ข่าว

 โดนหลอกอยู่ได้

โดนหลอกอยู่ได้

23 ม.ค. 2554

ดิฉันเริ่มจะหงุดหงิด เวลาเห็นข่าวที่คนทั่วไปตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพด้วยการถูกหลอกว่า เป็นหนี้บัตรเครดิตเท่านั้นเท่านี้ กำลังจะถูกฟ้อง หรือคุณมียอดใช้จ่ายเท่านั้นเท่านี้ แล้วคล้ายโดนมนต์สะกดให้เดินไปโอนเงินที่ได้จากน้ำพักน้ำแรง หรือเป็นเงินเก็บทั้งชีวิต ให้โ

ที่จริงก็เห็นใจนะคะ แต่ที่บอกว่า เริ่มจะหงุดหงิดก็เพราะว่า ข่าวแบบนี้หรือตัวอย่างแบบนี้ มีให้เห็นหลายครั้งหลายหน ทั้งคนดัง ศิลปินดาราที่เป็นข่าว ทั้งคนไม่ดัง เป็นชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป ขณะที่สื่อมวลชนเองก็ประโคมข่าวอย่างเกรียวกราว ดิฉันเลยหงุดหงิดใจว่า ไปอยู่ที่ไหนกันมา ทำไมยังปล่อยให้คนพวกนี้มันหากินแบบนี้อยู่ได้

 ตัวดิฉันเองก็มีเคยมีประสบการณ์กับแก๊งมิจฉาชีพพวกนี้มาก่อน หลายครั้งหลายหนค่ะ ด้วยรูปแบบเดิมๆ นั่นคือ มาโทรศัพท์เข้ามา โชว์หมายเลขบ้าง (แต่ก็เป็นหมายเลขแปลกๆ) หรือไม่โชว์หมายเลขบ้าง จากนั้นก็เป็นระบบอัตโนมัติ ที่ฟังยังไงก็ไม่ได้มีราศีว่า จะเป็นเสียงของพนักงานคอลเซ็นเตอร์สถาบันการเงินจริงๆ

 แม่คนนั้นหรือพ่อคนนั้น สุดแล้วแต่จะเป็นชายหรือหญิง จะเจื้อยแจ้วจำนรรจาว่า เรามียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเท่านั้นเท่านี้ จากนั้นก็จะบอกให้เรากด 0 หรือ 9 ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร วันไหนดิฉันยุ่งๆ ดิฉันก็วางสายไปให้หมดเรื่องหมดราว แต่ถ้าวันไหนอารมณ์ดีๆ ดิฉันก็นึกสนุกคุยกับเจ้าหน้าที่จอมปลอมพวกนี้ไปด้วย

 ที่จริงรูปแบบพวกนี้ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากทุกครั้งนะคะ คนพวกนี้ใช้มุกเดิมๆ รูปแบบเดิมๆ วิธีการเดิมๆ ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ แต่ทำไมยังมีคนถูกหลอกได้ตลอดเวลา

 ในขณะที่บรรดาสถาบันการเงินก็ออกมาเตือนแล้วเตือนอีก ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่ดูเหมือนกับว่า อาชญากรรมเหล่านี้ไม่ได้ลดลงเลย

 ล่าสุด คุณกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย ก็ออกโรงเตือนอีกครั้งว่า ธนาคารไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลด้านการเงินจากลูกค้า

 “กลุ่มมิจฉาชีพได้แอบอ้างเป็นธนาคารขนาดใหญ่รวมถึงธนาคารกสิกรไทย ใช้โทรศัพท์ ทั้งที่เป็นระบบอัตโนมัติและบุคคลสุ่มโทรไปยังประชาชนทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องทราบว่าเป็นลูกค้าของธนาคารนั้นๆ หรือไม่ และมีการสร้างเรื่องให้เหยื่อตกใจ หรือเกิดความคาดหวังในรางวัลและเงินคืนต่างๆ เช่น แจ้งว่าเป็นหนี้บัตรเครดิต มีรายการใช้บัตรเครดิตผิดปกติเกิดขึ้น ได้รับเงินคืนภาษี หรือถูกรางวัล ซึ่งธนาคารกสิกรไทยขอแจ้งว่า ธนาคารไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลด้านการเงินจากลูกค้า โดยเฉพาะไม่มีนโยบายในการโทรศัพท์แจ้งให้ลูกค้าไปทำรายการด้วยตนเองผ่านเครื่องเอทีเอ็มแต่อย่างใด”

 ลูกค้าที่ได้รับโทรศัพท์แล้วมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.0-2888-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 ผู้บริหารแบงก์กสิกรไทย บอกด้วยว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวจะโทรศัพท์มาจากต่างประเทศ ทำให้การติดตามจับกุมและปราบปรามเป็นไปได้ลำบาก และจะเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงหรือองค์กรที่แอบอ้างไปเรื่อยๆ ดังนั้น ประชาชนควรระมัดระวังในการบอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัว บัตรเครดิต การเงิน และรหัสให้แก่บุคคลอื่น หรือไม่หลงเชื่อไปทำธุรกรรมผ่านเครื่องเอทีเอ็มตามที่ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ หากไม่มั่นใจให้โทรศัพท์สอบถามจากหน่วยงานต้นเรื่องหรือธนาคารก่อน

 ขอเพิ่มเติมอีกนิดว่า มิจฉาชีพบางสังกัดพัฒนาขึ้นอีกนิด ด้วยการส่งข้อความเอสเอ็มเอส โดยไม่ได้โชว์เบอร์ แต่ใช้เป็นตัวอักษรแสดงว่า เป็นข้อความที่ส่งมาจากสถาบันการเงิน เพื่อให้ลูกค้าตอบข้อมูลส่วนตัวกลับไปที่เบอร์ดังกล่าว เพื่อที่จะได้รับส่วนลดโน่นนี่นั่นหรือสารพัดโปรโมชั่น ทางที่ดีที่สุด คือ อย่าผลีผลามตอบอะไรกลับไป แต่ควรจะโทรศัพท์ไปสอบถามจากสถาบันการเงินดังกล่าวก่อนเป็นดีที่สุด

 อย่าไปเห็นแก่สิ่งของล่อใจเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่มากมาย

 หรือแม้กระทั่งการช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ก็ต้องให้แน่ใจว่าปลอดภัยจริงๆ ซึ่งในหนังสือ “สารพัดวิธีเลี้ยงเงินให้เชื่อง” ให้คำแนะนำว่า ถ้าจะช็อปออนไลน์ให้ปลอดภัย ไร้โจรไฮเทคที่มันดักซุ่มอยู่ มีข้อสังเกต 2 ประการว่าเว็บไซต์นั้นทำธุรกรรมด้วยแล้วปลอดภัยแน่ๆ คือ ต้องมีกุญแจดอกเล็กๆ อยู่มุมล่างด้านขวา และเว็บไซต์นั้น จะต้องขึ้นต้นด้วย https:// ไม่ใช่ http://

 บางคนอาจจะเสียประสาทกับเรื่องพวกนี้จนอยากจะเลิกทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์ หรือเลิกใช้บัตรเครดิตให้รู้แล้วรู้รอด จริงๆ ทุกอย่างมีประโยชน์ และมีโทษทั้งนั้น เพียงแต่คุณมีสติ พินิจพิเคราะห์เหตุอย่างถี่ถ้วน คุณก็ใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่

 และหวังว่า ต่อไปนี้คงไม่ต้องมานั่งเขียนเตือนอะไรพวกนี้อีก ปล่อยให้มิจฉาชีพมันเสียค่าโทรศัพท์ฟรีๆ ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง อะไรบ้างเถอะ

ขวัญชนก วุฒิกุล
[email protected]