
กษิตพบซูจีขอบคุณไทยดูเเลผู้อพยพ
กษิตพบซูจีขอบคุณไทยดูเเลผู้อพยพ หวังพม่าจะเป็นปชต.ในการลต.ครั้งหน้า
(23ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า ตามที่มีรายงานข่าวว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศได้พบกับนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่21 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนเดินทางไปร่วมประชุมความริเริ่มอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ(บิมสเทค)ที่พม่าเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น
แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า นายกษิตได้พบกับซูจีจริง โดยการพบปะหารือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงย่างกุ้งไม่ใช่พบกันที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงย่างกุ้งตามที่เป็นข่าว และได้มีการแจ้งเรื่องการพบปะกับซูจีให้ฝ่ายพม่าทราบตั้งแต่เดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการที่เกาะลอมบอก อินโดนีเซีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยในระหว่างการหารือนายกษิตได้ย้ำถึงความพร้อมของรัฐบาลไทยที่จะส่งเสริมกระบวนการปรองดองแห่งชาติและการพัฒนาประชาธิปไตยในพม่าและเห็นว่าซูจีจะมีบทบาทที่สำคัญในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและในฐานะที่สามารถเป็นตัวแทนให้กับชนกลุ่มน้อยต่างๆได้ ทั้งนี้ไทยมองว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2553 เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในกระบวนการส่งเสริมประชาธิปไตยในพม่า และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาต่างๆในพม่าต่อไป
นายกษิตยังได้แจ้งให้นางซูจีทราบถึงผลการหารือของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการว่า อาเซียนต้องการเห็นการทบทวนเรื่องการคว่ำบาตรพม่า ขณะเดียวกันก็อยากที่จะเห็นพม่ามีการดำเนินการในเรื่องการปรองดองแห่งชาติและการส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป ขณะที่นางซูจีได้กล่าวขอบคุณสำหรับท่าทีของอาเซียนและประเทศไทย และบอกด้วยว่าพร้อมจะให้มีการทบทวนเรื่องการคว่ำบาตรพม่าเนื่องจากไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ทั้งนี้นางซูจีได้ย้ำว่าไม่ได้มองว่าผู้นำทหารพม่าเป็นศัตรูและพร้อมที่จะประนีประนอมเพื่อให้กระบวนการปรองดองแห่งชาติเดินหน้าต่อไปอย่างไรก็ดีการประนีประนอมนั้นต้องมาจากทั้งสองฝ่าย สำหรับการพูดคุยกับรัฐบาลพม่านั้น นางซูจีแจ้งว่าจะรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่เสียก่อน เพื่อให้มีความชัดเจนว่าควรจะหารือกับใครที่มีอำนาจที่แท้จริงต่อไป
สำหรับชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนนั้น นางซูจีได้ขอบคุณไทยที่ได้ให้ที่พักพิงชั่วคราวกับชาวพม่าที่หนีภัยสู้รบเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งนายกษิตได้ย้ำถึงดำริของฝ่ายไทยที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่อาศัยที่อยู่ในที่พักพิงต่างๆอาทิ เรื่องสาธารณสุขและเรื่องคุณภาพชีวิต เเละนางซูจียังได้ร้องขอความช่วยเหลือจากไทยและมิตรประเทศอื่นในการซ่อมแซมฝายกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำทะเลเข้ามาท่วมพื้นที่เกษตรหลังจากที่พายุไซโคลนกิรีได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากเมื่อเดือนต.ค.ปี2553ที่ผ่านมา จึงหวังว่าไทยและมิตรประเทศอื่นๆจะสามารถให้ความช่วยเหลือในการซ่อมแซมฝายกั้นน้ำดังกล่าว ซึ่งจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมเร่งด่วนภายในเดือนมี.ค.นี้เพื่อมิให้พื้นที่เกษตรถูกทำลาย โดยกษิตได้รับที่จะไปหารือกับประเทศอาเซียนอื่นๆให้ต่อไป



