ข่าว

ชี้เลือกตั้งวันนี้โหวตปชป.27.7%พท.18.7%

ชี้เลือกตั้งวันนี้โหวตปชป.27.7%พท.18.7%

20 ม.ค. 2554

เอแบคโพลล์ สำรวจ 28 จังหวัดหลังรัฐบาลประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์27.7% ตั้งใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ 18.7% จะเลือกพรรคเพื่อไทย และ 12.3% จะเลือกพรรคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม 41.3% ไม่ระบุพรรคการเมืองที่จะเลือก

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เปิดผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง หลังรัฐบาลประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์ ประชาชนจะเลือกใครถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง กรณีศึกษา ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ 28 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร  เพชรบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ลพบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี น่าน สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ เชียงราย เชียงใหม่ อำนาจเจริญ นครพนม สกลนคร ศรีสะเกษ อุดรธานี อุบลราชธานี สตูล ภูเก็ต ปัตตานี            สุราษฎรธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น  4,379 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 - 19 มกราคม 2554 ที่ผ่านมา พบว่า
หลังจากการประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลที่ผ่านมา กลุ่มประชาชนที่ถูกศึกษา 27.7% ตั้งใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ 18.7% จะเลือกพรรคเพื่อไทย และ 12.3% จะเลือกพรรคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม 41.3% ไม่ระบุพรรคการเมืองที่จะเลือก

แต่เมื่อวิเคราะห์ผลสำรวจเฉพาะกลุ่มประชาชนที่ระบุพรรคการเมืองที่จะเลือก พบว่า  เกือบครึ่งหนึ่งหรือ47.2% ของกลุ่มที่ระบุพรรคการเมือง จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ 31.8% จะเลือกพรรคเพื่อไทย และ 21.0% จะเลือกพรรคอื่นๆ 

เมื่อจำแนกตามเพศ พบว่า กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงเกินกว่าครึ่งหรือ 52.4% ของกลุ่มที่ระบุชื่อพรรคการเมืองจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าผู้ชายที่มีอยู่ 41.7% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ 35.4% ของผู้ชายจะเลือกพรรคเพื่อไทย และ 28.4% ของผู้หญิงจะเลือกพรรคเพื่อไทย ตามลำดับ

เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ตัวอย่างที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 50.5% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มช่วงอายุที่น้อยกว่า โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปี มีอยู่ 39.7% ในขณะที่พรรคเพื่อไทยจะได้ฐานสนับสนุน 29.3% ในกลุ่มคนอายุ 50 ปีขึ้นไป และได้ 39.3% ในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 20 ปี

เมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา ไม่พบความแตกต่างในการสำรวจครั้งนี้ ที่แต่เดิมในอดีตพบว่า คนที่มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าคนที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี แต่ครั้งนี้กลับไม่พบความแตกต่าง คือ  48.2% ของคนที่ต่ำกว่าปริญญาตรี 43.5% ของคนที่จบปริญญาตรี และ 43.8% ของคนที่จบสูงกว่าปริญญาตรีจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่ 31.6% ของคนที่ต่ำกว่าปริญญาตรี 33.3% ของคนที่จบปริญญาตรี และ18.8% ของคนที่จบสูงกว่าปริญญาตรีจะเลือกพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคอื่นๆ จะได้สัดส่วนไปประมาณเกือบ 20% ในทุกกลุ่มการศึกษา

ดร.นพดล กล่าวว่า ที่น่าพิจารณาคือ ในกลุ่มข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ยังไม่พบว่า พรรคประชาธิปัตย์จะทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยมากนัก เนื่องจากพบตัวเลข 43.4% ต่อ 40.6% ซึ่งถือว่า สูสีกัน แต่เห็นการทิ้งห่างในกลุ่มธุรกิจและค้าขาย ที่พบว่า เกินครึ่งหรือ 53.6% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์แต่ 26.1% จะเลือกพรรคเพื่อไทย และที่น่าสนใจในกลุ่มเกษตรกรและรับจ้างใช้แรงงานทั่วไป พบว่า ร้อยละ 42.9 จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และ 33.2% จะเลือกพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับ กลุ่มนักเรียนนักศึกษา 46.8% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 35.6% จะเลือกพรรคเพื่อไทย และพนักงานบริษัทเอกชน 44.1% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 32.8% จะเลือกพรรคเพื่อไทย  ที่เหลือประมาณ 20% จะเลือกพรรคอื่นๆ ตามลำดับ

เมื่อจำแนกตามระดับรายได้ พบว่า นโยบายประชาวิวัฒน์ที่รัฐบาลประกาศไปดูเหมือนว่าจะได้รับการตอบรับในความตั้งใจจะเลือกตั้งเกินครึ่งในกลุ่มผู้มีรายได้ช่วง 5,001 - 10,000 บาทต่อเดือน 53.1% ในกลุ่มรายได้ 10,001 - 15,000 บาทต่อเดือน 50.2% และในกลุ่มรายได้ 15,001 - 20,000 บาทต่อเดือน 49.6% ในขณะที่กลุ่มรายได้มากกว่า 20,000 ขึ้นไป 40.5% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และกลุ่มรายได้ต่ำกว่า  5,000 บาทต่อเดือน 44.7% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และเมื่อพิจารณาผู้ที่จะเลือกพรรคเพื่อไทยพบว่า กลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาท 33.0%  กลุ่มผู้มีรายได้มากกว่า 20,000 อัตรา37.2% และกลุ่มรายได้อื่นๆ เกินกว่า 1 ใน 4 จะเลือกพรรคเพื่อไทย
คนกทม.ส่วนใหญ่เลือกเพื่อไทย

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกตามภูมิภาคครั้งนี้ พบว่า คนภาคเหนือ 45.4% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์  31.4% จะเลือกพรรคเพื่อไทย คนภาคกลาง 39.2% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 31.6% จะเลือกพรรคเพื่อไทย  คนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 37.2% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์  44.5% จะเลือกพรรคเพื่อไทย คนภาคใต้ 82.2% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 3.0% จะเลือกพรรคเพื่อไทย และคนกรุงเทพมหานคร 38.2% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และ 43.4% จะเลือกพรรคเพื่อไทย ที่เหลือจะเลือกพรรคอื่นๆ

เมื่อจำแนกตามพื่นที่ที่พักอาศัยของประชาชนที่ถูกศึกษา พบว่า  คนในเขตเทศบาลประมาณเกือบครึ่งหนึ่งหรือ 49.0% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และคนนอกเขตเทศบาลเกือบครึ่งหรือ 48.2% จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน ในขณะที่ 26.4% ของคนในเขตเทศบาลจะเลือกพรรคเพื่อไทย และ 33.7% ของคนนอกเขตเทศบาลจะเลือกพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ที่เหลือจะเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ

ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้จะนำขึ้น “เว็บฐานข้อมูลการเมือง” เพื่อให้คนคอการเมือง และสถาบันการศึกษาต่างๆ เข้าถึงผลสำรวจ แบบสอบถาม และฐานข้อมูลดิบนำไปวิเคราะห์ต่อยอดงานวิจัยและการทำงานการเมืองได้ที่ www.abacpolldata.au.edu ซึ่งข้อมูลสมมติฐานเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายประชาวิวัฒน์ออกมาและภาพความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยที่กำลังปรากฏต่อสาธารณชนขณะนี้ กำลังทำให้ประชาชนเทคะแนนนิยมความตั้งใจจะเลือกตั้งไปที่พรรคประชาธิปัตย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังโกยคะแนนนิยมจากสาธารณชนอยู่ในเวลานี้

ส่วนจะเป็นจริงตามความตั้งใจของประชาชนหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญสองประการคือ ความขัดแย้งในพรรคเพื่อไทยลดลงหรือไม่ และนโยบายประชาวิวัฒน์จะเอาชนะ “เม็ดเงิน” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งหรือ ส.ส. เขต ได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้สำรวจพบว่า เกินครึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะรับเงินซื้อเสียงของผู้สมัครในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องสัดส่วนของ ส.ส. เป็นไปตามสูตรที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ พรรคประชาธิปัตย์ย่อมได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในห้วงเวลานี้อย่างแน่นอน  โดยเฉพาะจากกลุ่มพลังเงียบ