
จี้สรรพสามิตเคลียร์ขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่
คลังจี้สรรพสามิตแจงกระแสข่าวขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่ ชี้ต้นตอปัญหากักตุนสินค้า รับอยู่ระะหว่างรื้อโครงสร้างภาษีทั้งระบบ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ทีดีอาร์ไอหนุนรัฐเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10%
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิตชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปรับภาษีสรรพสามิต เพื่อไม่ให้มีปัญหาการกักตุนสินค้า เพราะหลังจากมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลเตรียมขึ้นภาษีสุราและยาสูบ ทำให้มีการกักตุนสินค้าขึ้น ส่วนการพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบนั้น จะมีทั้งการขยายฐานภาษี ช่วยยกระดับและส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชน แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาข้อมูลอย่างครบถ้วน จึงยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ประเทศไทยเก็บภาษีได้ต่ำกว่าศักยภาพ 3% ของจีดีพี หรือคิดเป็นเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท เพราะศักยภาพของไทยแล้วจะพบว่าเราสามารถจัดเก็บภาษีได้ 20% ของจีดีพี แต่เก็บได้จริงเฉลี่ย 17% ของจีดีพีเท่านั้น
ดังนั้นไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปภาษีเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และเพียงพอกับรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้น และรายจ่ายด้านการลงทุนที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในขณะที่ฐานภาษีในปัจจุบันมีความไม่เป็นธรรม ไม่ส่งเสริมให้มีการแข่งขัน และยังพบว่ารายได้ที่ได้จากภาษีในปัจจุบันเท่ากับรายจ่ายประจำของภาครัฐเท่านั้น หากรัฐต้องการการลงทุนก็ต้องกู้เงินมาลงทุน
นายสมชัยกล่าวว่า ตนสนับสนุนให้รัฐบาลเพิ่มการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% เพราะแม้ว่าจะทำให้คนที่ยากจน 20% ของประเทศเดือดร้อน เพราะสัดส่วนภาษีต่อรายได้มีเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น แต่รัฐสามารถนำเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บได้จากคนที่เหลือ 70% มาจัดสวัสดิการชดเชยให้คนจน 20% ของประเทศได้ ไม่ใช่ปล่อยให้คนรวยหรือคนมีฐานะไม่ต้องจ่ายภาษีจากการบริโภคเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐขาดรายได้ส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ขณะที่อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยต่ำมากเทียบกับบางประเทศที่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 20%



