
ศาลเขมรกับอธิปไตยไทย
ศาลกัมพูชาตัดสินแล้วว่า นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ กับพวกมีความผิดฐานรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ ในขณะที่นายวีระ สมความคิด กับ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ยังคงรอฟังคำตัดสินทั้งในข้อหารุกแดนและสายลับ
อีกราวหนึ่งสัปดาห์จากนี้ ไม่ว่าบริบททางสังคม ในปี 2472 ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จไปทอดพระเนตรปราสาทพระวิหาร จนกลายเป็นเงื่อนไขข้อต่อสู้ให้สยามต้องแพ้คดีกัมพูชา จะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร แต่นาทีนี้ คำตัดสินของศาลในสาระสำคัญฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า คนไทยทั้ง 5 และอีก 2 คนอีกไม่ช้านานจากนี้ บุกรุกเข้าไปในแผ่นดินที่ราชอาณาจักรกัมพูชามีอธิปไตยเหนือดินแดนจริง
โดยหลักกฎหมาย คำพิพากษาคดี จะเป็นศาลไทยหรือศาลไหนในโลกนี้ ก็ย่อมผูกพันเฉพาะคู่ความ ฉะนั้นความเข้าใจในหลักการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงไม่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ และดูจะไม่ค่อยมีเหตุผลมากนัก ที่นายอภิสิทธิ์จะประสานงานกับกัมพูชา ให้แปลคำพิพากษาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทราบว่าคำพิพากษาจะกระทบกระเทือนประเทศไทยหรือไม่ หรือจะทำให้สูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนหรือไม่ เพราะคำพิพากษาก็จะไม่มีประเด็นเรื่องเหล่านั้น เพราะข้อพิพาทในคดี คือคนไทยทั้ง 7 รุกล้ำเข้าไปในดินแดนกัมพูชาหรือไม่ ซึ่งศาลตัดสินเป็นที่ยุติแล้ว ยกเว้นจำเลยจะอุทธรณ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องระหว่างรัฐกัมพูชากับคนสัญชาติไทย ที่ไม่ได้ผ่านพิธีการผ่านแดน
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งก่อนหน้าและหลังคำพิพากษา ที่ต้องไม่ไปติดยึดอยู่กับการตีความตามลายลักษณ์อักษร เพราะนี่เป็นการเมือง ไม่ใช่เรื่องของสถาบันยุติธรรม หรือองค์กรใด เป็นการเมืองระหว่างประเทศ ที่ฮุน เซนใช้สถาบันศาลเป็นตัวแทน ในการต่อสู้เรื่องดินแดน ที่ทำให้เขาได้ภาพความเป็นผู้นำในใจคนเขมรมากยิ่งขึ้น นั่นคือ เรื่องที่น่าเป็นห่วงกับท่าทีที่สนับสนุนให้คนไทยยอมรับว่ารุกดินแดนจริง อันกลายเป็นเงื่อนไข และน้ำหนักในการพิจารณาคดีของศาลในเวลาต่อมา นอกจากนั้น พลันที่ศาลตัดสินว่าคนไทยผิด สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ควรทำคือสิ่งที่จะกล่าวต่อไปนี้ หาใช่การรอให้มีการแปลคำพิพากษาไม่
ไม่มีใครชื่นชมและมีภาพจำที่ดีสำหรับอดีตผู้นำเผด็จการ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่สิ่งที่เขาพูดหลังจากศาลโลกตัดสินให้ไทยแพ้คดีปราสาทพระวิหาร นับว่าน่าสนใจ “...ขอตั้งข้อประท้วงและข้อสงวนสิทธิที่จะดำเนินการทางกฎหมายเท่าที่จำเป็น ซึ่งอาจจะมีขึ้นในภายหน้า” แปลว่า ไทยจำยอมปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่ไม่ยอมเสียดินแดน และยืนยันจะต่อสู้ต่อไป ซึ่งหลังจากนั้น คนไทยก็ได้ต่อสู้ โต้แย้งเรื่องปราสาทพระวิหารมาอย่างต่อเนื่อง ตามแต่วาระและโอกาส นายอภิสิทธิ์จะคิดอ่านอย่างไรกับการต่อสู้ภายหลังศาลตัดสิน เพราะถ้าเป็นการต่อสู้ตามแบบพิธี แปลคำพิพากษาแล้วมาพิจารณาประเด็นโต้แย้ง คงทำได้และใช้ได้ผลกับชาติที่เคารพกติกา และต่อสู้กันแบบตรงไปตรงมาเท่านั้น



