ข่าว

โพธิรักษ์สมานรอยแตกจำลอง-ไชยวัฒน์

โพธิรักษ์สมานรอยแตกจำลอง-ไชยวัฒน์

24 ม.ค. 2554

ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา ในรายการ "งง! ประเทศไทย" ดำเนินรายการโดย สมณะโพธิรักษ์ หรือ "พ่อท่าน" ของชาวอโศก ได้นำสกู๊ปข่าวปกของเอเอสทีวีสุดสัปดาห์ เรื่อง "ไชยวัฒน์-บรรณวิทย์ คิดการใหญ่ 13 สยามไท ทีวีนี้เพื่อใคร" มาอ่านในเวทีการชุมนุมของเครือข่าย

 สมณะโพธิรักษ์ ตั้งใจอ่านทุกคำทุกประโยคในบทแรกๆ ที่กล่าวถึงการแยกตัวออกมาจากกลุ่มพันธมิตรฯ ของ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และชาวคณะ พร้อมกับการก่อตั้งสถานีทีวีดาวเทียม "ช่อง 13 สยามไท"

 เนื้อหาของรายงานข่าวสะท้อนให้เห็นว่า คณะผู้ก่อการช่อง 13 สยามไท พยายาม "ช่วงชิงการนำมวลชน" จากกลุ่มพันธมิตรฯ จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ "5 แกนนำ" ผ่านทีวีช่องดังกล่าวเป็นระยะๆ

 เมื่ออ่านบทแรกจบ "พ่อท่าน" ก็กล่าวอธิบายกับชาวอโศกว่า ทำไมต้องอ่านรายงานข่าวชิ้นนี้

 นั่นหมายถึง สมณะโพธิรักษ์ทราบถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างแกนนำพันธมิตรฯ กับคณะก่อการช่อง 13 สยามไท

 รวมถึงความเห็นต่างทาง "ยุทธวิธีการต่อสู้" ของสองศิษย์ที่ชื่อ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับ ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์

 "อาตมาขอยืนยัน ขอรับรองว่ามันมีจริง มากน้อยก็แล้วแต่ คนไหนมีความขัดแย้ง อาตมาไปห้ามเขาก็ไม่ได้ เขาก็เป็นของเขา.."

 "พ่อท่าน" คงทราบดีว่า ศิษย์รักอย่าง "จำลอง-ไชยวัฒน์" ต่างมีความเห็นเป็นตัวของตัวเอง และมีรอยร้าวลึกในใจมาตั้งแต่ครั้ง "มหาจำลอง" ยกพรรคพลังธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 "ไชยวัฒน์" พยายามฟื้นพรรคพลังธรรมในการเลือกตั้งปี 2548 แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงหันไปจัดตั้ง "สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย" ดำเนินการต่อสู้ในนามภาคประชาชน

 นอกจากนี้ ใครที่เฝ้าเกาะติดหน้าจอทีวีดาวเทียม "ช่องเอฟเอ็มทีวี" ก็จะทราบว่า เมื่อ "ไชยวัฒน์" มีความคิดเห็นไม่ลงรอยกับ สนธิ ลิ้มทองกุล ในประเด็นการสร้างพรรคการเมืองใหม่ ก็นำพลพรรค สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย กลับบ้านสันติอโศก

 เช่นเดียวกับศิษย์พ่อท่านอย่าง วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ที่เกิดขัดแย้งกับ "สนธิ" เรื่องเงินบริจาค ก็ยกไพร่พลมารวมตัวที่สันติอโศก

 ขณะที่ "มหาจำลอง" ยังยืนอยู่ที่จุดเดิมคือ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเดินคนละแนวทางกับ "ไชยวัฒน์"

 หลังจากนั้น พล.ร.อ.บรรณวิทย์ ก็ชักชวนให้ไชยวัฒน์-วีระ ก่อตั้งสถานีทีวีช่อง 13 สยามไท โดยมีที่ตั้งเป็นโรงงานปุ๋ยเก่า และอยู่ใกล้พุทธสถานสันติอโศก

 จึงทำให้ "ช่องเอฟเอ็มทีวี" กับ "ช่อง 13 สยามไท" เป็นเสมือนทีวีคู่แฝด ที่มีการเชื่อมสัญญาณถ่ายทอดรายการแสดงธรรมของพ่อท่านอยู่ทุกวัน

 ที่สำคัญ ช่อง 13 สยามไท กลายเป็น "ศูนย์รวมคนอกหัก" จากกลุ่มพันธมิตรฯ อาทิ การุณ ใสงาม, สมบูรณ์ ทองบุราณ, อธิวัฒน์ บุญชาติ, ไทกร พลสุวรรณ ฯลฯ

 ในการถอนกำลัง "กลับบ้านเก่า" ของ "ไชยวัฒน์-วีระ" ได้นำไปสู่การเคลื่อนไหวใหม่คือ ประท้วงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และคัดค้านการปักปันเขตแดนของกัมพูชา ที่รุกล้ำอธิปไตยของชาติไทย

 นับตั้งแต่ต้นปี 2553 วีระ สมความคิด ได้ไปเคลื่อนไหวที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บ่อยครั้ง และเมื่อกลับกรุงเทพฯ ใช้เวทีที่ช่องเอฟเอ็มทีวี และช่อง 13 สยามไท สนทนาแลกเปลี่ยนเรื่องปราสาทพระวิหารกับสมณะโพธิรักษ์

 กระทั่ง "พ่อท่าน" ได้สนับสนุนการทวงคืนปราสาทพระวิหารผ่านจอเอฟเอ็มทีวี โดยกล่าวอ้างว่า

 "แผ่นดินกำลังถูกหั่น ถูกแบ่งด้วยกลวิธีเล่ห์กลสมัยใหม่ ในการล่าอาณาจักรสมัยใหม่..."

 จากนั้น จึงมีการก่อตั้ง "เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ" โดยผู้แทน 40 องค์กรมาร่วมประชุมที่สันติอโศก

 กลุ่มแกนนำประกอบด้วย เครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน, เครือข่ายทวงคืนแผ่นดินแม่, กองทัพธรรมมูลนิธิ, บุญนิยมมูลนิธิ, สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย, พันธมิตรฯ 16 จังหวัดภาคใต้ ฯลฯ

 ปลายเดือนกรกฎาคม 2553 เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ได้ออกสู่ท้องถนนครั้งแรก ณ ด้านหน้าสำนักงานองค์การยูเนสโกประจำประเทศไทย ถนนสุขุมวิท เพื่อคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

 ในวันนั้น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ปรากฏตัวร่วมกับ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, สมบูรณ์ ทองบุราณ, การุณ ใสงาม และร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ซึ่ง "มหาจำลอง" ไปร่วมขับเคลื่อนทวงคืนปราสาทพระวิหารครั้งนั้นในนาม "ส่วนตัว" มิได้เกี่ยวข้องกับพันธมิตรฯ

 จวบจนปลายปี 2553 กลุ่มพันธมิตรฯ จึงประกาศเคลื่อนไหว "ปกป้องแผ่นดินไทย" อย่างเป็นทางการ มีการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา และนัดหมายในการชุมนุมใหญ่ 25 มกราคมนี้

 พลันที่เกิดกรณี "7 คนไทย" ถูกทหารกัมพูชาจับกุม สถานการณ์พลิกผัน ทำให้เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ นำมวลชนออกชุมนุมที่หน้าทำเนียบ ภายใต้การนำของ "บรรณวิทย์-ไชยวัฒน์"

 แต่การชุมนุมดำเนินไปอย่างเงียบเหงา สมณะโพธิรักษ์จึงนำชาวอโศกเข้าร่วมอย่างเต็มตัว เพื่อกดดันรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้เร่งช่วยเหลือคนไทย 7 คน

 ด้วยข้อมูลเรื่องการสูญเสียดินแดนไทยให้กัมพูชาจาก "ไชยวัฒน์-วีระ" ทำให้เจ้าสำนักสันติอโศก "ออกตัวแรง" โถมตัวเข้าสู่ท้องถนน อันเป็นการตัดสินใจที่แตกต่างจากเมื่อครั้งพันธมิตรฯ ชุมนุมกู้ชาติ 193 วัน

 "เป้าหมายของเรามาชุมนุม ไม่ได้มุ่งหาปริมาณเป็นเอก เราพยายามจะแสดงความเป็นประชาธิปไตย แสดงถึงความเป็นคุณภาพของประชาธิปไตย โดยมิได้มุ่งหวังว่าจะชนะหรือแพ้"

 นี่คือปณิธานของโพธิรักษ์ ในการทำสงครามธรรมะทวงคืนแผ่นดินไทย!!

 ที่สำคัญ พ่อท่านรู้ว่า มีความขัดแย้งลึกๆ ระหว่าง "จำลอง" กับ "ไชยวัฒน์" ระหว่าง "พันธมิตรฯ" กับ "เครือข่ายฯ"

 พ่อท่านจึงกล่าวผ่านที่ชุมนุมอยู่เป็นประจำว่า "ถ้ายังมีจิตใจที่ยังเกลียดชังอยู่ ยังมีอัตตาอยู่ ก็ควรที่จะพักก่อน" หรือ "ไม่ควรนำความเกลียดชัง หรือเรื่องเล็กน้อยมาบดบังประเด็นที่ใหญ่กว่า"

 สมณะโพธิรักษ์จึงมุ่งมั่น "สมานรอยแตก" ด้วยการประกาศว่า 25 มกราคม จะมี "มหกรรมการชุมนุมใหญ่" ตั้งแต่สะพานมัฆวานฯ มาถึงทำเนียบรัฐบาล

 โดยเครือข่ายฯ และชาวอโศกจะปักหลักข้างทำเนียบ ดำเนินกลยุทธ์ NEO-PROTEST ประท้วงแบบใหม่

 เหตุนี้จึงต้องมีหลายเวที มีหลายสี มีเป้าหมายเดียวกัน...อดใจรอชมน้ำยาพ่อท่านจะสมานรอยแตกอย่างไร?

โพธิรักษ์