ข่าว

มาร์คเผยผบ.ทบ.รับจัดการป้ายเขมรได้

มาร์คเผยผบ.ทบ.รับจัดการป้ายเขมรได้

24 ม.ค. 2554

"มาร์ค" เผย "พล.อ.ประยุทธ" รับปากแก้ปัญหาป้ายหินอ่อนเขมรเขียนข้อความประณาม"คนไทย-ทหาร"เคยรุกแดนเขมรได้

(24ม.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวยืนยันว่า ที่ตนชี้แจงไม่ได้ทะเลาะกับใคร ไม่ต้องการมีปัญหากับใคร แต่ตนพูดเฉพาะข้อเท็จจริงว่าหลักเขตอยู่ตรงไหน เส้นลากอย่างไร ภาพวิดีโอเมื่อเอาไปกับภาพถ่ายกับเส้นแล้วมันเป็นอย่างไรก็เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องอื่นที่เป็นความต้องการอยากจะให้รัฐบาลทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็มาทำร่วมกัน ตนยังมองไม่เห็นว่าต้องทำไมจะต้องมาทะเลาะกันกล่าวหากัน

 เมื่อถามว่าการกล่าวหารุนแรงมากอย่างนายประพันธ์ คูณมี ก็ระบุนายกฯเป็นโฆษกของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่จริงหรอกครับ นายประพันธ์ก็พูดไปเรื่อย เพราะตนยังไม่มีอะไรที่ไปปกป้องหรือไปบอกตรงกับสมเด็จฮุนเซนสักเรื่องเลยในสิ่งที่พูดกันมา นอกจากบอกว่าเรายืนยันว่าจะพยายามแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี แต่ว่าจุดยืนเวลาไม่ตรงกัน ซึ่งตนก็เป็นคนที่ยืนยันเรื่องสันปันน้ำก็ไม่เห็นตรงกับสมเด็จฮุนเซน เรืองมรดกโลกก็ไม่ตรงกัน

 “เอาอะไรมาพูดครับ คนอยากพูดพูดอะไรก็พูดได้ แต่ว่าต้องมีข้อเท็จจริงด้วย” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามถึงกรณีป้ายหินที่มอบหมายให้พล.อ.ประยุทธ จันโอชา ผบ.ทบ.ไปดำเนินการ นายกฯ กล่าวว่า ท่านผบ.ทบ.ก็บอกว่าดำเนินการอยู่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะท่านบอกว่าไม่มีปัญหา ซึ่งเพิ่งรายงานตนเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา ท่านบอกว่าท่านดำเนินการได้

หลังโยน'บิ๊กตู่'แจงป้ายเขมรตีไทย

ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมตรีถึงกรณีที่ทางการกัมพูชาได้จัดทำป้ายหินอ่อน ที่ข้อความระบุว่าพื้นที่จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ทหารไทยเคยรุกล้ำ ว่า เรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ไปดำเนินการ

ทั้งนี้เมื่อเวลา09.00น.วานนี้(23ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง11กรมประชาสัมพันธ์ว่า  ขณะนี้ 5 คนไทยจาก 7 คนก็ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 2 คนนั้นก็ยังต่อสู้คดีอยู่ในกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลก็จะต้องเดินหน้าในการให้การช่วยเหลือต่อไป เพียงแต่ว่าผมอยากจะเรียนครับว่าในค่ำวันนี้ เป็นเวลา 2 ทุ่มครึ่งจะมีรายการที่ผมจะขออนุญาตชี้แจงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ที่ 7 คนไทยถูกจับกุม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ได้มีการตรวจสอบมาโดยตลอด แล้วก็ขณะเดียวกันจะได้ให้พี่น้องมีความมั่นใจถึงแนวทางของรัฐบาลและของกองทัพ ในการที่จะรักษาอธิปไตย สิทธิของคนไทย และการแก้ไขปัญหาต่อไป เวลา 2 ทุ่มครึ่งวันนี้ก็จะมีรายการพิเศษเพื่อที่จะได้ชี้แจงในเรื่องนี้

 แต่เมื่อเช้านี้หนังสือพิมพ์หลายฉบับนะครับได้ลงอีกปัญหาหนึ่งในอีกพื้นที่หนึ่ง ก็คือการไปขึ้นป้ายของทางฝ่ายกัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารครับ ผมเรียนว่าเรื่องนี้หลังจากที่ความจริงปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ผมก็ได้สั่งการ และทางท่านผู้บัญชาการทหารบกก็ยืนยันกับผมเมื่อเช้าว่าจะดำเนินการเพื่อให้มีการรื้อถอนป้ายดังกล่าวออกไป และก็คาดว่าไม่มีปัญหาอะไร เมื่อเช้านี้ท่านเพิ่งรายงานผมมา เพราะว่าได้สั่งการเรื่องนี้ไปตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว เอาละครับวันนี้หมดเวลาในช่วงแรกนะครับ ในช่วงที่ 2 ไปดูชุมชนนวลจิตรครับ ที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน และพบปะกับคนทำงานตั้งแต่ท่านผู้ว่าฯ กทม. ไปจนถึงท่าน ผบ.ตร. และพี่น้องประชาชนในชุมชน ที่จะช่วยกันลดปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และอบายมุข

ต่อมาเมื่อเวลา 20.30 น. นายอภิสิทธิ์กล่าวผ่านรายการพิเศษจากนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเหตุการณ์ทหารกัมพูชาจับกุมคนไทย 7 คน ว่า ปัญหาเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา ยืดเยื้อมาหลายสิบ เนื่องจากแต่ละฝ่ายยังเข้าใจไม่ตรงกันหลายด้าน อย่างสภาพพื้นที่แนวขายแดนมีสภาพไม่เหมือนกัน เช่น บริเวณพระวิหาร ไทยยึดสันปันน้ำ แต่กัมพูชายึดแผนที่ 1 : 200000 ส่วนที่ จ.สระแก้ว ที่คณะของนายพนิชถูกจับกุม ยังมีความไม่ชัดเจนเรื่องหลักหมุดที่ 46 และ 47 ซึ่งสองฝ่ายกำลังดำเนินการ

 "เหตุการณ์ครั้งนี้ คุณพนิช ในฐานะ ส.ส. อาสาจะไปรับฟังปัญหาเรื่องที่ทำกินของชาวบ้าน ที่ร้องเรียนว่าไม่สามารถเข้าไปทำกินในที่ของได้ คุณพนิชบอกผม 1 วันก่อนลงพื้นที่ว่า จะไปรับฟังความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ จ.ปราจีนบุรี จากนั้นเช้าวันที่ 29 ธันวาคม คุณพนิชโทรมาบอกว่า อาจประสาน ตชด. แต่ผมมารู้ความจริงอีกครั้งเมื่อถูกจับกุมแล้ว นี่คือที่มา คนไทยทั้งเจ็ดไม่มีเจตนาเข้าไปในพื้นที่กัมพูชา แต่บริเวณนี้มีการคร่อมกันไปกันมากว่า 10 จุด บางจุดเขาว่าไทยได้เปรียบ หรือเราเสียเปรียบ แต่รัฐบาลไม่เคยไปพูดว่าคนไทยรุกล้ำแดน แต่เราเข้าไปบริเวณนั้นโดยไม่มีเจตนา" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า หลังทั้ง 7 คนถูกจับกุม รัฐบาลได้เจรจากับรัฐบาลกัมพูชา และส่งหนังสือชี้แจง รวมทั้งนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ในทำนองทั้งหมดเข้าไปในพื้นที่ที่กำลังมีการเจรจา ดังนั้นจะต้องส่งตัวกลับทันที แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกควบคุมตัวไปที่พนมเปญ

ชี้คดีบุคคลไม่ผูกพันเขตแดน

 นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า เมื่อศาลกัมพูชาตัดสินว่า 5 คน มีความผิดมีโทษจำคุก แต่ให้รอลงอาญา ทั้งนี้คำตัดสินของศาลประเทศใดประเทศหนึ่งที่พิพากษาเรื่องของบุคคล อย่าเอามาพูดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องเขตแดน รัฐบาลไทยจะไม่ยอมรับสาระใดๆ ที่เกี่ยวกับเขตแดน เราจะถือว่าคำพิพากษาไม่มีผลผูกพันถึงเรื่องเขตแดน อย่างครั้งนี้เราก็แสดงชัดเจนแล้วว่า เราไม่อยากให้เรื่องขึ้นสู่ศาล ขณะเดียวกันกัมพูชาก็แสดงความไม่พอใจที่คนของเขาถูกจับกุมเช่นกัน ขอย้ำว่า กระบวนการของเขตแดนให้เป็นไปตามเอ็มโอยูปี 2543 และเจบีซี เราไม่ได้เสียดินแดนหรืออธิปไตย

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนนายวีระและ น.ส.ราตรี พวกเขาเลือกที่จะขอปรึกษาที่ไม่ใช่คนของรัฐบาล เพื่อเดินแนวทางของเขา แต่รัฐบาลยืนยันจะช่วยทั้งสองอย่างเต็มที่ สำหรับที่ดินของนายเบ ที่มีเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. รัฐบาลจะเร่งช่วยเหลือให้สามารถเข้าทำกินได้ รวมถึงชาวบ้านอีกจำนวนมากที่มี ส.ค.1

 "รัฐบาลยืนยันรักษาผลประโยชน์ รักษาดินแดน การแก้ปัญหาชายแดนบนพื้นฐานของความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้าน บางคนอยากให้ยกเลิกเอ็มโอยู 2543 สมมติเราเลิกเอ็มโอยู 43 กัมพูชาจะอ้างทันทีว่าอยู่มา 30 ปีแล้ว หากไทยบอกไม่ได้ แบบนี้ก็เถียงกัน สุดท้ายคงต้องใช้กำลัง ชาวบ้านย่อมไม่มีสันติ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

การชี้แจงของนายอภิสิทธิ์ได้นำแผนที่และคลิปเหตุการณ์ที่คนไทย 7 คนถูกจับมาประกอบพร้อมกำหนดจุดให้ทราบ

ก่อนหน้านี้ พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กำลังประสานทหารกัมพูชาให้รื้อป้ายดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ปัญหา 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดน จึงถือว่าเป็นของไทยเช่นกัน และในข้อตกลง ก็คือ ห้ามสร้างอะไรที่จะเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นเจ้าของดินแดนเพิ่มขึ้นมา