
มิ่งขวัญไพ่ใบใหม่ให้ทักษิณลองใช้
ขีดเส้นวันชี้ชะตาเลือกแม่ทัพถือธงทำศึกซักฟอกรัฐบาลครั้งสุดท้ายของอายุรัฐบาลนี้ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วคือวันที่ 24 มกราคม
ระหว่าง “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
ว่ากันตามเนื้อผ้าแล้ว นาทีนี้คนที่มีโอกาสสวมชุดแม่ทัพลงทำศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลให้แก่พรรคเพื่อไทยมากที่สุด ไม่น่าจะหนีไปจาก “มิ่งขวัญ”
เพราะไพ่ในมือที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถืออยู่นั้น เริ่มน้อยลงทุกที เริ่มจากไพ่ใบเก่าอย่าง “พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ” ประธานพรรคเพื่อไทยนั้น ถือว่าสนิมเขรอะจนใช้งานไม่ได้แล้ว
ส่วนไพ่ที่ใช้บ่อยอย่าง “ร.ต.อ.เฉลิม” ก็ล้มรัฐบาลในศึกซักฟอกไม่ลง แถมยังพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งซ่อม จ.นครราชสีมา และ จ.สุรินทร์ มาอีก
ขณะที่ไพ่ตายอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ถ้าไม่จวนตัวจริงๆ ก็ไม่อยากทิ้งไพ่ลงมาให้เสียของ ต้องเปลืองตัวก่อนถึงเวลาอันสมควร
ทำให้เกมนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องจำใจใช้ไพ่ใบใหม่อย่าง “มิ่งขวัญ”
แต่ไม่วายกำชับไว้ล่วงหน้าด้วยว่า เฉพาะภารกิจสำคัญครั้งนี้เท่านั้น
ที่สำคัญ การให้ “มิ่งขวัญ” นำพรรคเพื่อไทยครั้งนี้ ยังถือเป็นการตอบแทนที่ช่วยดูแลส.ส.ในกลุ่มของนายมิ่งขวัญที่มีอยู่ประมาณ 80 คนอีกด้วย
รักษาน้ำใจกันไว้ หลัง “มิ่งขวัญ” ยอมควักจ่ายแบบไม่อั้นมาตั้งแต่ปลายปี 2553 ที่ผ่านมา จนเกิดเป็นส.ส.กลุ่มมิ่งขวัญขึ้น และก็ยังไม่หยุดจ่ายจนถึงปัจจุบัน
ว่ากันว่า ส.ส.กลุ่ม “มิ่งขวัญ” รับเน้นๆ อู้ฟู่กันทุกเดือน ทำเอาส.ส.กลุ่มอื่นๆ ฉงนไปตามๆ กันว่า ไปเอาจากที่ไหนมาถึงได้มากมายขนาดนี้
บ้างก็ว่า "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" บ้างก็ว่า "พจมาน ดามาพงศ์" อดีตภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ เลือกที่จะถือหาง "มิ่งขวัญ" มากกว่า "ร.ต.อ.เฉลิม"
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ ถ้าจริงจะมาจากแหล่งไหน แต่ที่แน่ๆ คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ไฟเขียวเรียบร้อยแล้ว
การันตีได้จากการที่หนึ่งในมือทำงานที่พ.ต.ท.ทักษิณไว้ใจมากคนหนึ่ง อย่าง "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ยอมลงมาเล่นบทมือประสานกับคนในพรรคให้ด้วยตัวเอง
ทำให้ "มิ่งขวัญ" เหมือน "เสือติดปีก" ในนาทีนี้ จึงเดินเกมหนักบี้คณะกรรมการบริหารพรรคให้ออกมติพรรคชูตัวเองเป็นผู้นำพรรคโดยเร็ว
ไม่สนแม้กระทั่งว่า การที่ไม่มีมติของส.ส.รองรับถือว่าผิดข้อบังคับพรรค ซึ่งจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลังได้ แต่ยังโชคดีที่แกนนำพรรคยังไหวตัวทัน ไม่เอาด้วยกับ "มิ่งขวัญ"
ขณะที่อีกนัยหนึ่งอาจมองได้ว่า การอภิปรายครั้งนี้ “ทักษิณ” ต้องการลดโทนการต่อสู้ลง แกงเผ็ดดุเดือดอย่าง“เฉลิม” ขอพักไว้ก่อน จนกลายเป็นที่มาของวจี “ต้องก้าวข้ามทักษิณ”
ตามมาด้วยการขู่ถอนตัวด้วยอาการน้อยใจของ "ร.ต.อ.เฉลิม" และพร้อมที่จะไปตั้งพรรคใหม่ด้วยตัวเอง นัยว่า "กรำศึกแทบตายไม่ได้อะไร แต่นักรบห้องแอร์กลับคว้าพุงปลาไปกิน"
ลึกๆ แล้วเชื่อว่า การเลือกใช้ “มิ่งขวัญ” แทน “เฉลิม” ครั้งนี้ เพราะนายใหญ่เริ่มเกิดอาการไม่ไว้ใจ กลัวส.ส.จะหันไปหนุน “เฉลิม” มากขึ้น และอาจจะถูกยึดพรรคไปในที่สุด
จึงต้องใช้คนอื่นมาถ่วงดุลอำนาจเอาไว้บ้าง จนทำให้ “เฉลิม” ต้องออกมาขู่ว่า จะทิ้งพรรคเพื่อไทยไปตั้งพรรคใหม่ และขู่แฉเรื่องการจ่ายเงินให้ส.ส.ในพรรค
เผยให้เห็นว่า ยี่ห้อ “เฉลิม” กุมความลับในพรรคเพื่อไทยไว้ไม่น้อยอย่างที่ "นายใหญ่" เริ่มกังวล
ดังนั้นการเลือกผู้นำการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 24 มกราคม จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ส.ส.จะเทคะแนนเลือก “มิ่งขวัญ” ไม่ต่ำกว่า 100 เสียง จากส.ส.สายตรง “ทักษิณ” ส.ส.ภาคกลาง และกทม.
สำหรับ “พล.อ.ชวลิต” เต็มที่ก็แค่ส.ส.นครพนมไม่กี่เสียง เพราะเสียงในพรรคส่วนใหญ่สะท้อนตรงกันว่า สินค้าหมดอายุแล้ว
ส่วน “ร.ต.อ.เฉลิม” นั้น ก็น่าจะได้คะแนนจากส.ส.อีสานที่เคยไปช่วยหาเสียงให้จำนวนหนึ่ง บวกกับส.ส.เหนืออีกนิดหน่อย แต่ไม่น่าจะเกิน 20 เสียง
ขณะที่ “ยิ่งลักษณ์” ส.ส.สายตรง "นายใหญ่" พร้อมใจยกมือโหวตให้อย่างเป็นเอกฉันท์แน่ แต่ไม่ใช่เวลานี้ ต้องรอให้ถึงวันใกล้เลือกตั้งใหญ่แล้วเท่านั้น
เพราะนิสัยของส.ส.เพื่อไทยนั้น รู้กันดีว่า ใครก็ได้ที่ "นายใหญ่" เลือก แต่ถ้า "นาย" ยังไม่เคาะ ก็ขอเกาะบางคนที่ดูจะมีภาษีกว่าเอาไว้ก่อน
วันนี้คนที่จะได้ถือธงอาจเป็น “มิ่งขวัญ” แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกสุดท้าย
เพราะผู้นำพรรคเพื่อไทยตัวจริงคนบอกต้อง “ทักษิณ” เท่านั้น
ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี



