ข่าว

แค่โทสะหรือลางบอกเหตุ

แค่โทสะหรือลางบอกเหตุ

21 ม.ค. 2554

พฤติกรรมที่ดูเหมือนจะลุแก่อำนาจของจ่าสิบตำรวจเลือดร้อนเมืองตรัง มีเบื้องหลังที่น่าฉุกคิดอยู่บ้างพอสมควร

 “จ่าแมว” เป็น ผบ.หมู่งานปราบปราม เพิ่งย้ายมาจาก สภ.จะกั๊วะ อ.รามัน จ.ยะลา ได้ปีเศษ

 ระหว่างปฏิบัติภารกิจอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ่าแมวถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบสังหาร ถูกยิงถล่มด้วยปืนอาก้าหลายนัด

 รอดตายมาได้หวุดหวิด หัวกระสุนบางนัดยังฝังอยู่ในตัว เลยได้ฉายา “จ่าแมว อาก้า” มาจนถึงทุกวันนี้ ?!!

 ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอดีตส่งผลมาถึงปัจจุบันหรือไม่ ผู้เกี่ยวข้องน่าจะลองตรวจสอบดู

 ถ้าใช่จะได้รีบแก้ไข เพราะมีตำรวจ-ทหารที่ปฏิบัติภารกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกมาก จำเป็นต้องได้รับการดูแลหรือเยียวยา ถ้าหากว่าปัจจัยแวดล้อมทำให้พวกเขาเจ็บป่วย

 คนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงเฉกเช่นตำรวจ-ทหาร มีความเครียดสะสม หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี รังแต่จะส่งผลเสีย ทั้งกับตัวผู้ปฏิบัติและงานที่ทำ

 ผมจะไม่ทึกทักเอาเองว่า “จ่าแมว อาก้า” เป็นหนึ่งในผู้เจ็บป่วยนี้ด้วย แต่อยากให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายตรวจสอบดูให้แน่ชัด

 พฤติกรรมชักปืนออกมายิงพลเมืองดีที่เข้ามาห้ามทัพ ระหว่างตัวจ่าแมวกับคู่กรณีเรื่องรถเฉี่ยวชน ทั้งๆ ที่พลเมืองดีคนที่ว่า ไม่ใช่คู่กรณีโดยตรง จะว่าเป็นการบันดาลโทสะก็คงได้

 แต่ถ้ามองลึกๆ แล้วเหมือนกับว่า ตัวจ่าแมวเองมีชีวิตอยู่บนโลกท่ามกลางความหวาดระแวง เห็นคนอื่นเป็นศัตรูไปหมด หรือมองว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายตัวเอง

 อาการเจ็บป่วยชนิดนี้เป็นโรคอย่างหนึ่ง เหมือนทหารที่กลับจากสงคราม และพกพาเอาชีวิตยามสงครามกลับมาใช้ในการดำรงชีวิตท่ามกลางสังคมปัจจุบัน

 หลายคนคงเคยคุ้นกับเรื่องทำนองนี้ผ่านภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เพราะฉะนั้นอย่าให้มันเกิดขึ้นกับสังคมไทยเราเลย ?!!

อนลัส
[email protected]