
พลิกสวนส้มร้างเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มเพิ่มรายได้เกษตรกร-ป้องน้ำท่วมกรุง
บางจากฯ ผนึกหน่วยงานภาครัฐ จัดตั้งศูนย์พัฒนาพื้นที่สวนส้มร้างทุ่งรังสิตเพื่อปลูกปาล์ม เพิ่มรายได้เกษตรกร ป้องกันน้ำท่วม ลดโลกร้อน
ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บางจากฯ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงนามบันทึกความร่วมมือจัดตั้งศูนย์ศึกษาและพัฒนาพื้นที่สวนส้มร้างทุ่งรังสิตเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน เพิ่มรายได้และแก้ปัญหาหนี้สินให้แก่เกษตรกร ป้องกันปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ บรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน และช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศ
ปัจจุบันพบว่า บริเวณทุ่งรังสิตใน จ.ปทุมธานี และนครนายก มีพื้นที่สวนส้มร้าง ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กว่า 1 แสนไร่ เนื่องจากปัญหาดินเปรี้ยวไม่เหมาะแก่การปลูกข้าวหรือพืชเกษตร แต่สามารถพัฒนามาปลูกปาล์มน้ำมันได้ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว หันมาปลูกปาล์มน้ำมัน ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงเป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์ไดออกไซด์ได้ถึง 5 แสนตันต่อปี ลดปัญหาภาวะโลกร้อน
ด้านนายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การขยายพื้นที่ปลูกปาล์มในบริเวณทุ่งรังสิต ถือเป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่ซับน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากเพื่อป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครได้
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า หากโครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย จะสามารถแก้ปัญหาด้านภาระหนี้สินให้กับเกษตรกรที่เคยประสบความเสียหายจากการทำสวนส้ม รวมทั้งช่วยสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก
ดร.ณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานพร้อมให้การสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลเพื่อรองรับผลผลิตปาล์มที่เพิ่มขึ้น โดยมีนโยบายส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล บี5 เกรดเดียวทั่วประเทศภายในปี 2554 ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการใช้ไบโอดีเซล (B100) เพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 2.5 ล้านลิตรต่อวัน



