
ศึกยกน้ำหนัก"อีแกท"เดินหน้าพิธีเปิด-ปิดเน้นศิลปวัฒนธรรมไทย
ศึกอีแกทยกน้ำหนักยุวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ที่เชียงใหม่ เดินหน้า สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานจัดย้ำพิธีเปิด-ปิดเน้นแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย
สั่งขยายเวลารับผลงานประกวดเหรียญรางวัลเพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ขณะที่ระบบรักษาความปลอดภัยสุดเข้มใช้กำลังตรึงทั้งที่พักและสนามแข่งขัน ส่วนด้านอาหารเตรียมโชว์ฝีมือเต็มที่ ด้าน “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย แนะติดตั้งเครื่องตรวจสอบธนบัตรรับเงินค่าหัว หวั่นโดนพิษดอลลาร์ปลอม
ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันอีแกทยกน้ำหนักยุวชนชิงชนะเลิศแห่งโลก ครั้งที่ 1 ที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 19-24 พฤษภาคมนี้ ภายใต้การสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการชุดดังกล่าว โดยการแข่งขันรายการนี้เป็นเวทีคัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์จะเป็นเจ้าภาพในปี 2010
นายสุวัจน์ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมครั้งแรกมาแล้วที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ก็ถือโอกาสมาประชุมที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อจะได้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และเท่าที่ได้รับรายงานเกี่ยวกับสนามแข่งขันทุกอย่างก็ดำเนินไปเรียบร้อย โดยมีการจัดตั้งเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่ภายในสนามแข่งขัน ขณะที่พิธีเปิด-ปิดจะถ่ายทอดสดทางช่อง สสท. (ช่อง 11) ตนเน้นย้ำให้นำเสนอเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมของไทยโดยเฉพาะภาคเหนือให้มากที่สุด และดำเนินการด้วยความกระชับ ต้องจัดคิวให้ชัดเจนเพื่อขั้นตอนต่างๆ จะได้ดำเนินไปตามกำหนดการที่วางไว้ นอกจากนี้ควรจะต้องมีผู้ชมเข้ามาเต็มความจุของสนาม เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่การแข่งขัน และอาจจะต้องจัดตั้งกองเชียร์ให้แต่ละประเทศด้วย
นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ยังเสนอให้มีการขยายเวลาในการประกวดเหรียญรางวัลที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุไม่เกิน 17 ปี ส่งผลงานเข้าประกวดจากเดิมวันที่ 10 เมษายน ออกไปอีกเล็กน้อย เพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมมากขึ้น หลังมีผลงานส่งเข้าประกวดเพียง 10 กว่าชิ้นเท่านั้น
ขณะที่ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ปรึกษาสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย และกรรมการบริหารสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ในฐานะกรรมการ และเลขานุการการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า ที่พักนักกีฬาจะใช้ที่ รร.โลตัสปางสวนแก้ว ซึ่งตอนนี้จำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ยืนยันมาแล้วประมาณ 500 คน โดยทุกประเทศจะต้องชำระเงินก่อนจะเข้าพัก ในการนี้จะได้ให้ ธ.กรุงไทย มาทำหน้าที่เป็นผู้รับเงิน ซึ่งเห็นว่าควรจะต้องนำเครื่องตรวจธนบัตรปลอมมาด้วย เพื่อป้องกันปัญหาธนบัตรดอลลาร์ปลอมที่ระบาดไปทั่วโลก
ด้านฝ่ายอาหารแจ้งว่าจัดเตรียมเมนูสำหรับเสิร์ฟนักกีฬาตลอดการแข่งขันโดยไม่ซ้ำกันเลย ภายใต้การดูแลด้านโภชนาการ และสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ขณะที่ด้านการรักษาความปลอดภัยจะดูแลทั้งที่พักนักกีฬาและสนามแข่งขัน การเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ ได้ดำเนินการคืบหน้าไปแล้ว อาทิ การอำนวยความสะดวกในการเดินทางกรณีที่บางประเทศต้องเดินทางมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนจะเดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ การจัดเตรียมล่ามภาษาต่างๆ การจัดรถรับ-ส่ง เป็นต้น
สำหรับการแข่งขันครั้งนี้มีทั้งหมด 15 รุ่น นักกีฬาต้องมีอายุระหว่าง 13-17 ปี แบ่งเป็นชาย 8 รุ่น และหญิง 7 รุ่น โดยทีมชายที่มีอันดับ 1-9 จะได้โควตาร่วมชิงชัยในศึกยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 จำนวน 2 คน, อันดับ 10-16 ได้โควตา 1 คน รวม 25 คน ส่วนทีมหญิง อันดับ 1-7 ได้โควตา 2 คน, อันดับ 8-15 ได้โควตา 1 คน รวม 22 คน ส่วนโควตาที่เหลือจะไปคัดเลือกในทวีปต่างๆ ขณะที่ “เจ้าภาพ” สิงคโปร์ จะได้ที่นั่งชาย 1 คน และหญิง 1 คน



