ข่าว

'พนิช'นำทีม5คนไทยกลับถึงสุวรรณภูมิ

'พนิช'นำทีม5คนไทยกลับถึงสุวรรณภูมิ

22 ม.ค. 2554

"พนิช" นำ 5 คนไทยกลับถึงประเทศไทยแล้ว "ชวนนท์" ระบุ ทุกคนปลอดภัย ขอบคุณทุกฝ่ายให้การช่วยเหลือ ยัน รบ.ไม่นิ่งนอนใจ เดินหน้าช่วย "วีระ-ราตรี" ด้าน"อภิสิทธิ์"สั่งแปลคำตัดสินของ 5 คนไทย หากกระทบไทยจะแย้ง ยันเดินหน้าช่วย”วีระ-ราตรี” เคารพแนวทางต่อสู้แต่อยากให้

(22ม.ค.) เวลา 17.05 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และ 4 คนไทย ประกอบด้วย ร.ต.แซมดิน เลิศย์บุตร นายตายแน่ มุ่งมาจน น.ส.นฤมล จิตวรัตยา และนายกิจพลธรน์ ชุสนะเสวี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกทหารกัมพูชาจับตัวไป และถูกศาลตัดสินเมื่อวาน (21 ม.ค.) ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ PC 934 ซึ่งลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 16.45 น. แต่ใช้เวลาในขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองถึง 20 นาที จึงได้เดินออกมา

ทั้งนี้เมื่อนายพนิช เดินออกประตู ผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักจำนวนมากต่างกรูกันเข้าไปเพื่อถ่ายภาพ และพยายามจะขอสัมภาษณ์ แต่นายพนิช ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ จนกระทั่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงนายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายพนิช กล่าวสั้นๆว่า ทุกคนเข้มแข็งดี หลังจากนั้นนายพนิช ก็ได้ขึ้นเรถส่วนตัวเดินทางกลับบ้าน ขณะที่อีก 4 คนก็ได้ขึ้นรถตู้ที่ทางกระทรวงการต่างประเทศได้จัดเตรียมไว้

ภายหลังจากคนไทยทั้ง 5 คน เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว นายชวนนนท์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การเดินทางไปรับตัวทั้ง 5 คนไทย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกคนเดินทางปลอดภัยและเป็นไปตามที่วางไว้ อย่างไรก็ตามในส่วนของนายวีระและนางราตรี เราก็ยังไม่นิ่งนอนใจ และจะยังเดินหน้าช่วยเหลือต่อไป คงต้องรอดูความคืบหน้าทางคดีในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้คนไทยทั้ง 5 คน ที่เดินทางกลับมาระบุว่า รู้สึกดีใจ และขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือจนได้กลับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศหรือกระทรวงกลาโหม

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการอุธรณ์หรือไม่ นายชวนนนท์ กล่าวว่า ยังไม่ใช่ประเด็นที่จะพูดตอนนี้ แต่ต้องจัดการนำคนไทยทุกคนกลับให้ได้ก่อน ทั้งนี้นายชวนนท์ ยังระบุว่า การตัดสินคดีของศาลกัมพูชาในครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อการปักปันเขตแดนเพราะมีกรอบการเจรที่ชัดเจนในคณะกรรมการเจบีซี อยู่แล้ว ทั้งนี้นายชวนน ยังเปิดเผยว่า คนไทยที่กลับมาก็จะแยกย้ายไปตรวจสุขภาพและพักผ่อนต่อไป แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้

ก่อนหน้านั้นเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา หารือเป็นการด่วนที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ เจ้ากรมแผนที่ทหาร ตัวแทนกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการของรัฐบาลภายหลังศาลกัมพูชามีคำพิพากษา 5 คนไทย

 โดยก่อนการประชุมนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้รัฐบาลได้กำชับให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยทั้ง 5 คนกลับประเทศไทย ซึ่งทราบว่าจะเดินทางกลับถึงไทยในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ และทราบว่าได้ประสานงานกัมพูชาในการแปลคำพิพากษาอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทราบว่าคำพากษากระทบกระเทือนกับเราหรือไม่

 เมื่อถามว่าขณะนี้คำพิพากษายืนยันชัดเจนหรือไม่ว่า พื้นที่ที่ 7 คนไทยรุกล้ำเข้าไปนั้นเป็นพื้นที่ของกัมพูชาใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ศาลกัมพูชาจะตัดสินความผิดในเชิงบุคคล หากมีอะไรที่กระทบกระเทือนกับเราเราก็จะดำเนินการ ซึ่งตนตั้งใจว่า เมื่อข้อมูลต่างๆ มีความพร้อม ตนก็จะชี้แจงกับประชาชนเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ประเทศไม่ได้สูญเสียอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลพยายามพิทักษ์ประโยชน์ของประเทศ และเราก็ยังพยามยามเดินหน้าช่วยเหลืออีก 2 คน คือ นายวีระ สมความคิด และนางราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ให้ได้รับอิสรภาพด้วย

 “ เท่าที่สอบถามทราบว่า ทั้ง 2 คนไม่ได้แสดงความประสงค์ที่ขอให้เลื่อนการพิจารณา ดังนั้นการดำเนินการจะต้องรับฟังแนวทางการต่อสู้ของเจ้าตัวด้วย รัฐบาลอยากให้ทุกอย่างจบเร็วที่สุด เพื่อที่เราจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ แต่เราก็ต้องเคารพความประสงค์ของ 2 คนไทยด้วย อย่างไรก็ตามกระบวนการทางศาลเป็นเรื่องระหว่างศาลกัมพูชากับคู่ความไม่มีอะไรที่เราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือดำเนินการอะไรได้ เมื่อเจ้าตัวไม่ประสงค์ที่จะเลื่อนการพิจารณา หมายความว่า ต้องรอการพิจารณาวันที่ 1 ก.พ.แต่ในส่วนรัฐบาลต้องดำเนินการในส่วนที่จำเป็น คงไม่ต้องรอวันที่ 1 ก.พ.” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่าได้สอบถามเหตุผล 2 คนหรือไม่ว่า เพราะเหตุใดไม่ยื่นเรื่องขอให้มีการเลื่อนพิจารณาคดี นายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าทั้ง 2 คนนี้มีแนวทางต่อสู้คดีต่างหาก ซึ่งคงต้องไปสอบถามนายการุญ ใสงาม ทีมที่ปรึกษากฎหมายเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ซึ่งเราไม่สามารถไปบังคับเขาได้ เพราะเขามีสิทธิที่จะเลือกแนวทางการต่อสู้ และในวันที่ 23 ม.ค. นี้ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์นั้น ตนก็ตั้งใจว่าจะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ผลกระทบที่เกิดขึ้น และการแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคต เพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่า รัฐบาลไม่มีปัญหาการรักษาอธิปไตยของประเทศ ขณะเดียวกันก็จะมีแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป

 เมื่อถามว่าคำพิพากษาที่เกิดขึ้นไม่มีผลผูกพันกับประเทศใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าววา คำพิพากษาผูกพันคู่ความ แต่เมื่อเรารับทราบคำพิพากษาแล้ว และคิดว่าส่วนใดที่จะเป็นปัญหาเราก็จะดำเนินการแย้งไป เมื่อถามว่าจะแย้งในลักษณะใด นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นลักษณะที่เราเคยท้วงติงไปแล้วว่า ในกรณีที่มันเกิดเหตุการณ์ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการกำหนดเขตแดนที่ชัดเจน ควรจะหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อถามต่อว่าการที่ 2 คนที่เหลือยังไม่มีการพิจารณาคดีจะเป็นการจุดชนวนให้มีการชุมนุมใหญ่วันที่ 25 ม.ค.นี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นรัฐบาลเรายืนยันว่า จะช่วยเหลือ 2 คนนี้ต่อไป แต่การช่วยเหลือจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของเจ้าตัวด้วย ดังนั้นเราจะทำให้ดีที่สุด

 เมื่อถามว่าคำพิพากษาจะผลกระทบต่อตำแหน่งส.ส.ของนายพนิช วิกิจเศรษฐ์ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ โดยกฎหมายเขียนไว้ว่า ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก แม้ว่าจะรอลงอาญา ถ้าไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ ความผิดหมิ่นประมาทก็ถือว่า ขาดคุณสมบัติ แต่จะตีความออกมาอย่างไร ขณะนี้ก็มีความคิดเห็นของหลายฝ่ายที่ไม่ตรงกัน เมื่อถามต่อว่าจะยึดกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ นายกฯ กล่าวว่า มันมีหลายประเด็นที่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 25 ม.ค.นายพนิชมีสิทธิโหวตหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในชั้นนี้นายพนิชยังไม่ได้ขาดจากตำแหน่งส.ส. เมื่อถามต่อว่า แสดงว่า จะรอให้กกต.วินิจฉัยก่อนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่า กกต.จะมีการวินิจฉัยหรือไม่ และขณะนี้ถือว่า ยังไม่มีอะไรที่บอกว่า นายพนิชขาดคุณสมบัติ ร์ เรียบเรียง

ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 11.20 น. กลุ่มเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ นำโดย นายทศพล แก้วทิมา มล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ นายเทียนพุทธ พุฒิพงษ์อโศกกรรมการผู้รับใช้เครือข่ายฯ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายทศพล กล่าวว่า การเคลื่อนไหวกลุ่มเพื่อช่วยเหลือคนไทย 7 คน เริ่มมาตั้งแต่วันที 29 ธ.ค. 53 จนถึงวันนี้รวม 25 วันแล้ว เห็นว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจระดับหนึ่ง ทำให้สังคมไทยสนใจ เข้าใจในกรณีเรื่องเขตแดนมากขึ้น รวมไปถึงการที่ศาลกัมพูชาได้พิจารณาปล่อยตัว 5 คนไทยเร็วขึ้น แต่ส่วน 2 คนที่เหลือ คงต้องมาเตรียมทำข้อมูลช่วยเหลือในการต่อสู้คดีให้เพื่อให้กลับมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งแนวทางการเคลื่อนไหวผู้ชุมนุม ยังคงจะมีการเคลื่อนไหวปักหลักพักค้างต่อไปจนกว่าคนไทยจะได้กลับมาทั้งหมด โดยจะเป็นยุทธวิธีการต่อสู้ด้วยความชอบธรรม สันติ อหิงสา อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางกลับของ 5 คนไทยในวันนี้ ได้มีการประสานมาว่า ไม่ต้องเดินทางไปรับ เพราะขอใช้สิทธิส่วนตัวที่จะอยู่กับครอบครัวก่อน

 ด้านนายเทียนพุทธ กบล่าวว่า ตนขอข้อสังเกตว่า การตั้งข้อหาจารกรรมข้อมูล หรือสายลับ โดยหลักแล้วการกระทำดังกล่าวซึ่งเป็นข้อกล่าวหาผู้ที่ถูกล่าวว่าต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น ซึ่งตนเห็นว่าคนที่จะโดนข้อหานี้ น่าจะเป็นนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเพียงคนเดียว ไม่ใช่มาตั้งข้อหาให้กับนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ แสดงว่ารัฐบาลวางแผนสมรู้ร่วมคิดกับกัมพูชา เพื่อจับ 2 คนไทย

 “นายวีระ ถูกจับกุม และตั้งข้อหาจรกรรม ซึ่งข้อหาดังกล่าวต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อรัฐเท่านั้น ซึ่งนายวีระไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่นายพนิชเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงน่าจะถูกตั้งข้อหาจรกรรมข้อมูลมากกว่า เรื่องดังกล่าวจึงทำให้มองว่า เป็นการสมรู้ร่วมคิด ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ในการต้องการให้มีการจับกุมนายวีระ และน่าสังเกตอีกว่า เรื่องดังกล่าวก็สอดคล้องว่า ถูกจับที่ชายแดน แล้วทำไมไม่ขึ้นที่ชายแดน แต่กลับนั่งเครื่องบินไปขึ้นศาลที่พนมเปญ ” นายเทียนพุทธ กล่าว

 ด้าน มล.วัลย์วิภา กล่าวว่า ตนกำลังเตรียมข้อมูล เอกสารเทคนิคทางกฎหมาย และหลักฐานต่างๆ เพื่อต่อสู้และช่วยเหลือ นายวีระ และน.ส.ราตรี โดยจะให้ทั้งสองคนนี้เป็นคนยื่นเอกสารต่อศาลเอง เพราะทนายความที่ต่อสู้นั้นไม่ใช่ทนายของคนไทย ขณะนี้เราต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมที่สุด เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้นจะมีต่อสู้ในเรื่องของข้อหา เพราะการตั้งข้อหาเป็นการตั้งข้อหาโดยศาล ไม่ใช่อัยการ เช่น การตั้งข้อหาจารกรรม ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ขณะเดียวกันนายพนิช ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลับถูกปล่อยตัว ซึ่งเรามีความเป็นห่วงสองคนไทยที่เหลือเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางเครือข่ายฯ รู้สึกว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงการต่างประเทศเท่าที่ควร จึงยังไม่ไว้ใจกระบวนของรัฐไทย ดังนั้นจึงต้องต่อสู้ทางภาคประชาชนด้วย ถึงแม้ทั้งสองคนจะไม่ได้ร้องขอให้มีการปล่อยตัวโดยเร็ว แต่เราจะต้องช่วยเหลือกลับมาให้เร็วที่สุด ซึ่งมีสื่อของสมาคมผู้สื่อข่าวอาเซียน ได้พบข้อมูลนี้เช่นกัน จะมีการร่วมมือประสานกับสมาคมผู้สื่อข่าวอาเซียนให้คนไทยได้กลับมา จึงได้เสนอต่อรัฐบาลกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือคนไทย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า พันธมิตรฯ จะชุมนุมวันที่ 25 ม.ค.นี้ ทางกลุ่มเครือข่ายฯ จะไปรวมชุมนุมกับทางพันธมิตรฯ หรือไม่ นายเทียนพุทธ กล่าวว่า ทางกลุ่มเครือข่ายจะปักหลักอยู่ที่นี้ ส่วนพันธมิตรฯ จะชุมนุมที่สะพานมัฆวาน จะชุมนุมอยู่คนละจุด แต่แนวทางและจุดมุ่งหมายทิศทางเดียวกัน คือ แยกกันอยู่ รวมกันตี