ข่าว

สมศักดิ์น้อมรับปปช.ชี้มูลแจ้งทรัพย์สิน

สมศักดิ์น้อมรับปปช.ชี้มูลแจ้งทรัพย์สิน

23 ม.ค. 2554

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คณะกรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จว่า

น้อมรับการชี้มูลของ ป.ป.ช. ขั้นตอนต่อไปจะเข้าชี้แจงกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยจะนำเหตุผล เอกสาร และหลักฐานที่เคยยื่นให้ ป.ป.ช.ไปชี้แจง ซึ่งเป็นการต่อสู้ตามกระบวนการและข้อเท็จจริง เพราะมีเจตนาบริสุทธิ์

 นายสมศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า หลังทราบเรื่องได้โทรศัพท์แจ้งให้นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ทราบแล้ว โดยนายบรรหารได้ให้กำลังใจว่า เส้นทางนักการเมืองต้องมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา

 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ากรณีนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ได้มีการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาเรื่องข้อกล่าวหานายสมศักดิ์ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วงปีพ.ศ. 2540
 
 โดยปปช.ได้สรุปรายการทรัพย์สินที่นายสมศักดิ์ไม่ได้แจ้งประกอบด้วยบัญชีเงินฝากทั้งของตนเองและคู่สมรสหลายรายการ และบ้านที่จ.อ่างทองอีก 1 หลัง โดยในส่วนบัญชีเงินฝากนั้น นายสมศักดิ์ไม่ได้แสดงต่อปปช.ในการเข้าและออกจากตำแหน่งทางการเมืองหลายครั้งด้วยกัน ได้แก่ ช่วงเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ วันที่  14  พฤศจิกายน  2540 ช่วงพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่  9  กรกฎาคม  2542 และภายหลังพ้นจากตำแหน่งแล้ว  1  ปี เมื่อวันที่  8  กรกฎาคม 2543

 นอกจากนั้น ในช่วงที่เป็นส.ส.(ครั้งที่1) ก็ไม่ได้แสดงบัญชีดังกล่าวอีก ไม่ว่าจะเป็นตอนพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่  9  พฤศจิกายน  2543 และภายหลังพ้นจากตำแหน่งแล้ว 1  ปี เมื่อวันที่  8  พฤศจิกายน  2544 รวมถึงช่วงเข้ารับตำแหน่งรมว.ศึกษาเมื่อวันที่ 9  กรกฎาคม  2542 ช่วงพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่  5  กุมภาพันธ์  2544 และภายหลังพ้นจากตำแหน่งแล้ว 1  ปี เมื่อวันที่  4  กุมภาพันธ์  2545 และภายหลังการเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 นายสมศักดิ์ก็ยังคงไม่ได้แสดงทรัพย์สินในส่วนนี้ตอนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่  6  มีนาคม  2544

 สำหรับรายการทรัพย์สิน บ้านเลขที่  5/5  ตำบลไผ่จำศีล  อำเภอวิเศษชัยชาญ  จังหวัดอ่างทองนั้น พบว่านายสมศักดิ์ก็ไม่ได้ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินจำนวน 6 ครั้งด้วยกัน ได้แก่ 1.ช่วงเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีพ้นจากตำแหน่งแล้ว 1 ปี 2.ในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ครั้งที่ 2)  กรณีพ้นจากตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งแล้ว 1 ปี 3. ในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ครั้งที่ 3) กรณีเข้ารับตำแหน่ง พ้นจากตำแหน่ง  และพ้นจากตำแหน่งแล้ว 1 ปี 4. ในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ครั้งที่ 4) กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง 5. ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ครั้งที่1)  กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง และ 6. ในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  (ครั้งที่2)  กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง 

 ด้วยเหตุนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการที่นายสมศักดิ์ ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของตนและคู่สมรสในตำแหน่งและกรณีต่างๆ   ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สิน ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากต่าง ๆ  และบ้านเลขที่ 5/5  ตำบลไผ่จำศีล  อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นการจงใจหลีกเลี่ยงการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินของตนและคู่สมรส 

 คณะกรรมการป.ป.ช. จึงมีมติว่านายสมศักดิ์จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ให้เสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 263 ให้นายสมศักดิ์ พ้นจากตำแหน่ง และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปี นับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย และขอให้ลงโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ด้วย

 ส่วนรายการทรัพย์สินอื่นที่มีการกล่าวหาว่านายสมศักดิ์ จงใจปกปิด ได้แก่  รถยนต์ยี่ห้อ  BENZ  จำนวน 2 คัน และร้าน Am-Pm  ที่ตั้งอยู่ที่อาคารเลขที่ 204  หมู่ที่ 7  ตำบลศาลเจ้าโรงทอง  อำเภอวิเศษชัยชาญ นั้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐานยังไม่พอฟังว่าเป็นทรัพย์สินของ นายสมศักดิ์  ปริศนานันทกุล  หรือคู่สมรส  หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองแทนตามข้อกล่าวหา

 ขณะที่ข้อกล่าวหาว่านายสมศักดิ์ร่ำรวยผิดปกติ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาให้นายสมศักดิ์ทราบ เพื่อให้โอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาก่อน