 13 ธุรกิจเพื่อให้เกิดความชัดเจน