ข่าว

เด็กผวาตร.ปลอม.เรียก191พิสูจน์

เด็กผวาตร.ปลอม.เรียก191พิสูจน์

24 ม.ค. 2554

เริ่มแล้วปฏิบัติการเข้มข้นต่อโจ๋วัยรุ่น ตามนโยบายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม หากไม่มีธุระสำคัญ ถ้าพบตำรวจจะนำไปโรงพัก แล้วเรียกผู้ปกครองมาตักเตือน ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมาา

       กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ระดมตรวจแหล่งมั่วสุมต่างๆ ทั้งร้านเกม ร้านเน็ต ร้านยาดอง ฯลฯ เรื่องนี้มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย สวนดุสิตโพลสำรวจความเห็นประชาชนกว่า 1,500 คน พบว่าร้อยละ 66 เห็นด้วยกับเคอร์ฟิว 4 ทุ่ม ขณะที่ร้อยละ 34 ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

              "คม ชัด ลึก" สุ่มสำรวจคุยกับโจ๋เด็กหลายคน ปรากฏว่าส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาเรื่องกลับบ้านก่อน 4 ทุ่ม แต่ที่หวาดผวากันคือ กลัวโจรหรือมิจฉาชีพแอบอ้างตัวเป็นตำรวจเก๊หรือตำรวจปลอม เพราะเด็กๆ ไม่สามารถแยกแยะได้อยู่แล้วว่า อันไหนเป็นบัตรประจำตัวของจริงของปลอม เห็นใส่เครื่องแบบตำรวจก็คงจะยอมทำตามทุกอย่าง โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงอาจเกิดภัยร้ายแรงได้ !?!
 
            น.ส.ปวริสรณ์ หรือน้องเมย์ นักเรียนมัธยมวัย 17 ปี เห็นด้วยกับเคอร์ฟิวเด็ก เพราะตัวเองไม่เคยออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่มอยู่แล้ว  แต่ไม่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาโจ๋เด็กหรือโจรเด็กได้หมด และที่น่ากลัวไปกว่านั้นพวกผู้ชายที่แอบอ้างเป็นตำรวจจะเข้ามาจับกุม
 
              “ถ้ามีคนไม่ดีมาอ้างเป็นตำรวจ แล้วบังคับให้เราไปกับเขา จะเกิดอะไรขึ้น จะทำอย่างไร จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นตำรวจจริงหรือปลอม ก่อนจับขอให้แสดงตัวพิสูจน์ก่อน ถ้าจะให้ดีไม่ควรพาไปโรงพัก แต่ให้เด็กผู้หญิงอยู่จุดที่ถูกจับ แล้วโทรเรียกผู้ปกครองมารับกลับบ้านจะเหมาะสมกว่า” น้องเมย์แนะนำ
 
 "น้องบาส" นักเรียน ปวช.ปี 1 ไม่เห็นด้วยกับการพาตัวเด็กไปโรงพัก และไม่ควรตั้งข้อกล่าวหากับเด็กเพราะจะเสียประวัติ ควรให้ผู้ปกครองมารับกลับก็พอ ส่วน "น้องนัท" นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 เห็นด้วยที่จะจับเด็กกลุ่มเสี่ยงไปโรงพัก เช่น เด็กอยู่ในร้านเกมดึกๆ ดื่นๆ หรืออยู่ในสถานมั่วสุมต่างๆ แต่ไม่เห็นด้วยถ้าจะจับเด็กที่ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงไปโรงพัก เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องถูกพาตัวไปโรงพัก หรือว่าอยากเปิดช่องทางใหม่ให้ตำรวจไถเงินจากเด็กใช่หรือไม่ เด็กๆ ต้องยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวและไม่ต้องไปโรงพักอยู่แล้ว

 เช่นเดียวกับ "น้องวิเชียร" วัย 17 ปี จากนนทบุรี ไม่เห็นด้วยกับเวลา 4 ทุ่ม เพราะยังไม่ดึกนัก นักเรียนบางคนบ้านอยู่ไกลถึงชานเมืองแล้วเข้าไปเรียนใน กทม. กว่าจะถึงบ้านก็หลัง 4 ทุ่มแล้ว ถ้าผู้ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างเป็นตำรวจ เด็ก ๆ ก็จะกลัว ทั้งที่ไม่ได้ทำผิดอะไร ควรขยับเคอร์ฟิวเป็นเที่ยงคืน ซึ่งเด็กแว้นหรือแก๊งซิ่งรถจะออกจากบ้านเวลานั้น

  ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าการใช้กฎหมายเพ่งเล็งไปที่เด็กอย่างเดียว เหมือนยอมแพ้เรื่องจัดระเบียบสังคม จะทำให้เด็กไปนอนค้างที่อื่นมากขึ้น เช่น บางคนทำรายงานกับเพื่อนเกิน 4 ทุ่ม ก็อ้างไม่กล้ากลับบ้าน ส่วนนักเรียนหญิงอาจเจอตำรวจไม่ดีบังคับไปโรงพัก แต่จริงๆ แล้วพาไปที่อื่นแทนจะทำอย่างไร ดังนั้นควรแก้ปัญหาด้วยการจัดโซนนิ่งให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสถานบันเทิง ร้านเน็ต แล้วจัดตำรวจเข้าควบคุมอย่างจริงจัง จะแก้ปัญหาตรงจุดมากกว่า
 
           ด้าน "ครูหยุย" นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์  มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ยอมรับว่า ตำรวจมีต้นทุนต่ำมากในสายตาประชาชน ทำให้เกิดความหวาดระแวง กลัวตำรวจจะรีดไถเด็ก ดังนั้นตำรวจต้องชัดเจนว่ามีขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้สังคมรับรู้ และกรณีเด็กไม่มั่นใจว่าเป็นตำรวจจริงหรือไม่ ก็ให้ขอดูบัตรจากเจ้าหน้าที่ และขอใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับผู้ปกครองให้รับทราบน่าจะปลอดภัยที่สุด

 ปัญหาเด็กไม่เชื่อใจตำรวจ สร้างความปวดหัวให้แก่ พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี บช.น.เป็นอย่างยิ่ง พร้อมยืนยันว่า สังคมยังเข้าใจผิดเพราะมาตรการนี้ไม่ได้ห้ามเด็กออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม แค่สอดส่องสถานที่ที่เสี่ยงกระทำผิดของเด็กเท่านั้น 

   "มันเป็นปัญหาโลกแตกนะ เรื่องตำรวจปลอม ตำรวจจริง หรือตำรวจไม่ดี และเด็กๆ แต่ละท้องที่ก็ไม่เหมือนกัน เด็กในกรุงเทพ ฯ ส่วนมากไม่กลัวตำรวจหรอก เห็นหน้าก็เถียงฉอดๆ ส่วนเด็กต่างจังหวัดค่อนข้างอายและกลัวตำรวจมากกว่า ตอนนี้วิธีป้องกันพวกตำรวจปลอมคือขอดูบัตรประจำตัวทันที ถ้าไม่แน่ใจก็โทรเรียก 191 สายตรวจมีอยู่ทั่วพื้นที่อยู่แล้ว โทรให้ตำรวจ 191 มาช่วยพิสูจน์ แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์โทรศัพท์ลำบาก ให้ร้องเรียกผู้ใหญ่หรือคนแถวนั้นมาช่วยซักถาม ถ้าเป็นตำรวจปลอมหรือตำรวจไม่ดีก็จะหนีไปเอง" พ.ต.อ.ชุมพลแนะนำทิ้งท้าย