
นทพ.จัด8กิจกรรมเทิดพระเกิยรติเฉลิมฉลอง84พรรษาทั่วประเทศ!
เนื่องในโอกาสมหามงคลที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้จัดโครงการ 84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เทิดไท้ มหาราชัน"
โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพให้พสกนิกรได้ชื่นชมพระบารมี และเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตตลอดจนเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กลับมามีความสมบูรณ์อย่างยั่งยืนสืบไป
การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติมีด้วยกัน 8 กิจกรรมในพื้นที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สำนักงานพัฒนาภาค 1-5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และสำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา
พล.อ.ดุลกฤต รักษ์เผ่า ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวจะมีขึ้นตลอดปี 2554 โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-31 ธันวาคม 2554 ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับ 8 กิจกรรมตามโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย
1.กิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล “8 แสน 4 หมื่น ซีซี เพื่อพ่อ” 2.กิจกรรมปลูกป่าเทิดพระเกียรติ 84,000 ต้น 3.กิจกรรมโครงการก่อสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4,884 ฝาย
4.การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 5.เปิดศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 84 ศูนย์ 6.กิจกรรมจัดทำเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ 7.จัดทำหนังสือ “84 พรรษา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เทิดไท้ มหาราชัน” และ 8.บริจาคแว่นตาเพื่อผู้สูงอายุเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา “12,840 แว่นตา เพื่อพ่อ”
พล.อ.ดุลกฤต ย้ำถึงจุดประสงค์ของ 8 กิจกรรมดังกล่าวว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำเพื่อพสกนิกรมาตลอดตั้งแต่ทรงครองราชย์ และมีประชาชนบางส่วนเคยติดตาม เคยเห็น แต่ไม่รู้ว่าเป็นงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา โดยเฉพาะโครงการ "ไบโอดีเซล" ที่ทรงดำเนินการมา 20-30 ปี แล้ว ซึ่งขณะนี้โครงการดังกล่าวเป็นผลดีต่อประชาชนที่ได้ใช้ไบโอดีเซลเป็นอย่างมาก
“หลักการทำงานของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา คือ การเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน และทำให้พสกนิกรของพระองค์มีความสุข ในฐานะที่หน่วยของเราเป็นองค์กรที่เข้าไปขับเคลื่อนในการช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว" พล.อ.ดุลกฤต กล่าวย้ำ
สำหรับทั้ง 8 กิจกรรมเทิดพระเกียรติจะเผยแพร่ไปยังทุกหน่วยที่ขึ้นตรงกับของกองบัญชาการทหารพัฒนา เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถาบัน หรือถูกปลูกฝังในเรื่องที่ผิดๆ
"อยากให้ประชาชนตระหนักถึงการทำงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ผ่านมา เพราะพระองค์ท่านทรงทำเพื่อพสกนิกรของพระองค์ท่านมาโดยตลอด และอยากให้ประชาชนที่ไม่เข้าใจ หรือถูกปลูกฝังความเชื่อที่ผิดๆ กลับมาช่วยกันเทิดทูนสถาบันเหมือนเดิม ส่วนตัวเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจดี แต่มีกลุ่มบางกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ ถึงจะเข้าใจ แต่ก็พยายามไม่เข้าใจ แต่ถ้าเป็นประชาชนคนธรรมดาจะเข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำมาตลอดชีวิตก็เพื่อประชาชนทั้งนั้น”
พล.อ.ดุลกฤต ยังกล่าวเรียกร้องให้ประชาชนทุกคนละทิ้ง "ผลประโยชน์ส่วนตน" เสียบ้าง และหันกลับมา "ปรองดอง" กันโดยยึดเอาสถาบันเป็นที่ตั้ง ซึ่งถ้าทุกคนหันกลับมายึดมั่นสถาบันแล้วเชื่อว่าประชาชนก็จะกลับมาเป็นหนึ่งได้ในที่สุด
"เราไม่จำเป็นต้องเจริญก้าวหน้าเหมือนต่างประเทศ เพราะความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรัพย์สิน แต่ขึ้นอยู่กับความพออยู่ พอกิน และเพียงพอ ที่ผ่านมาประเทศไทยเสียโอกาสไปมากแล้ว เราเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มีทรัพยากรมากมาย มีประเทศที่สวยงาม แต่พอมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมาก็ทำให้ต่างชาติไม่กล้าเข้ามาเที่ยว ทำให้เกิดความเสียหายมากมายมหาศาล" พล.อ.ดุลกฤต กล่าว
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวย้ำว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำในทุกๆ ด้าน จนป็นที่ยอมรับของคนไทยทุกคน รวมถึงนานาประเทศ ทรงมีความสามารถหลากหลาย และเราก็ได้รับผลจากการพัฒนาเหล่านั้นมากมาย
"แต่ที่น่าเสียใจ เราไม่เคยสนใจในสิ่งที่พระองค์ท่านสอน บางคนชอบเห็นในหลวง เวลาท่านเสด็จฯ ไปที่ไหนพากันวิ่งมาหาน้ำตาไหล แต่ไม่เคยมองท่าน คือ ชอบเห็น แต่ไม่ชอบมอง อยากให้พวกเรากลับไปคิดในเรื่องนี้ เหมือนกับที่พระองค์เคยรับสั่ง เราชอบได้ยิน แต่ไม่ปฏิบัติตาม พอวันรุ่งขึ้นก็ลืม ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย" ดร.สุเมธ ฝากไว้ให้คนไทยคิด
ดร.สุเมธ ยกตัวอย่างว่า พระองค์ทรงครองราชย์มา 60 กว่าปี รับสั่งว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งคนไทยทุกคนท่องจำกันได้จนขึ้นใจ ถามได้ ตอบได้ แต่ไม่ได้ตีความไปถึงความหมายว่า แปลว่าอะไร
ทั้งนี้ ในการทำงานจะต้องปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล 10 ประการ หรือ "ทศพิธราชธรรม" ซึ่งเราต้องปฏิบัติด้วย อย่าให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติแต่เพียงผู้เดียว
"ในการทำงานของพระองค์ท่าน ทรงเน้นย้ำเรื่องคุณธรรม จริยธรรม พระองค์ท่านเคยรับสั่งไว้ว่า ถ้าหากโกงทุกอย่างก็จบ และถ้าอยากร่ำรวยจะต้องลาออกจากข้าราชการ”
ดร.สุเมธ เผยว่า โครงการพระราชดำริเริ่มมา 60 กว่าปีแล้ว และมีต่อเนื่องมาเรื่อยๆ แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระประชวร และประทับอยู่ที่โรงพยาบาล แต่โครงการต่างๆ ก็ดำเนินการผ่านสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และองค์กรต่างๆ
โดยในระยะหลังๆ จะมี "ภัยพิบัติทางธรรมชาติ" มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่สึนามิ น้ำท่วม ดินถล่ม ฯลฯ ซึ่งต่อไปนี้เราต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติมากขึ้น
"พระองค์ท่านเคยรับสั่งว่า มนุษย์เราชอบรังแกธรรมชาติ ระวังว่าสักวันหนึ่งธรรมชาติจะโกรธเอา และลงโทษ เวลานี้รู้สึกว่าจะครบแล้วทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทุกประเทศได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า" ดร.สุเมธ ยกพระราชดำรัสของในหลวงเพื่อเตือนสติ
ส่วนในเรื่องของบ้านเมือง ดร.สุเมธ กล่าวว่า การรักชาติบ้านเมืองที่พระองค์ท่านเคยรับสั่งไว้ คือการดูแล อย่าบอกว่ารักเฉยๆ หรือแค่ยืนตรงเคารพธงชาติ แต่จะต้องลงมือทำด้วย ทั้งการรักษาดิน-น้ำ ดูแลเรื่องมลพิษ ขยะ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปนี้เราจะอยู่อย่างปล่อยปละละเลยไม่ได้แล้ว เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง
ปัญญา ทิ้วสังวาลย์



