ข่าว

สั่งเด้งผกก.ช่วยราชการตร.น้ำพันรีดไถ

สั่งเด้งผกก.ช่วยราชการตร.น้ำพันรีดไถ

22 ม.ค. 2554

ผบช.ก.เซ็นคำสั่งเด้งผกก.ปคม.ไปช่วยราชการตำรวจน้ำ ฐานพัว พันรีดไถ และเรียกรับผลประโยชน์จากพ่อค้า พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัย

(22ม.ค.) เวลา 12.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ไม่ให้ตำรวจกระทำผิด หรือไปรังแกประชาชนคนยากไร้นั้นปรากฏว่ายังมีตำรวจบางคนกระทำซ้ำซากโดยเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนซึ่งข้อมูลดังกล่าวตรงกับการสืบสวนทางลับของจเรตำรวจว่ามีนายตำรวจระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องทาง บช.ก.จึงยืนยันจะดำเนินคดีตามหลักฐานทั้งเรื่องวินัยและอาญา

 "นายตำรวจคนนี้เป็นผู้กำกับการในหน่วยงานหนึ่งของบช.ก.จึงมีคำสั่งย้ายไปช่วยราชการที่กองบังคับการอื่นซึ่งเป็นการลงโทษทางการปกครอง ส่วนทางวินัยนั้นหากสอบพบผิดวินัยร้ายแรงจริงก็ว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ด้วยหลักสิทธิมนุษยชนทำให้การดำเนินการกับนายตำรวจนั้นต้องระวังเป็นพิเศษเพราะเขาอาจไปร้องต่อศาลปกครองได้ " พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กล่าว

 รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีดังกล่าวได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ อ.พระธาตุพนม จ.นครพนม ร้องเรียนจเรตำรวจและร้องทุกข์ที่ สภ.พระธาตุพนม ว่าถูกตำรวจ บก.ปคม.เรียกรับผลประโยชน์ ต่อมาได้มีการสืบสวนทางลับพบข้อมูลตรงกัน ทางบช.ก.จึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) 3 คน ไปช่วยราชการที่กองบังคับการอื่นเป็นเวลา 90 วัน  โดยเป็นนายตำรวจระดับ พ.ต.อ. 1  นาย ไปช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) และตำรวจยศระดับ ด.ต. อีก 2 นายไปช่วยราชการที่ กองบังคับการตำรวจรถไฟ(บก.รฟ)และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว(บก.ทท.)

 รายงานข่าวระบุอีกว่า ระหว่างนี้ทางจเรตำรวจจะตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและมีความเห็นทางวินัย รวมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีวินัยร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง หากคดีมีมูลจะแจ้งเรื่องให้ต้นสังกัดทราบเพื่อมีคำสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนที่ สภ.พระธาตุพนมจะสอบสวนคำร้องทุกข์กล่าวโทษและโอนคดีให้บก.ปปป. ดำเนินการต่อหากพบว่ามีความผิดทางอาญาต้องส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใน 30 วัน

 อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อ พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผกก.3 ปคม. ได้รับคำตอบสั้นแต่เพียงว่า ยังได้รับคำสั่งช่วยราชการดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตามเมื่อมีคำสั่งจากทางผู้บังคับบัญชา ตนก็ต้องปฏิบัติตาม

 "จะไม่มีการชี้แจงหรือจัดการแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวผ่านทางสื่อมวลชน เรื่องนี้ผมจะต้องเข้าไปชี้แจงกับทางคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง" พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว