ข่าว

"หนอนบ่อนไส้"มุ่งขจัด ร.อ.กฤชพ้นเส้นทาง

"หนอนบ่อนไส้"มุ่งขจัด ร.อ.กฤชพ้นเส้นทาง

22 ม.ค. 2554

ยังเป็นปริศนาการยิงถล่มฐานปฏิบัติการ “พระองค์ดำ” สังกัด ร้อย.ร.15121 ฉก.นราธิวาสที่ 38 และการเสียชีวิตของ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ หัวหน้าฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ ส.ท.อับดุลเลาะห์ ตาหยี ส.อ.เทวรัตน์ กาวา และพลทหารประวิทย์ ชูกลิ่น

และมีทหารรับบาดเจ็บอีก 6 นาย ซึ่งฐานตั้งอยู่ริมถนนสายมะรือโบตก-รือเสาะ หมู่ 1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส อย่างกะทันหัน ด้วยกระสุนปืนของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ยังคงเกิดคำถามขึ้นมากมาย

 โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ คือกลุ่มก่อการร้ายปฏิบัติการปลิดชีพ ร.อ.กฤช เป็นจุดแรกมากกว่าที่จะปล้นปืน ซึ่งปืนที่ปล้นไปถือเป็นผลพลอยได้เท่านั้น เพราะลึกๆ แล้วกลุ่มโจรต้องการปลิดชีพ ร.อ.กฤช

 สาเหตุสำคัญที่กลุ่มก่อการร้ายแสดงศักยภาพในครั้งนี้ คือ ต้องการดับหัวขบวน ร.อ.กฤช นั่นเอง เนื่องจากการปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นเวลา 5 ปีเต็ม โดยเฉพาะในพื้นที่จ.นราธิวาส และสามารถสร้างมวลชนได้เยอะ

 โดยเฉพาะการควบคุมจุดยุทธศาสตร์บริเวณรอยต่อ อ.ยี่งอ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ อ.บาเจาะ ถือเป็นเขตหัวใจสำคัญของกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่นของกลุ่มโจร ร.อ.กฤช จึงเป็นเป้าหมายหลักของเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งเป็น การเปิดยุทธการทำลายความเชื่อมั่นของรัฐ

 ถือว่าเป็นการตอบโต้หรือยั่วยุแนวทางของรัฐบาล โดยเฉพาะการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มก่อการร้ายเสียเปรียบในเรื่อง "มวลชน" เพราะรัฐเปิดโอกาสให้มีการมอบตัวโดยสมัครใจและไม่มีคดีติดตัว

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มก่อการร้ายต้องการแสดงศักยภาพ โดยเลือก ร.อ.กฤช เป็นเป้าหมาย เนื่องจากเป็นตัวแกนสำคัญในการดึงมวลชนและผู้ควบคุมพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวออกไปก่อเหตุของกลุ่มก่อการร้าย

 "ที่ผ่านมาในพื้นที่ ต.มะรือโบตก ร.อ.กฤช มีผลงานสามารถสกัดกลุ่มลำเลียงยาเสพติด น้ำมันเถื่อน ของเถื่อน และกลุ่มก่อการร้ายได้มากพอสมควร ทำให้เป็นเหตุจูงใจของกลุ่มก่อการร้ายในพื้นที่ ล็อกเป้า ร.อ.กฤช เป็นสำคัญ เข้าไปยิง ร.อ.กฤชในห้องส่วนตัว"

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูจากพยานหลักฐานแล้ว กลุ่มก่อการร้าย-คนร้ายมุ่งไปที่ ร.อ.กฤช เป็นที่แรกมากกว่าจะปล้นปืน เพราะในฐานนั้นมีกำลังพล 70-80 นาย และเหตุการณ์คนร้ายยิงหม้อแปลงและทำให้ไฟในพื้นที่ดังกล่าวดับ ถ้าหากมองกันง่ายๆ ถ้ากลุ่มก่อการร้ายไม่มุ่งที่จะปลิดชีพ ร.อ.กฤช คงไม่ใช่ เพราะจุดแรกที่เข้าไปคือห้อง ร.อ.กฤช เพราะช่วงไฟดับ ทำให้เกิดการชุลมุน ถ้ากลุ่มก่อการร้ายไม่มุ่งเป้าไปที่ ร.อ.กฤช ก็คงไม่ใช่แล้ว

 ในขณะเดียวกัน ร.อ.กฤช มีโครงการพัฒนาในการพื้นที่ โดยเฉพาะสนับสนุนทีมฟุตบอล และขยะรีไซเคิล มีการเปิดฐานให้ประชาชนทั่วไปเข้า-ออก ทำให้เป็นจุดบอด

 พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการกำลังพลในพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยทหารต้องดูแลตัวเองให้ได้ เพราะขณะนี้การควบคุมพื้นที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หรือใครเป็นโจร ดังนั้นทุกหน่วยจะต้องทำมวลชนสัมพันธ์เพื่อให้ได้ใจชาวบ้าน ซึ่งการออกไปในพื้นที่เป็นการกระจายกำลังออกไปด้วย ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นช่องโหว่ จึงให้หน่วยระมัดระวัง ส่วนเรื่องการติดตามกลุ่มก่อการร้ายมีการสั่งการให้เอาคนผิดมาลงโทษ แต่ไม่ใช่เป็นการไล่ล่า

 มีการจัดชุดปฏิบัติการพิเศษ 543 จำนวนหนึ่งชุด เพื่อปูพรมติดตามกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ป่าเขา ใช้เฮลิคอปเตอร์บินพร้อมติดกล้องวงจรปิดในพื้นที่ป่าเขาด้วย

 ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น และก็น่าจะเป็นคำตอบได้ในเบื้องต้นว่า เหตุใดต้องเป็นค่ายทหารแห่งนี้ และเหตุใดต้องเป็น ร.อ.กฤช ซึ่งทำหน้าที่เป็น ผบ.ร้อย.ที่นี่

 และที่สำคัญ ปริศนาที่ว่า "ใครเป็นใคร" และ "ใครเป็นโจร" ที่ "ปะปนอยู่ทั่วไป" ยังคงเป็นปริศนาลึกลับดำมืดจนไม่รู้ว่า จะต้องพลีชีพกันอีกเท่าใด

ทีมข่าวความมั่นคง