ข่าว

“อภิสิทธิ์”ไม่ห่วงโดนทุบรถเพราะเป็นเป้าอยู่แล้ว

“อภิสิทธิ์”ไม่ห่วงโดนทุบรถเพราะเป็นเป้าอยู่แล้ว

07 เม.ย. 2552

“อภิสิทธิ์”ไม่ห่วงโดนทุบรถ เพราะเป็นเป้าอยู่แล้ว เชื่อชุมนุมใหญ่ 8 เม.ย.รัฐบาลเอาอยู่ไม่ประกาศพรก.ฉุกเฉิน วอนปชช.อย่าตกเป็นเหยื่อสร้างความวุ่นวาย

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มเสื้อแดงทุบรถขณะที่เดินทางกลับมายังกทม.ว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ส่วนจะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่คิดว่ามีการแจ้งความอยู่แล้ว

 เมื่อถามว่าเหตุการณ์จะรุนแรงมากกว่านี้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่าก็พยายามไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรงมากกว่านี้และได้ย้ำเสมอว่าถ้าจะชุมนุมอะไรก็ให้อยู่ในความสงบอย่าไปสร้างเงื่อนไขอะไรที่นำไปสู่ความรุนแรง เพราะความรุนแรงไม่ได้ช่วยอะไร มีแต่ความเสียหาย

 ส่วนจะมีการเพิ่มความปลอดภัยของนายกฯหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ายังไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ทราบว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร แต่รถตนติดไฟแดงและมีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาล้อม ก็ได้รับคำแนะนำว่าให้เปลี่ยนรถ แต่เมื่อเปลี่ยนรถกลุ่มผู้ชุมนุมก็พยายามเข้ามา ทางเจ้าหน้าที่ก็ดูแลเรียบร้อยดี และเข้าใจว่าทางเจ้าหน้าที่ดูแลในพื้นที่และส่วนกลางก็ได้พูดกับกลุ่มผู้ชุมนุมและเขาก็ได้สลายไปแล้ว

 ส่วนเป็นไปได้อย่างไรที่ปล่อยให้รถขบวนตีคู่กับขบวนของคนเสื้อแดง นายกฯกล่าวว่า ตนจะไปทบทวนดูเหตุการณ์ทั้งหมด แต่เท่าที่ทราบคือได้มีการพูดคุยกับคนเสื้อแดง แล้วเขาก็บอกว่าจะไม่ทำอะไรแล้ว แล้วก็ออกไป แล้วตนก็ไม่ทราบเรื่องเส้นทางหรือเรื่องอะไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่าถือว่าเป็นบทเรียนว่าต่อไปจะต้องดูแลให้มากขึ้นใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า อยากให้มีความรัดกุมไม่อยากให้มีปัญหากันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม

 เมื่อถามว่าจะมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง หน่วยงานราชการจะต้องหยุดงานหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ไม่ ทำงานกันตามปกติ ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยเมื่อวานก็ได้มีการเตรียมการ ซึ่งทุกหน่วยงานก็เข้าใจและประสานงานกันว่าจะทำอะไรอย่างไร

 ต่อข้อถามที่ว่ารัฐบาลมั่นใจว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้และได้มีการวิเคราะห์กลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ก็คงมีหลายประเภทเราจึงพยายามย้ำในส่วนของพี่น้องประชาชนที่ต้องการแสดงออกก็ขอให้อยู่ในความสงบ รัฐบาลเองชัดเจนว่า 3 - 4 เดือนที่ผ่านมาไม่มีความรุนแรงจากภาครัฐเลยเพราะต้องการที่จะรักษาบรรยากาศและไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสียใดๆทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะใช้แนวนี้ แต่ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล เพราะว่าต้องมีคนบางกลุ่มต้องการใช้ความรุนแรงอยู่ต้องใช่กันดูถือเป็นหน้าที่ของทุกคน รวมทั้งคนที่มีเจตนาที่จะมาชุมนุมด้วยความสงบด้วย

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่านายกฯจะให้ความปลอดภัยได้อย่างไร เพราะขนาดนายกฯยังโดน นายกฯกล่าวว่า ตนเป็นเป้าอยู่แล้ว และตนก็ยังทราบมาว่ามีความพยายามว่าจะทำอะไรวันนี้อยู่

 ส่วนจะเพิ่มรปภ.หรือไม่ นายกฯกล่าวว่ารปภ.ตนก็พออยู่แล้ว แต่พรุ่งนี้ที่สำคัญที่สุดคือรักษาความสงบเรียบร้อย รักษาสถานที่ราชการ ดูแลบ้านพล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีเป็นหลัก ขอให้ทุกฝ่ายได้คิดถึงการที่บ้านเมืองจะเดินไปข้างหน้า

 “ผมได้ย้ำอยู่หลายครั้งว่าถ้าเป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลสนองตอบอยู่แล้วแต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่ลุกลามไป มันก็คงไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรักษากฎหมายและรักษาสถาบันหลักของชาติ ซึ่งผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ ก็มาด้วยความเข้าใจว่าเป็นเรื่องของประชาธิปไตยก็ไม่เป็นไร แต่ว่าอย่าไปเป็นเหยื่อของคนที่มีเป้าหมายเป็นอย่างอื่นและต้องการสร้างความวุ่นวาย ซึ่งคนเหล่านั้นรัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมาย”นายกฯกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีกลุ่มมวลชนที่รักป๋ามาชุมนุมบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์จะทำให้เกิดการปะทะหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนกลุ่มมวลชนอื่น ก็ได้ขอร้องกันไปแล้วว่าอย่ามาสร้างปัญหาในแง่ของการที่จะมาปะทะกันและถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้ต่างคนต่างอยู่ อย่าเข้าไปใกล้กัน อย่าไปเสี่ยงต่อการปะทะกัน

 ต่อข้อถามที่ว่าได้รับรายงานหรือไม่ว่ามีการจับกุมคนร้ายที่พยายามจะลอบสังหารประธานองคมนตรี นายกฯกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ ทราบแต่ข่าว ซึ่งเราจะตรวจสอบทั้งหมด

 เมื่อถามต่อว่ามีข่าวว่าจะมีการขว้างระเบิดเพลิงเข้าไปธนาคารต่าง ๆ ในวันที่ 8 เม.ย.นายกฯกล่าวว่า เหมือนกับที่ตนได้เรียนไปแล้วว่ามีคนบางกลุ่ม ซึ่งเขาประกาศชัดว่าจะทำสงคราม จะทำการปฏิวัติประชาชน การจลาจลหรืออะไรก็แล้วแต่ รัฐบาลจะต้องไม่ให้เกิดขึ้น และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนว่าเราอยากให้บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพที่คนของเราจะต้องมาทำร้ายกันเองเพื่ออะไร เพื่อใคร วันนี้น่าจะเป็นโอกาสที่เราจะพิสูจน์ความเข้มแข็งในการฝ่าฟันวิกฤตตรงนี้ไป

 ต่อข้อถามที่ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงจะทำให้กระทบการประชุมอาเซียนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จะดูแลให้ดีที่สุด และรักษาความสงบเรียบร้อยและจะเดินหน้าเพื่อที่จะทำให้จัดประชุมได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่าจะดูแลตามกฎหมายปกติไม่จำเป็นออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินใช่หรือไม่ และเหตุใดทำให้มั่นใจเช่นนั้น นายกฯกล่าวว่า ที่ไม่ประกาศพ.ร.ก.เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ มีทหารและกองทัพเข้ามาช่วยได้อยู่แล้วตามกฎหมายปกติในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ส่วนอำนาจอื่น ๆ ที่ผ่านมาเราจะพบว่ารัฐบาลพอประกาศพ.ร.ก.แล้วใช้ยาก และใช้แล้วก็ไม่มีความชัดเจนว่าได้ผลอย่างไร

 เมื่อถามว่าจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองทัพมีเรื่องอะไรน่ากังวลใจหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าเราไม่ประมาท เพราะรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการให้เกิดความรุนแรงที่ประกาศว่าจะจบลงก่อนสงกรานต์ก็เพราะประสงค์ต้องการให้เกิดความรุนแรง เราก็ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆอยู่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนายกฯต้องมาทบทวนหรือไม่ เพราะนายกฯเคยพูดว่าต้องใช้ความนุ่มนิ่ม นุ่มนวลในการแก้ปัญหา นายกฯกล่าวว่า อย่างน้อยที่สุดวันนี้เท่าที่ตนฟังมา หลังจากเกิดเหตุการณ์แล้วก็ไม่พบว่ามีการปะทะกันหรือบาดเจ็บ หรือรุนแรงในแง่ของบุคคล ซึ่งก็ผ่านตรงนั้นมา แต่ว่าไม่ควรเกิดเหตุการณ์ขึ้นเพราะมีการทุบรถกัน

 ถามว่าเหตุการณ์ทุบรถเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในชีวิตการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เชียงใหม่ที่พังเวทีก็ใกล้ ๆ แบบนี้ ตนก็ต้องถามว่าเจตนาต้องการจะทำอย่างไรกัน ถ้าเป็นนักประชาธิปไตยเขาไม่ทำร้ายคนอื่นกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯจะอยู่ที่ไหนในวันที่ 8 เม.ย. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทำงานปกติ ตอนเช้ามีเปิดงาน 2 งานที่ต้องไปเปิด และต่อจากนั้นประชุมกรอ.และตอนบ่ายประชุมสภาฯ

 เมื่อถามว่าเหตุใดที่ทำงานของนายกฯจึงอยู่นอกทำเนียบฯทั้งที่ทำเนียบเปิดแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าวันนี้คดีมีผล ทำเนียบฯเปิดแล้ว แต่การนัดหมายเป็นแบบนั้น

 ต่อข้อถามที่ว่าต่อว่าคิดว่าในสัปดาห์นี้นายกฯจะเข้าทำเนียบฯได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลทราบข่าวการเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกฯหรือไม่ว่าขณะนี้มีข่าวว่าอยู่ในประเทศไทยแล้ว นายกฯกล่าวว่า ไม่  เข้าใจว่าอยู่ดูไบ

 เมื่อถามต่อว่าเดิมมีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ประเทศกัมพูชา นายกฯกล่าวว่า ตอนนั้นครับ ออกไปแล้ว ออกไปจากประเทศกัมพูชาแล้ว