
3หลุมพราง...ตร.ยุคใหม่...ไม่ทำผิด
"ผมเคยหลงตัวเองว่าเป็นตำรวจที่เก่งและดี ทำถูกมาตลอด มาวันนี้ผมเพิ่งรู้ว่าหลายๆ เรื่องผมทำผิดไปถนัด ผมควรจะทุ่มเทสติปัญญา กำลังกาย กำลังใจ ในการบริการและการป้องกันให้มากกว่านี้จึงจะถูก เพราะตำรวจทั่วโลกใช้การบริการและการป้องกันนำหน้า จากนั้นการปราบปรามที่
นั่นคือ คำสารภาพผิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ติดตั้งอยู่หน้านิทรรศการ "ตำรวจ ยุคใหม่ ไม่ทำผิด" (C.I.B. Anti-Misconduct Scheme) ซึ่งนำเสนอองค์ความรู้ของตำรวจยุคใหม่ ที่ริเริ่มจากแนวคิดคณะกรรมการตำรวจระดับนายสิบ!!
สาระสำคัญของนิทรรศการครั้งนี้ สื่อสะท้อนถึง "หลุมพราง" 3 ประเภท ได้แก่ การใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือใช้อำนาจโดยทุจริต, การใช้เวลาในทางที่ผิด หรือใช้ผิดระบบ และการกระทำผิดเรื่องเงิน ซึ่งหลุมพรางต่างๆ เหล่านี้พร้อมจะยั่วยวนใจให้ตำรวจที่ดีพร้อมที่จะกระทำผิดได้ทุกเมื่อ ถ้าเดินไม่ดีก็อาจจะตกหลุมพรางได้ ซึ่งเปรียบเหมือนกับในชีวิตจริง บางทีด้วยความไม่รู้ หรือ คาดไม่ถึง หลงผิดจนทำให้เดินไปตกหลุมพรางที่ถูกขุดไว้ได้
เพียงแค่ทดลองเหยียบป้าย "หลุมพราง" ต่างๆ ที่ขุดดักรอไว้ หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าก็จะปรากฏเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นหลุมพรางของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเป็นราชาเงินผ่อน การตกเป็นเหยื่อของบทบาทใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่คำนึงถึงเวลา การทุจริตเรื่องเงิน อำนาจ และเวลา
ระหว่างทางที่เดินผ่านหลุมพรางต่างๆ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะไม่เผลอไปเหยียบกับดักนั้นแล้ว ยังมีป้ายเตือนสติ หรือสะท้อนถึงการใช้เวลาที่ไม่เหมาะสมของตำรวจด้วย เช่น มาทำงานสาย กลับก่อน (ทำงานก็สาย ตอนบ่ายหายประจำ) เอางานส่วนตัวเป็นงานหลัก งานราชการเป็นงานอดิเรก เวลางานก็หลับ โทรศัพท์ก็เสียงดัง เล่นเกมไม่เบื่อเมื่อมีงานก็กลับบ้าน เข้าประชุมช้า ลาประชุมบ่อย ไม่ค่อยเห็นหน้าเวลางาน ตกเย็นไปหาเถ้าแก่ ดึกดื่นกินเหล้า นอนตื่นสายทำงานสายเข้างานไม่ได้งาน (มาสายกลับก่อน นอนกลางวัน มัน...กลางคืน) รวมทั้งนั่งเหม่อ 10 นาที คุยเอ็มเอสเอ็น 30 นาที นินทากัน 15 นาที เข้างานสาย 10 นาที ชงกาแฟ 10 นาที คุยโทรศัพท์ 30 นาที หาเอกสาร 30 นาที ออกก่อน 5 นาที จนมีคำเขียนแซวว่า ถ้าทำครบแบบนี้วันๆเกือบไม่ได้ทำงานเลยนะเนี่ย...สารพัดพฤติกรรมที่เรียกได้ว่าหลายคนคงอ่านแล้วคงสะดุ้งกันไม่น้อย (ฮา)
เมื่อเดินต่อไปก็จะเจอกับ...หุ่นตำรวจตัวจิ๋ว มีเชือกพันระโยงระยาง ซึ่งมีหุ่นใส่สูทยืนถือเชือกคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง สะท้อนภาพการเป็น "ตำรวจหุ่นเชิด" คอยเตือนสติว่า ถ้าเราหลงผิดไปคนที่ได้ประโยชน์นั้นก็มีแต่กลุ่มนายทุน ตำรวจก็จะถูกประณามและประเทศชาติก็จะเสียหาย
"การชักใยของหุ่นเชิดที่เห็นว่าใส่สูท แล้วชักใยอยู่เบื้องหลังหุ่นตำรวจนั้น หมายถึงนักการเมือง นักธุรกิจ อย่างที่เข้าใจไม่ผิดหรอก" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์เผยความหมายหุ่นชายใส่สูท
เส้นทางที่เดินผ่านมาคือบรรดา "หลุมพราง" ทั้งหมดที่ตำรวจทุกนายมีโอกาสพบเจอ หรือตำรวจบางนายก็อาจเคยตกหลุมพรางเหล่านี้มาแล้ว แต่ก็ยังไม่สายที่จะกลับตัวกลับใจเลือกเดินบนเส้นทางใหม่ เพื่อค้นพบกับทางออก!!
กับ "ต้นโพธิ์แห่งความดี" ซึ่งเป็นโอกาสที่ตำรวจทุกคน จะเริ่มต้นจารึกความตั้งใจ ความดีงามของตำรวจ เป็นเสมือนคำสัญญาที่จะปรับเปลี่ยนลบภาพตำรวจไม่ดีของที่ติดอยู่ในใจประชาชนเสียใหม่ เพื่อการรับใช้ที่ดีกว่า
..."ช่วยเหลือประชาชนโดยไม่เห็นแก่ตัว" "จะยืดมั่นและปฏิบัติตนเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน" "ตำรวจที่ดีต้องไม่คอรัปชั่น ไม่เห็นแก่ตัว" "จะไม่ประพฤติชั่ว" "ช่วยเหลือประชาชนโดยไม่เห็นแก่เงิน" และอีกมากมาย...คำมั่นสัญญาต่างๆ ที่บรรดาเหล่าตำรวจร่วมใจกันเขียนติดไว้กับต้นโพธิ์แห่งความดี
และแล้วก็มาพบทางออก...กับป้ายเตือนใจสุดท้าย "ก่อนมาเป็นตำรวจ เราเป็นคนเก่งคนดี ซึ่งสอบแข่งขันเข้ามาได้ เราดีใจมาก ลองนึกถึงความรู้สึกวันนั้น...เราช่วยกันเปลี่ยนแปลงได้"
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์บอกถึงนิทรรศการครั้งนี้ว่า เป็นครั้งแรกที่หน่วยงานของรัฐลุกขึ้นมารณรงค์ต่อสู้เรื่องการทุจริตอย่างจริงจัง ด้วยการให้ความรู้แก่ตำรวจว่าแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร และควรป้องกันตัวเองอย่างไร เมื่อตำรวจคิดถูก ทำถูก ก็จะสามารถช่วยตนเอง ครอบครัว เพื่อนตำรวจ และสังคมได้ในที่สุด ก็มั่นใจว่าหลังจากนิทรรศการนี้ จะช่วยปรับเปลี่ยนแนวคิดตำรวจใหม่ได้ ตามหลักวิชาการในต่างประเทศที่วิเคราะห์มาแล้วว่าได้ผลจริง สำหรับนิทรรศการนี้จะจัดตั้งแต่วันที่ 18 -28 มกราคม และจะทำเป็นนิทรรศการเคลื่อนที่ไปตามพื้นที่ต่างๆ ด้วย



