
"เสื้อแดง"ฟ้อง"ศาลโลก"แค่สัญลักษณ์
"เสื้อแดง" กำลังยกระดับการต่อสู้ขึ้นสู่ระดับโลกแล้ว
เมื่อมติของที่ประชุมแกนนำ นปช. เห็นชอบให้นำเหตุการณ์การสลายการชุมนุม "คนเสื้อแดง" เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ยื่นฟ้องรัฐบาลต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
และผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของ "คนเสื้อแดง" ในการยื่นฟ้องครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น "โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม" ทนายหรือล็อบบี้ยิสต์ส่วนตัว "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี และคณะ จากสำนักทนายความอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายระดับสากล นั่นเอง
และวันที่ 31 มกราคมนี้ จะมีการแถลงข่าวการยื่นฟ้องดังกล่าวจากต่างประเทศผ่านระบบวิดีโอลิงก์มายังประเทศไทยเลยทีเดียว
สำหรับรายละเอียดในการยื่นฟ้อง อาจจะยื่นฟ้องเป็นรายบุคคล ตั้งแต่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้มีการสลายการชุมนุม
ซึ่งมาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากจะรู้จักกันว่า "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" มัน "หน้าตา" เป็นอย่างไร
สำหรับ "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" (International Criminal Court) มีชื่อย่อว่า ICC หรือ ICCt เป็นศาลถาวรระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2545 โดยธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งคณะตุลาการถาวรมาดำเนินคดีแก่อาชญากรผู้ล้างชาติ ผิดต่อมนุษยชาติ ละเมิดอาญาศึก หรือรุกรานอธิปไตย
โดยต้องเป็น 4 ฐานความผิดเท่านั้น คือการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crime Against Humanity) อาชญากรรมสงคราม (War Crimes) และอาชญากรรมอันเป็นการรุกราน (Aggression) ที่จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศได้
ทั้งนี้ที่ทำการหลักของศาลอาญาระหว่างประเทศตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ศาลอาญาระหว่างประเทศสามารถดำเนินกระบวนยุติธรรมได้ทุกแห่งหนในโลกนี้
แต่ทั้งนี้พึงทราบว่า ผู้กระทำความผิดดังกล่าวหมายเอาแต่ "ตัวบุคคล" เท่านั้น มิได้รวมถึงการกระทำของ "รัฐ" ถึงแม้จะเป็นความผิดเช่นว่าก็ตาม ดังนั้นจึงต้องยื่นฟ้องตัวบุคคลเท่านั้น
และด้วยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศนี้ ได้รับการออกแบบมาให้เติมเต็มภาคส่วนที่ขาดเหลือของกระบวนยุติธรรมภายในประเทศ
ดังนั้น ศาลนี้จะสามารถบริหารเขตอำนาจของตนได้ ก็ต่อเมื่อศาลในประเทศไม่ประสงค์หรือไม่สามารถดำเนินกระบวนยุติธรรมสำหรับคดีนั้นๆ แล้ว
หรืออธิบายง่ายๆ ว่า "จะยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศได้ ก็ต่อเมื่อศาลในประเทศนั้นๆ ไม่ยอมทำหรือทำไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศเลย"
และศาลอาญาระหว่างประเทศจะดำเนินคดีได้ ก็เฉพาะคดีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นรัฐภาคีแห่งธรรมนูญกรุงโรมฯ ความผิดที่กล่าวหาเกิดขึ้นในดินแดนภายในอธิปไตยของรัฐภาคี หรือที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมอบหมายให้เท่านั้น
สำหรับประเทศไทยได้ลงนามในธรรมนูญกรุงโรมฯ เข้าเป็นภาคีและสมาชิกของศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่ได้ให้ "สัตยาบัน" กับธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ
สำหรับภาษาปากในภาษาอังกฤษบางทีก็เรียก "ศาลอาญาระหว่างประเทศ" ว่า "ศาลโลก" ("world court" ใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก)
ดังนั้น ต้องไม่สับสนกับ "ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ" (International Court of Justice : ICJ ที่มักเรียกกันว่า "ศาลโลก" (ซึ่งในภาษาอังกฤษจะใช้อักษรขึ้นต้นตัวใหญ่ว่า "World Court") ที่ทำหน้าที่ตัดสิน "คดีการเมือง"
สำหรับโครงสร้างศาลอาญาระหว่างประเทศ แบ่งการดำเนินกระบวนยุติธรรมเป็น 3 ชั้น คือชั้นพิจารณาเบื้องต้น (Pre-trial), ชั้นพิจารณาคดี (Trail) และชั้นอุทธรณ์ (Appeal)
"วิทยา สุริยวงศ์" ผู้อำนวยการสำนักกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม อธิบายว่า การฟ้องคดีต่อศาลระหว่างประเทศเป็นกลไกขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยหากเป็นคดีความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภาคีสมาชิกทั้งสองประเทศจะต้องให้ความยินยอมจึงจะนำคดีขึ้นพิจารณาได้ เช่น กรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหารของประเทศไทยกับกัมพูชา แต่กรณีที่เป็นความขัดแย้งในประเทศไม่อาจนำคดีฟ้องต่อศาลระหว่างประเทศได้
"อย่างเช่นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เคยมีการนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ ต้องเป็นคดีที่อยู่เหนือขีดความสามารถที่รัฐบาลของประเทศภาคี เช่น คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นับหมื่นศพในประเทศรวันดา หรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศกัมพูชา ที่มีการร้องขอให้ยูเอ็นตั้งคณะตุลาการอิสระขึ้นไต่สวน ส่วนกรณีของประเทศไทยอาจไม่เข้าเงื่อนไขที่ศาลอาญาระหว่างประเทศจะรับฟ้อง ที่สำคัญประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันกับธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ"
ขณะที่ "อัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ" ท่านหนึ่งได้ให้ความเห็นว่า กรณีกลุ่มคนเสื้อแดงจะไปยื่นฟ้องรัฐบาลไทยต่อศาลอาญาระหว่างประเทศจากเหตุการณ์เสียชีวิตในการกระชับพื้นที่สลายการชุมนุม คงทำได้เพียงการยื่นฟ้อง แต่ศาลอาญาระหว่างประเทศไม่มีอำนาจรับคดีไว้พิจารณา เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้ให้ "สัตยาบัน" ศาลอาญาระหว่างประเทศจึงไม่มีอำนาจศาลเหนือประเทศไทย
"ดังนั้นขั้นตอนการเคลื่อนไหวจึงทำได้แค่ยื่นฟ้อง เพื่อให้สื่อมวลชนของประเทศที่ให้ความสนใจไปรายงานข่าวเท่านั้น เช่นเดียวกับกรณีที่เคยมีความเคลื่อนไหวจะฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด 2,500 ศพ และเหตุการณ์เสียชีวิตกรณีตากใบ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไร"
สรุปว่า การยื่นฟ้อง "เสื้อแดง" ต่อ "รัฐบาลอภิสิทธิ์" ในคราวนี้ สุดท้ายก็คงเป็นแค่ "สัญลักษณ์" ว่าได้ยื่นฟ้องเท่านั้นเอง
ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย



