ข่าว

เลขาฯพท.ชี้ซักฟอกขาดเฉลิมขาดสีสัน

เลขาฯพท.ชี้ซักฟอกขาดเฉลิมขาดสีสัน

20 ม.ค. 2554

แม่บ้านเพื่อไทยชี้ศึกซักฟอกขาด “เฉลิม” เท่ากับขาดสีสัน “ประชา”จวกแก้รธน.ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ โวหน.พรรคตัวจริง 10 “มาร์ค”ก็สู้ไม่ได้

   นายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ตนและส.ส.พรรคเพื่อไทยประมาณ  20  คนได้เดินทางไปพบผู้ใหญ่เพื่อสวัสดีปีใหม่ อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้นยังไม่ได้พบ เนื่องจากช่วงที่เราจะไปหานั้นท่านเดินทางไปต่างประเทศ ทั้งนี้ยืนยันว่าการไปพบของพวกเรานั้นไม่ได้มีการโน้มน้าว หรือล็อบบี้กดดันเพื่อให้ผลักดันนายมิ่งขวัญเป็นผู้นำพรรค แต่เป็นเพียงการไปอวยพรปีใหม่เท่านั้น และส.ส.ที่ไปก็ไม่ใช่กลุ่มก๊วนของใคร เป็นส.ส.ที่มีมาจากทุกภาค ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ร.ต.อ.เฉลิมประกาศว่าจะไม่ร่วมด้วยนั้น ตนเชื่อมั่นว่าสุดท้ายจะคุยกันได้ หากพรรคมีมติให้ใครคนหนึ่งระหว่างนายมิ่งขวัญหรือร.ต.อ.เฉลิมเป็นผู้นำการอภิปราย อีกคนหนึ่งก็คงจะร่วมอภิปรายด้วยแน่นอน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคิดว่าร.ต.อ.เฉลิมถือเป็นมืออภิปรายชั้นดีที่พรรคเพื่อไทยจะขาดไปไม่ได้เลย ถ้าหากไม่มีท่านแล้วสีสันจะลดลงไปอย่างมาก   

 ด้านนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อถกเถียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้มีระบบเลือกตั้ง  375 +125 ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลมีจุดยืนแก้ไขเป็นแบบ 400 + 100 ว่า ล่าสุดมีข้อเสนอจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางคนเสนอเป็น  400 + 125  ซึ่งเหล่านี้แสดงถึงความไม่เป็นเอกภาพ ผลประโยชน์ทางการเมืองขัดกัน แต่ละฝ่ายมีจุดมุ่งหมายหวังได้เปรียบการเลือกตั้ง หวังเคลมพื้นที่กลับมาเป็นรัฐบาล แต่มองไม่เห็นว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ตรงไหน ตนในฐานะส.ส.พร้อมเลือกตั้งในทุกระบบ เพียงแต่เห็นว่าสูตร 375 + 125 พรรคประชาธิปัตย์เอาเปรียบเพื่อนมากเกินไป คิดเอาแต่ประโยชน์ตัวเอง เพราะจะได้เปรียบคะแนนจากส.ส.บัญชีรายชื่อ ในขณะที่ระบบส.ส.เขตพรรคอื่นๆ ก็จะหายไปที่หรือสองที่นั่ง ทั้งนี้ส่วนตัวยังมองว่าระบบ  400+100  น่าสนใจที่สุด

  นายประชา กล่าวอีกว่า ส่วนการที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ออกมาขู่หลายครั้งว่านายกรัฐมนตรีจะยุบสภานั้น ถ้าจะยุบสภาก็น่าจะเป็นเพราะต้องการปกปิดความล้มเหลว ไร้น้ำยา และไร้ฝืมือบริหารมากกว่า วันนี้เอาไข่ไปชั่งกิโลขาย วันหน้าไม่รู้จะเอาสมบัติชาติไปชั่งกิโลขายหรือไม่ ความจริงรัฐบาลควรยุบสภาไปก่อนแล้วค่อยมาแก้รัฐธรรมนูญภายหลัง ให้แต่ละพรรคการเมืองไปรณรงค์เรื่องนี้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สำหรับเรื่องผู้นำพรรคเพื่อไทยนั้น ฝากไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่าอย่ามาอวดรู้ สบประมาทว่าพรรคเพื่อไทยสิ้นไร้ไม้ตอกขาดหัว เพราะไม่ว่าร.ต.อ.เฉลิมก็ดี นายมิ่งขวัญก็ดี ถือว่ามีความเหมาะสมทั้งนั้น แต่วันนี้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ยังเป็นหัวหน้าพรรคทางนิตินัย แต่ถ้ารู้ชื่อหัวหน้าพรรคตัวจริงในทางพฤตินัยแล้วจะหนาว นายอภิสิทธิ์  10  คนก็ยังสู้ไม่ได้ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องมาหวังดีประสงค์ร้าย