
ปลาร้าขึ้นราคาอีกปี๊บละ100บาท
ราคาขายส่งปลาร้าปรับเพิ่มอีกปี๊บละ 100 บาท แม่ค้าอาหารอีสานบ่นอุบเคยซื้อปลีก 3 ถุง 100 เหลือ 2 ถุง 100 แถมลดน้อยกว่าเก่า ทำให้ต้องลดปริมาณอาหารของลูกค้าแต่ไม่กล้าขึ้นราคา กลัวคนกินหนี
จากกรณีที่สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภค ของใช้ในชีวิตประจำวันและอาหารขึ้นราคา ส่งผลกระทบต่อคนค้าขายและประชาชน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น พบว่าร้านขายอาหารอีสานประเภทแกงอ่อม ลาบ ก้อย ซุปหน่อไม้ โดยเฉพาะอาหารจานหลักอย่างส้มตำปลาร้า ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทำให้ราคา 20 บาทได้ส้มตำน้อยลง คนที่เคยกินกันเป็นกลุ่มสั่งส้มตำครั้งละ 1 จานก็ต้องเพิ่มเป็น 2 จานจึงจะเพียงพอรับประทาน
นางแดง บุญมาก แม่ค้าขายปลาร้า ชาวอ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ปลาร้าถือว่าเป็นอาหารหลักของชาวอีสานทุกบ้านต้องใช้เป็นเครื่องปรุงรส ที่ลูกค้านิยมนำมาทำเป็นพวกปลากระดี่ตัดหัว โดยรับซื้อปลาร้ามาจาก จ.กาฬสินธุ์ ครั้งละ 50-60 ปี๊บ เดิมราคาปี๊บละ 300 บาท แต่เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาปลาร้าปรับขึ้นเป็นปี๊บละ 400 บาท ทำให้ต้องขึ้นราคาขายปลีกเพิ่มอีกกิโลกรัมละ 10 บาท เป็นกิโลกรัมละ 40-45 บาท
นางแดง กล่าวว่า จะขับรถเร่ขายตามหมู่บ้านนานกว่า 1 อาทิตย์ จึงจะขายหมด หากหมดเร็วก็ได้กำไรมาก ขายหมดช้าก็ได้กำไรน้อย เพราะขับรถเร่ขายก็ทำให้มีค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุงรถ และค่ากินค่าอยู่ด้วย เฉลี่ยใน 1 เดือนขายปลาร้าได้กำไร 1-1.5 หมื่นบาท ก็พออยู่ได้ ตอนนี้ของกินของใช้ขึ้นราคา ก็ต้องเก็บเงินไว้ทั้งลงทุน และต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด
ด้านนางวรรณิวาห์ คำหล้า เจ้าของร้าน เจ๊หน่องปลาเผาริมบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ร้านขายอาหารอีสานเป็นหลัก วัตถุดิบที่ใช้มีทั้งผักสด พริก หอม กระเทียม ที่มีราคาไม่แน่นอนแล้วแต่ฤดูกาล แต่ที่หนักใจคือสินค้าพวกเครื่องปรุงทั้งน้ำปลา น้ำตาล โดยเฉพาะปลาร้า เครื่องปรุงรสที่เป็นส่วนปะกอบสำคัญของอาหารอีสานปรับราคาขึ้น จากที่เคยซื้อ 3 ถุง 100 บาท ลดเหลือเพียง 2 ถุง และปริมาณก็น้อยลงด้วย เพราะแม่ค้าขายส่งก็ซื้อมาในราคาแพงเช่นกัน
ขณะที่ทางร้านยังขายอาหารที่มีกว่า 30 อย่าง ในราคาเดิมทุกรายการ ส้มตำปลาร้าขาย 20- 25 บาท ส้มตำไทย 30 บาท ตำถั่ว 30 บาท ต้มแซบ ต้มยำ อยู่ที่ราคา 60-80 บาท ปลาเผาขายตามขนาดราคาสูงสุด 169 บาท ซึ่งเป็นราคาเดิมที่ขายมานานแล้ว
การขึ้นราคาสินค้าหลายประเภท ทำให้ทางร้านได้รับผลกระทบหนัก จากที่เคยลงทุนวันละ 6 พันบาทก็ซื้อของได้ครบ แต่ 3 เดือนที่ผ่านมาต้องจ่ายเงินลงทุนเพิ่มอีกกว่า 3 พันบาท จึงจะสามารถซื้อได้ครบทั้งหมด จึงทำให้ทางร้านจำเป็นต้องลดปริมาณอาหารลงเล็กน้อย ให้ได้กำไรน้อยลง เพื่อให้ร้านอยู่ได้ เลี้ยงลูกจ้างได้ และรักษาลูกค้าทั้งกลุ่มเดิมกลุ่มใหม่ไว้ บางวันขายได้แต่ต้นทุน เหลือกำไรเพียง 500 บาท เท่านั้น มีเงินหมุนในร้านก็ถือว่าโชคดีแล้ว ส่วนลูกค้าเองก็ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ไม่ค่อยออกมาใช้จ่ายเงินมากนัก
เจ้าของร้านเจ๊หน่องปลาเผาบอกว่าจะยังไม่ขึ้นราคาอาหารในร้าน เพราะถ้าขึ้นราคาอาหารลูกค้าจะหันไปซื้อร้านอื่น พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางในการปรับลดราคาสินค้าลงบ้าง เพื่อช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยที่ต้องประสบปัญหาสินค้าราคาแพง



