
แกนนำแดงพบรองปธ.ศาลอาญาโลก
"ธิดา - จตุพร แกนนำแดง" คณะเข้าพบ รอง ปธ.ศาลอาญาโลก แนะนำตัวนปช.พร้อมยื่นหนังสือแถลงแดงปกป้องสิทธิมนุษยชน " ธิดา" ย้ำแค่แลกเปลี่ยนความรู้ เทคนิคการป้องกันละเมิดสิทธิ์ ระบุฟ้องคดีศาลโลกหน้าที่ทนาย
(23ต.ค.) ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ราชดำริ เมื่อเวลา 12.00 น. นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. พร้อมด้วย ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะแนวร่วม นปช. ประมาณ 20 คน เดินทางเข้าพบ นายฮันส์-ปีเตอร์ คาล ( Hans Peter Kual) ผู้พิพากษาและรองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ( Vice President of International Criminal Court หรือ ICC ) ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สิทธิมนุษยชนและศาลอาญาระหว่างประเทศ ” ของ ICC ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ผศ.ดร.จารุพรรณ กล่าวถึงเนื้อหาหนังสือของ นปช. ที่ยื่นว่าเป็นลักษณะ ตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติเรื่องสิทธิมนุษยชน
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการเข้าพบดังกล่าวโรงแรมได้จัดให้คณะนปช. เข้าพบ รองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศเพียง 10 คน ในห้องรับรองชั้น 2 ช่วงระหว่าง 12.00 - 13.00 น.ที่เป็นเวลาพักการประชุมซึ่งห้ามสื่อมวลชน เข้าถ่ายภาพในการพุดคุย โดยระบุเหตุผลว่าเป็นห้องขนาดเล็กและการรักษาความเรียบร้อย ที่เป็นบริเวณซึ่งแขกของโรงแรมเข้าพักจึงเกรงว่าจะเกิดเหตุวุ่นวาย
ภายหลังเมื่อเสร็จสิ้นการยื่นหนังสือและการหารือ ต่อมาเวลา 13.00 น. นางธิดา นายจตุพร และคณะ ทั้ง 10 คนที่ร่วมพูดคุยกับ Mr.Hans Peter Kual รองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ โดยนางธิดา ประธาน นปช. กล่าวว่า การเข้าพบ รองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ เราได้แนะนำตัวพร้อมทั้งยื่นหนังสือที่เป้นคำแถลงคณะ นปช.ชุดใหม่ และได้พูดคุยแลกเปลี่ยน เกี่ยวกับเทคนิคการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเรื่องทั่วไปที่เราไม่ได้ดำเนินการเฉพาะกับ ICC แต่ได้ดำเนินการกับหลายหน่วยงาน อย่างไรก็ดีในการพูดคุยกับ ICC เนื่องจากท่านเป็นผู้พิพากษา ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะพูดคุยอะไรหรือให้ความเห็นใดที่เกินกว่า กฎ ระเบียบ กติกา กำหนดไว้ได้จึงทำได้เพียงแลกเปลี่ยนความเห็นและความรู้เรื่องเทคนิคทั่้วไป เท่านั้น เช่น การอธิบายกติกาของศาลอาญาระหว่างประเทศ ปัญหาการรับรองสิทธิต่างๆ เป็นต้น โดยเราได้ซักถามเกี่ยวกับประเทศที่ให้สัตยาบันไว้ด้วยว่ามีประเทศใดบ้าง
ส่วนความเป็นไปได้ในการฟ้องคดีต่อศาลอาญาโลกนั้น นางธิดา ประธาน นปช. กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ตนและคณะมาพบองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งการฟ้องคดีเป็นเรื่องของทนายความ ที่จะดำเนินการตามหน้าที่ของเขา ไม่ใช่เรื่องของเราที่ดำเนินการในวันนี้ โดยเกี่ยวกับคดีอาจต้องมีการยื่น กันอีกหลายศาลนอกเหนือจากศาลอาญาระหว่างประเทศ ขอให้ติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ดีในการพูดคุยทำให้ทราบว่า ICC ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยระดับหนึ่ง
ขณะที่ดูเหมือนว่าปี 2012 ประเทศไทยต้องเป็นเจ้าภาพการประชุมของศาลอาญาระหว่างประเทศ และประเทศไทยก็ยังเป็นสมาชิกองค์กรสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ด้วย ดังนั้นประเทศไทยเองคงต้องตอบคำถามต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ได้ด้วย เพราะแม้เรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องภายในประเทศ แต่ข้อมูลข่าวสารได้เผยแพร่ออกไปทั่วโลกแล้วทั้งปัญหาสิทธิมนุษยชน และการปราบปรามฆ่าประชาชน ดังนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบที่จะต้องตอบคำถามนี้ ส่วนเราก็ต้องใช้ความพยายามที่จะเดินหน้าเสนอข้อมูลในทุกเวที และการออกมาเดินถนนทุกวันทุกเดือนเพื่อให้เกิดการใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน แก้ปัญหาความละเมิดสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม ไม่ใช่ทำให้เกิดปัญหาคาราคาซัง
ขณะที่ ผศ.ดร.จารุพรรณ กล่าวเสริมว่า การที่สถานการณ์ประเทศไทยจะเข้าไปอยู่ในการดูแลของ ศาลอาญาระหว่างประเทศ จะเป็นประเด็นความเท่าเทียมในฐานะที่ประเทศไทยก็เป็นประชากรของโลก โดยภารกิจหนึ่งที่ ICC จะปฏิบัติให้ได้ในการดูแลหลายประเทศคือการใช้กำลังทหาร ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในวิชั่นนี้และประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่จะส่งเรื่องนี้ถึง ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่ง ICC ให้ความสนใจเรื่องเช่นนี้มากต่อกลุ่มประเทศในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยและเวียดนาม
ผศ.ดร.จารุพรรณ กล่าวอีกว่า ในการพูดคุยกับรองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ มีเวลาไม่มาก ซึ่้งได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเทคนิค ประสบการณ์ประวัติศาสตร์โลกเคยดำเนินการเกี่ยวกับปกป้องสิทธิมนุษยชน เช่น ประเทศซูดาน ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ประชาชนทุกคนได้รับความเท่าเทียมกันในฐานะพลเมืองที่เรียกร้องประชาธิปไตยและเราจะได้รับความเป็นธรรมในเวทีระดับโลกอย่างไร ขณะที่เรื่องนี้เองคนไทยก็ต้องช่วยกันผลักดันให้ประเทศไทย มีมาตรฐานการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยให้ดีขึ้น หลังประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ร้ายแล้วจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก หรือแม้กระทั่งการสังหารหมู่



