ข่าว

หวั่นกระแสเกลือเป็นหนอนเสี้ยมแตกแยก

หวั่นกระแสเกลือเป็นหนอนเสี้ยมแตกแยก

23 ม.ค. 2554

ศอ.บต.เดินหน้าลุยงานมวลชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสานรอยร้าวความสัมพันธ์ไทยพุทธ-มุสลิม หวั่นกระแส "เกลือเป็นหนอน" หลุมพรางโจรใต้เสี้ยมความแตกแยกหน่วยงานรัฐหวังแย่งฐานมวลชนคืน แม่ทัพภาคที่ 4 กำชับ ผบ.ฉก.-ผบก.ภ.จว.-ผวจ.นราธิวาส เข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย หวั

(23ม.ค.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เปิดเผยว่า เหตุการณ์คนร้ายโจมตีฐานปฎิบัตการทหาร15121 ค่ายพระองค์ดำ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และขโมยอาวุธไปจำนวนหนึ่งนั้น เหตุเกิดวันที่ 19 ม.ต. 54 ที่ผ่านมา อาจทำให้ชาวบ้านมีความห่วงใยในสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่การนำเสนอเรื่องเกลือเป็นหนอน หรือหนอนบ่อนไส้เป็นเรื่องที่ต้องระวัง เนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจเป็นประเด็นที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีต้องการสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อขยายช่องว่างความสัมพันธ์ของพี่น้องในพื้นที่ รวมถึงการขยายช่องว่างหรือ ระยะห่างระหว่างพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐได้เพื่อชิงฐานมวลชน

 "ความร่วมมือจากชาวบ้านซึ่งเป็นมวลชนในระดับพื้นที่เป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐและกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่างแย่งชิงเพื่อนำมาเข้าร่วมแนวทางของแต่ละกลุ่ม  ดังนั้นการรักษาฐานมวลชนเอาไว้และสร้างงานมวลชนให้เข้ามาร่วมมือกับหน่วยงานรัฐให้มากที่สุดยังเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เนื่องจากทุกฝ่ายมีความเชื่อที่ตรงกันว่ามวลชน คือสิ่งที่จะนำมาสนับสนุนความสำเร็จ ดังนั้นประเด็นใดก็ตามที่นำไปสู่ความแตกแยกของมวลชนในพื้นที่ต้องระวัง โดยในส่วนของศอ.บต.ยืนยันจะเดินหน้าสร้างงานมวลชนโดยการเน้นการเข้าไปให้ความช่วยเหลือชาวบ้านในทุกทิศทางเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น"  นายภาณุ กล่าว

 โดยเฉพาะการมุ่งสู่การก้าวผ่านการแก้ไขปัญหาโดยใช้การเมือง นำการทหาร ให้เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินรายอำเภอในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการแนวทางการพัฒนาได้อย่างเต็มที่ในพื้นที่ซึ่งมีความปลอดภัยและมีความพร้อมในการยกระดับอำเภอให้เป็นพื้นที่พัฒนาทั้งด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจและรายได้ให้กับภาคประชาชน  ดังนั้นเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้จึงไม่ใช่อุปสรรคหรือข้อผิดพลาดที่จะทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องหยุดการเดินหน้าพัฒนาในพื้นที่แต่อย่างใด

มทภ.4สั่งผบ.ฉก.-ตร.ผวจ.นราฯเข้มมาตรการรปภ.

 หลังเกิดเหตุคนร้ายไม่ต่ำกว่า 40 คน ยกพวกบุกเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย ร.15121 ฉก.นราธิวาส ซึ่งตั้งฐา นปฏิบัติการที่บ้านมะรือโบตก หมู่ 1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ ผบ.ร้อย ร.15121 เสียชีวิตพร้อมผู้ใต้บังคับบัญชารวม 4 นาย และมีทหารได้รับบาดเจ็บอีก 6 นาย พร้อมกันนี้คนร้ายยังได้ยึดปืนสงครามในคลังแสงของฐานปฏิบัติการทหารดังกล่าวไปได้อีกจำนวนหนึ่งด้วย เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 มกราคมแล้ว

 ล่าสุดพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งกำชับให้ พล.ต.อุทิศ สุนทร ผบ.ฉก.นราธิวาส, นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส และ พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผบก.ภ.จ.นราธิวาส ในฐานะผู้นำหน่วยสูง สุดระดับจังหวัดของฝ่ายทหาร, ฝ่ายปกครอง และฝ่ายตำรวจ ให้เพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยในภาพรวมให้มี ความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายขึ้นซ้ำซ้อน

คนร้ายยิงอส.ปัตตานีดับก่อนหยิบปืน.38หนี 

 เมื่อเวลา 09.00 น.พ.ต.อ.วัลลพ จำนงอาษา ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายบนถนนสายรอง ภายในเขตเทศบาล ม.1 ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ รุดไปตรวจสอบ

 ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่น สเม็ช 110 สีดำแดง ทะเบียน กลม 343 ปัตตานี ล้มคว่ำอยู่ และพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือด ทราบชื่อ อาสาสมัคร อับดุลรอแม ดอเลาะ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 ม.5 ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. เข้าบริเวณศรีษะ และกลางหลัง รวม 3 นัด เสียชีวิตคาที่

 จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตาย เป็น อส. สังกัดกองร้อย อส. ปะนาเระ ที่ 3 อ.ปะนาเระ และเป็นผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้านที่บ้านกลาง ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อเข้าเวร ในเขตเทศบาลตำบลปะนาเระ โดยใช้เส้นทางลัดในหมู่บ้าน พอถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ติดตามอย่างกระชั้นชิด เมื่อคนร้ายได้โอกาสจึงเร่งเครื่องเข้าประกบ คนร้ายที่ซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงจนผู้ตายล้มลงและเสียชีวิต คนร้ายได้จอดและหยิบปืน .38 ของผู้ตายไปก่อนขับหลบหนีไป ส่วนสาเหตุน่าจะเกี่ยวสถานการณ์ใต้ เพราะในช่วงนี้คนร้ายลอบยิงคนของรัฐมาอย่างต่อเนื่อง

จ่อยิงชาวสวนก้มลงกราบขอชีวิตไร้ผล

 เมื่อเวลา 07.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนราธิวาส ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตายบนถนน ภายในสวนปาล์มนิคมสหกรณ์บาเจาะ บ้านฮุแตทูวอ หมู่ 4 ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ขึ้นอีก หลังได้รับแจ้ง พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ไชยมณี สวป.สภ.โคกเคียน พร้อมด้วย พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หัวหน้าชุดพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และผู้เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจจุดเกิดเหตุ

 พบศพนายช่วย พรหมศร อายุ 69 ปี บ้านเลขที่ 126/22 บ้านฮุแตทูวอ หมู่ 4 ต.โคกเคียน เจ้าของสวนปาล์ม ถูกยิงเสียชีวิตในท่าลักษณะนั่งคุกเข่าคว่ำหน้าคล้ายกับนั่งก้มลงกราบ เพื่อร้องขอชีวิตจากคนร้าย มีแผลถูกยิงด้วยปืนพกสั้น 11 มม.ที่ศีรษะ 1 นัด และที่ตะโพก 1 นัด คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 11 มม.ตกอยู่ 2 ปลอก

 นางละออง เดชบุญ อายุ 49 ปี ภรรยานายช่วยผู้ตายให้การว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา สามีได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักซึ่งอยู่ภายในสวนปาล์ม เดินทางเข้ามาในสวนปาล์มจุดเกิดเหตุ เพื่อนำวัวที่เลี้ยงไว้กลับเข้าคอก จากนั้นได้หายตัวไป ช่วงเช้าของเช้าวันนี้ ตนและบุตรได้พากันออกมาตามหา จนกระทั่งมาพบนายช่วยสามีถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ทรัพย์สินเป็นรถจักรยานยนต์ 1 คัน ได้หายไปด้วย

 ทางการสอบสวนทราบว่า นายช่วยผู้ตายได้นำครอบครัวเข้ามาทำสวนปาล์มในที่ดิน 20 ไร่แห่งนี้ ซึ่งได้รับการจัดสรรให้เป็นที่ดินทำกินจากนิคมสหกรณ์นิคมบาเจาะ เมื่อหลายปีก่อน จนกระทั่งต้นปาล์มให้ผลผลิต มีรายได้จากการขายผลปาล์มประมาณ 200,000 บาทต่อเดือน ทำให้ที่ดินในผืนป่าพรุนิคมสหกรณ์บาเจาะ จากเดิมมีการซื้อขายกันในราคาเพียงไร่ละ 6,000 บาท ขยับสูงขึ้น  ถึงแปลงละ 3,500,000 บาทต่อแปลง (20 ไร่)

 จากนั้นเป็นต้นมามีนาย หน้าหลายคนได้หมุนเวียนกันเข้ามาขอซื้อสวนปาล์ม  แต่เจ้าของสวนปาล์มไม่ยอมขายให้ จากนั้นเจ้าของสวนปาล์มหลายรายในพื้นที่ถูกคนร้ายคุกคามในรูปแบบต่างๆ กันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะครอบครัวของนายช่วยนั้น ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดมา 2 ครั้งแล้ว โดยเหตุระเบิดครั้งแรกมีสุนัขตาย 1 ตัว, ระเบิดครั้งที่ 2 นางละออง ภรรยานายช่วยถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน และครั้งที่ 3 นี้ นายช่วยถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตในวันนี้ดังกล่าว