
แฉคนรวย1.6ล้านครัวเรือนเสียภาษีไม่เต็มที่
พระปกเกล้าแนะปฏิรูปภาษี ระบุคนรวย 1.6 ล้านครัวเรือนเสียภาษีไม่เต็มที่ เร่งออกภาษีที่ดิน ชี้ ระบบสวัสดิการต้องใช้ภาษี มิฉะนั้นก็ถือเป็นประชานิยม
(20ม.ค.) ที่สถาบันพระปกเกล้า การสัมมนาของสถาบันพระปกเกล้าในหัวข้อ “ ยุทธศาสตร์ประเทศไทยในมิติการเมืองและสังคม และการบริหารระบบราชการ ” โดยในช่วงบ่าย ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยผลการวิจัยว่า ต้นเหตุคตวามเหลื่อมล้ำของสังคมไทยคือการผูกขาดระบบธุรกิจ กฎหมายการแข่งขันทางการค้ายังไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง ขณะที่รัฐวิสาหกิจยังผูกขาดแต่ก็กลับบริการได้ไม่ดี และยังมีอำนาจเหนือตลาดของตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มีการปั่นหุ้นมาสร้างความร่ำรวยให้บางคน ขณะที่ประชาชนธรรมดาไม่สามารถใช้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งออมเงิน และสุดท้ายก็ต้องฝากธนาคารอย่างเดียวทำให้สุดท้ายเงินก็ติดลบ นอกจากนี้รัฐบาลยังชอบแทรกแซงตลาด ซึ่งเมื่อแทรกแซงเมื่อไหร่ก็จะมีคนรวยเป็นประจำ
ด้านนายสมชัย จิตสุชน นักวิชาการจาก ทีดีอาร์ไอ กล่าวถึงรื่องการปฏิรูประบบภาษีเพื่อระบบสวัสดิการว่า ที่ต้องปฏิรูประบบภาษีเพราะทุกวันนี้ยังไม่มีความเป็นธรรม ไม่ส่งเสริมการแข่งขัน เราเก็บภาษีได้ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ กล่าวคือเก็บได้เพียง 17 % ของจีดีพี จากที่ควรเก็บได้ 20 %จีดีพี หรือคิดเป็นเงินประมาณ สามแสนล้านบาท นอกจากนี้รายได้ของรัฐบาลยังไม่พอใช้จ่าย ขณะภาษีเงินได้นิติบุคคลลสูงกว่าคนธรรมดา ซึ่งตรงกันข้ามกับต่างประเทศ นั่นหมายความว่าคนรวยของเรายังไม่ได้เสียภาษี
นายสมชัย กล่าวต่อว่า การปฏิรูปภาษีต้องมีหลักคือหลักเสมอภาค แต่ประเทศไทยไม่เป็นไปตามหลักการ เพราะโครงสร้างภาษีมีการยกเว้นกลุ่มอาชีพหรือภาคเศรษฐกิต มีคนรวยในเมืองไทยที่เสียภาษีไม่เต็มที่ประมาณ 1.6 ล้านครอบครัว ดังนั้นจึงต้องขยายฐานภาษีรายได้บุคคลธรรมดาให้เป็นไปอย่างเสมอภาค และ ควรก็บตามความสามารถในการจ่ายจริง นอกจากนี้ ควรยกเครื่องค่าลดหย่อนและลดเว้น แต่ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราภาษี ขณะที่การปฏิรูปภาษีนิติบุคคล ควรลดอัตราลงเพื่อส่งเสริมการลงทุนและจะเป็นการส่งเสริมรายได้บุคคลธรรมดาในอีกทางด้วย
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ภาษีทรัพย์สินนั้นปัจจุบันมีการเก็บไม่มาก ดังนั้นควรเร่งออกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งถ้าไม่ยกเว้น และเก็บเต็มตามร่างพระราชกฤษฎีกา กล่าวคือไมยกเว้นที่อยู่อาศัยก็จะเก็บภาษีได้ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท แต่หากเก็บไม่เต็มที่โดยยกเว้นที่อยาศัยก็จะได้ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นภาระสำหรับคนมีทรัพย์สิน แต่ที่ผ่านมาก็เสียน้อยมาก นอกจากนี้ยังเห็นได้ว่าขนาดยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัยยอดรายได้ที่เก็บก็ยังไม่ลดมากนักหมายความว่า ขณะนี้ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก
นายสมชัย ยังกล่าวถึงระบบสวัสดิการว่า คนไทยทุกคนตองได้รับการดูแลตั้งแต่เกิดจนตาย การให้ต้องถ้วนทั่วแต่ไม่ซ้ำซ้อนและมีความเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามต้องดูแลคนจนและคนด้อยโอกาสเป็นพิเศษ และเป็นโครงการที่ลดความเหลื่อมล้ำระยะยาว ทั้งนี้ต้องนำรายได้ที่จะใช้มาจาการจัดเก็บภาษีต่างๆไม่ใช่จัดสวัสดิการ แต่ไม่เก็บภาษีอย่างนี้ก็เป็นประชานิม หรืออย่างโครงการประชาวิวัฒน์ก็ยังไม่ใช่ ระบบสวัสดิการตามความหมาย



