ข่าว

 "แต้ม"...มะเขือเผาเสวนา..รุกหามวลชน

"แต้ม"...มะเขือเผาเสวนา..รุกหามวลชน

21 ม.ค. 2554

แดดร่มลมตกยามบ่ายสี่โมงเย็น ภายในสนามบาสเกตบอล แฟลตดินแดง ถูกปรับเปลี่ยนเป็นเวทีชั่วคราว มีการแสดงดนตรี เล่นกีตาร์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ในอิริยาบถสบายๆ สะกดสายตาทุกคู่ให้จับจ้องอยู่บนเวที พอบทเพลงแรกจบ โฆษกบนเวทีก็จะประกาศเชิญชวนชาวบ้านละแวกนั้น

 โดยสอดคล้องกับนโยบายประชาภิวัฒน์ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ปัญหาอาชญากรรมในท้องที่ กทม.ต้องลดลงให้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 6 เดือน การเปิดเวทีสัมมนาดังกล่าวจึงเป็นบันไดขั้นแรกระหว่างประชาชนกับตำรวจของ บก.น.1 กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อจะได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน และรับรู้ปัญหาของทั้งสองฝ่าย ผ่านการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้แสดงความคิดเห็น ร้องเรียน รวมถึงเสนอแนะเรียกร้องจากตำรวจ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในชุมชนด้วยการร่วมกันในภาคประชาชนและตำรวจต่อไป

 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เจ้าของโครงการนี้ บอกหลังฟังความคิดเห็นของประชาชนย่านชุมชนดินแดง โดยเฉพาะชาวแฟลตที่ประชาสงเคราะห์ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ถึงกับร้องเรียนตำรวจ เพียงแต่เสนอปัญหาให้ช่วยแก้ไข เช่น เรื่องยาเสพติดที่กำลังระบาด ปัญหาการลักเล็กขโมยน้อย ตลอดจนเรื่องที่พวกเขามีปัญหากับทางสำนักงานเขตดินแดง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจ แต่อยากจะให้ตำรวจดำเนินการให้ แม้ว่าปัญหาที่ประชาชนร้องเรียนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้ตำรวจมีโอกาสใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น เป็นการทำงานในรูปแบบที่สนองรับความต้องการโดยตรง ทั้งนี้ การเปิดเวทีชาวบ้านครั้งแรกที่นี่ ได้ผลตอบรับที่ดีพอสมควร อย่างไรก็ตาม ทาง บก.น.1 จะจัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุก 8 สน.ที่รับผิดชอบ 2 ครั้งต่อเดือนหมุนเวียนกันไป และครั้งหน้าคาดว่าจะเป็นที่ตรอกข้าวสาร

 “ที่เลือก สน.ดินแดง เป็นที่แรก เพราะที่นี่แฟลตเยอะมาก ชุมชนก็เยอะ แน่นอนว่าปัญหาเยอะตามมา ดังนั้น ประชาชนอยากได้อะไร อยากให้ตำรวจทำอะไร อยากตำหนิติเตียนอะไร ก็แจ้งเข้ามาได้ เมื่อแจ้งมาผมก็สั่งให้รองผู้บังคับการแต่ละนายที่รับผิดชอบในส่วนต่างๆ เร่งไปทำงานทันที ต้องให้เห็นภาพชัดเจนด้วย ไม่ใช่รับเรื่องแล้วก็วางเอาไว้ ประชาชนมีปัญหาอะไร เราต้องเร่งเอายาเข้าไปฉีด รักษาทันทีไม่ปล่อยเรื้อรัง เท่าที่ฟังดูประชาชนก็ชมว่าดี ไม่ได้ตำหนิตำรวจมากมาย เพียงแต่ต้องการให้แก้ไขปัญหาให้ และผมก็ดีใจที่โครงการดีๆ อย่างนี้เกิดขึ้น ที่ผ่านมา ผมเคยทำโครงการอย่างนี้มาแล้ว สมัยที่อยู่บุรีรัมย์ แต่พอย้ายเข้ากรุงเทพฯ ก็ไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องชนกับม็อบการเมืองอยู่ตลอด เพิ่งจะได้มีโอกาสมาเริ่มทำ ผมก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประชาชนในเรื่องการเป็นหูเป็นตากลับคืนมา” พล.ต.ต. วิชัย กล่าว

 ขณะ พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนภักดี ผกก.สน.ดินแดง ยอมรับว่า โครงการดังกล่าวเป็นเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนการทำงานของตำรวจ ว่าประชาชนอยากได้อะไรบ้าง ต้องการให้ทำอะไร ที่ผ่านมา สน.ดินแดงก็ทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ทั้งเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และเท่าที่ได้เดินพูดคุยกับประชาชน ไม่ได้มีการตำหนิตำรวจ แต่อยากให้ตำรวจเข้ามาแก้ปัญหามากกว่า ทั้งเรื่องยาเสพติด ความปลอดภัยในยามค่ำคืน เพราะบางตรอกซอกซอยไม่มีไฟฟ้า หลังจากนี้ไปก็จะเพิ่มสายตรวจเข้าไป และจะจัดเวทีเพื่อคอยรับฟังปัญหาจากชาวดินแดงอีกเป็นระยะๆ 

  ครั้งแรกของการเปิดเวทีเสวนา แต่ก็มีชาวบ้านกว่า 500 คน มาร่วมแสดงความคิดเห็น และหลังจากงานเสวนานี้เสร็จสิ้นลงในช่วงพลบค่ำ ชาวแฟลตดินแดงต่างชื่นชมโครงการดังกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าโครงการนี้สร้างความกระชับขยับความใกล้ชิดของตำรวจให้ใกล้เข้าหาประชาชนมากยิ่งขึ้น ไม่มีการถือยศถือตำแหน่ง มีการแลกแปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเอง นั่งคุยกันแบบเข่าชนเข่า ทั้งชาวบ้านและตำรวจมีการหยอกเอิน โยนมุกกันไปมา

  "ถามจริงๆ ตำรวจนั้น เป็นตำรวจมะเขือเทศจริงหรือไม่?" ชาวบ้านคนหนึ่งลุกขึ้นถาม
  "ใครมะเขือเทศหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมและลูกน้องมะเขือเผาแน่นอน เพราะตั้งแต่มีม็อบมาทำงานทำการไม่ได้หยุดเลย (ฮา)" ผู้การแต้มสวนทันควัน เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม 

 หลังปิดเวทีเสวนา ชาวชุมชนย่านดินแดงเอ่ยปากชื่นชมถึงทีมงานตำรวจในฝัน แม้ยังไม่เห็นผลงาน แต่มั่นใจว่าแก้ปัญหาให้พวกเขาได้แน่!!