ข่าว

มาร์คเชื่อกลุ่มเดิมถล่มฐานทหารนราฯ

มาร์คเชื่อกลุ่มเดิมถล่มฐานทหารนราฯ

20 ม.ค. 2554

ถาวรเสียใจยันใช้การพัฒนาสู้โจรใต้ แหล่งข่าวแฉโจรใต้วางแผนถล่มฐานทหารที่อ.ระแงะ จ.นราธิวาส หวังชิงปืนไปก่อเหตุร้ายครั้งใหญ่ อีกรายจยย.บอมบ์ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่บาเจาะเจ็บ 2 นาย

 (20ม.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลถึงเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มฐานปฏิบัติการทหาร กองร้อยทหารราบที่ 15121 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 38 บ้านมะรือโบตก หมู่ที่ 1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ว่า เราเสียใจกับผู้สูญเสียและครอบครัว ซึ่งขณะนี้กองทัพก็ดำเนินการในการปรับแนวทางในบางเรื่อง ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตุขณะนี้มีการสอบอยู่ ซึ่งการวางกำลังของเราในขณะนี้ค่อนข้างจะมีการกระจาย อาจจะเป็นการเปิดช่องให้เกิดเหตุ ส่วนที่มีรายงานข่าวว่ามีอาวุธปืนหายไป และกระสุนปืน 5,000 นัด นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้สรุปอย่างนั้นกำลังติดตามกันอยู่ กำลังมีการตรวจสอบอยู่

 เมื่อถามว่าเหตุใดจึงมีการกระทำที่อุกอาจมากขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พื้นที่ที่เกิดเหตุโดยสภาพของภูมิประเทศต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง อีกทั้งจังหวะเวลาเราพอคาดการณ์ได้ว่าเกี่ยวข้องกับการประชุมองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) เกี่ยวข้องกับการตอบโต้หรือยั่วยุแนวทางของรัฐบาลในเรื่องพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องที่จะให้ชาวโลกเข้าใจแนวทางของเรา

 เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับโอไอซีในแง่ใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยปกติพอใกล้การประชุมจะมีความพยายามในการที่จะก่อเหตุหรือยั่วยุให้เกิดการตอบโต้ด้วยความรุนแรง เพื่อนำไปใช้เป็นเงื่อนไข ซึ่งกำลังมีการสอบอยู่เหมือนกันว่ามีข้อสังเกตุต่อเหตุการที่เกิดขึ้นในบางเรื่อง เมื่อถามว่า เหตุใดการข่าวถึงไม่ทราบว่าจะมีการก่อเหตุ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆมีรายงานอยู่บาง แต่มันอาจจะมีจุดอ่อนบางเรื่องซึ่งกองทัพจะมีการปรับแนวทาง เมื่อถามว่า จะทำให้ทหารในพื้นที่เสียขวัญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก  (ผบ.ทบ.) เพิ่งเดินทางลงไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม ซึ่งตอนนี้จะมีการปรับแนวทางให้เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจมากขึ้น

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พื้นที่เกิดเหตุไม่ใช่เลย เพราะเรามีการประเมินสถานกาณ์ ระดับความรุนแรง ความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ ตรงนี่ค่อนข้างเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ตามสภาพภูมิประเทศและปัจจัยอื่นๆ อีกทั้งเราพิจารณายังเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นรายพื้นที่ พื้นที่ไหนมีความพร้อมยกเลิกได้เราก็เดินหน้ายกเลิก พื้นที่ที่ยังไม่มีความพร้อมเราก็ไม่ได้มีความคิดที่จะยกเลิก ทั้งนี้แนวทางที่เราพยายามทำ โดยเฉพาะการพัฒนาไม่สามารถที่จะทำได้ครอบคลุม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกพื้นที่ อีกทั้งพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่หนึ่งซึ่งยังมีความยากลำบาก

 เมื่อถามว่า กลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กลุ่มที่มีเป้าหมายจะเป็นทางการเมืองหรือก่อความไม่สงบ ก็เป็นกลุ่มเดิม เพียงแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงสร้างไปบ้าง ตนคิดว่าผู้ที่ก่อเหตุการความไม่สงบมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ถ้าดูจากอายุก็จะเป็นอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งจะต่างจากรุ่นเก่าๆ เมื่อถามว่า หน่วยงานความมั่นคงได้รายงานลักษณะการก่อเหตุในทุกพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความยากจะอยู่ในพื้นที่ติดกับบริเวณเทือกเขา

 เมื่อถามว่า เป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบยังต้องการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมีส่วนหนึ่งที่เขายังมีเป้าหมาย จะเรียกว่าแบ่งแยกหรืออ้างว่าเป็นเป้าหมายทางการเมือง เมื่อถามว่า แนวร่วมของผู้ก่อความไม่สงบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ครับ ตนไม่ได้คิดอย่างนั้น เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อนโยบายปรับลดกำลังทหารและงบประมาณหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ครับ เพราะมันจะสะท้อนสภาพความเป็นจริงของภาพรวมและความเป็นจริงแต่ละพื้นที่ ฉะนั้นยังมั่นใจว่าในภาพรวมสามารถลดได้ แต่การดูแลพื้นที่ในบางพื้นที่ยังไม่สามารถลดได้ก็จะแยกแยะกันไป ผบ.ทบ.ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นซึ่งฝ่ายตรงข้ามอาจจะมีเจตนายั่วยุ ก็ได้มีการกำชับว่าลักษณะการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ จะต้องยึดกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ไปตกเป็นเหยื่อของการยั่วยุวงจรของความรุนแรงแล้วเอาไปเป็นเงื่อนไข โดยเฉพาะไปขยายผลในเวทีต่างประเทศด้วย

 เมื่อถามว่า จะกระทบต่อพ.ร.บ.บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้พ.ศ.2553 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องการปฏิบัติและการวางแนวทางปฏิบัติมากกว่าเป็นเรื่องยุทธศาสตร์ เมื่อถามว่า เป็นช่วงรอยต่อในการปรับโครงสร้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีข้อกังวลตรงนั้น เพราะพ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถยกเลิกได้ทันที แต่กฎอัยการศึกจะมีเวลาอีกช่วงหนึ่งโดยกระบวนการกฎหมาย ทั้งนี้บทเฉพาะกาลเขาจะทำให้ไม่มีการสะดุด

 เมื่อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำรอยการปล้นปืนเมื่อปี 2547 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมองว่าลักษณะเหตุการณ์ไม่ได้เหมือนกันเสียทั้งหมด สภาพเหตุการณ์ตรงนี้เป็นเรื่องการวางกำลัง ที่จะต้องมีการปรับ เพราะต้องยอมรับว่าระยะหลังเราใช้วิธีกระจายออกไปดูกลุ่มต่างๆค่อนข้างมาก ที่ผ่านจะเริ่มมีลักษณะใช้วิธีกึ่งวินาศกรรม ลอบทำร้ายกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งอาจจะถือว่าอ่อนแอ เมื่อมีกำลังไปดูแลตรงนั้นมันก็เลยกระจายออกไป

 เมื่อถามว่า ช่วงต้นปีมักมีเหตุการณ์รุนแรง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราได้คาดการณ์จังหวะเวลาช่วงต้นปี บางทีก็นับครอบรอบเหตุการณ์ และการประชุมโอไอซี เราก็คาดอยู่แล้วว่าจะต้องมีความพยายามก่อความรุนแรง เมื่อถามว่า ประชาชนจะมั่นใจเรื่องความปลอดภัยที่รัฐจะดูแลให้ได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าพล.อ.ประยุทธ์จะมีแนวทางในการปรับและให้ความมั่นใจได้

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ได้รับทราบข้อมูลหมดแล้ว   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้สูญเสียเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานในพื้นที่ได้ดีและชาวบ้านไว้วางใจ ตรงนี้จะพยายามเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีกแต่มันคงไม่ง่าย   เพราะหลายพื้นที่นั้นเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ที่ลึกมากและประสบความสำเร็จ  ส่วนครอบครัวที่สูญเสียนั้น นายกฯได้แสดงความเสียใจไปแล้ว  สำหรับกระแสข่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพราะเกลือเป็นหนอนนั้น   ยังไม่ทราบ ตอนนี้กำลังสอบสวน และคงจะได้ความชัดเจนเร็วๆนี้เพราะกิจกรรมบางอย่างที่คนร้ายทราบนั้น ต้องพิจารณาว่ารู้ความลับของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่คนร้ายจะรู้ความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่เพราะเจ้าหน้าที่มีความใกล้ชิดชาวบ้าน

 “เข้าใจว่ามีการส่งชุดติดตามคนร้ายกลุ่มนี้แล้ว และติดตามอย่างใกล้ชิด เร็วๆนี้คงจะคืบหน้า เพราะการปะทะกันนั้นฝ่ายตรงกันข้ามได้รับบาดเจ็บ ยอมรับว่าฝ่ายนั้นได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์คือเทือกเขาบูโดที่มีจุดปะทะกัน   และเจ้าหน้าที่ต้องแก้ไขเรื่องการได้เปรียบสภาพภูมิประเทศของฝ่ายนั้น และฝ่ายที่ลงมือครั้งนี้แง่หนึ่งน่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆเพราะมีความชำนาญในพื้นที่ แต่ก็อาจเป็นกลุ่มที่ไม่ได้เป็นตัวแทนกลุ่มเก่าทั้งหมด ตรงนี้ต้องหาทางสกัดที่จะไม่ให้ผู้ก่อความไม่สงบยึดพื้นที่ไว้ได้ ตรงนี้คือจุดประสงค์ที่เจ้าหน้าที่ดูแลและโดยลอบยิง   หลายเดือนที่ผ่านมาจะเห็นว่าเราได้รับเบาะแสคนร้ายเร็วเพราะในพื้นที่ให้ความร่วมมือดีขึ้น   และการเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธขนาดนี้เราได้รับข้อมูลก่อนหน้านี้แล้วบ้าง และสืบเสาะแล้ว และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ประมาท และได้ทำงานเต็มที่ แม้มีกระแสข่าวว่าคนร้ายลอบยิงในช่วงพักผ่อนก็ตาม ตรงนี้น่าจะเป็นการฉวยโอกาสบางจังหวะ” นายปณิธานกล่าว 

ถาวรเสียใจยันใช้การพัฒนาสู้โจรใต้

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวแสดงความเสียใจ กับเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ ซึ่งวานนี้คนร้ายโจมตีฐานที่ตั้งทหารร้อย ร. 15121 สังกัด ฉก.นราธิวาส จนมีทหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่า จะไม่กระทบต่อแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่เน้น การเมืองนำการทหารความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่มีนัยสำคัญอะไรกลุ่มผู้ก่อเหตุมีวัตถุประสงค์ต้องการสร้างความหวาดกลัวเท่านั้นเมื่อได้โอกาส แล้วหลบหนีได้ก็จะดำเนินการ ซึ่งปัญหาในเชิงความมั่นคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกองทัพ

"ส่วนศูนยอำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ก็จะต้องเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาให้เกิดรูปธรรมกับประชาชนให้ได้มากที่สุดเพราะยิ่งรัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมากเท่าไหร่ก็เป็นการปิดพื้นที่ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบมากเท่านั้น"ฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวและว่า

มีความมั่นใจว่าในปี 2554สถานการณ์จะลดลง กว่าปี 2553 อย่างน้อย 13 % โดย ศอ.บต. นับจากนี้ไป 90 วัน จะต้องดำเนินการเรื่องโครงสร้าง ระเบียบ ประกาศ อัตรากำลังให้เสร็จสิ้น หลังจากนั้นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ก็จะรับรองระเบียบที่ออกมาให้นำไปใช้ จะวางกรอบแผนปฏิบัติการ 3 ปี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ ต้องเห็นรูปร่างแล้วหลังจากนั้นก็จะประชุมกำหนดนโยบาย โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อได้สภาที่ปรึกษาแล้ว

แฉโจรใต้ถล่มฐานทหารชิงปืนไปก่อเหตุ

นายเดชรัฐ สิมศิริ รอง ผวจ.นราธิวาส พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และทีมงานแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รวมถึงชุดคลี่คลายคดีความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการณ์พระองค์ดำ สังกัด ร้อย ร.15121 ฉก.นราธิวาส 38 ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายมะรือโบตก-รือเสาะ ช่วงบริเวณบ้านมะรือโบตก ม.1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

 หลังกลุ่มคนร้ายยิงถล่มฐานทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย คือ 1. ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ หน.ฐาน 2. ส.ท.อับดุลเลาะห์ ตาหยี 3. ส.อ.เทวรัตน์ กาวา พลฯประวิทย์ ชูกลิ่น และได้รับบาดเจ็บ 13 นาย เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.30 น.ของคืนวันที่ 19 ม.ค. 54 ที่ผ่านมา เพื่อเดินทางไปเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง

 จากการตรวจสอบความเสียหายพบว่าโรงเรือนแบบน็อคดาวและเพิงพักของทหารถูกคนร้ายวางเพลิงได้รับความเสียหาย 4 หลัง รถ จยย.ถูกวางเพลิง 1 คัน โดยเฉพาะที่บริเวณโรงเรือนแบบน็อคดาวที่ได้ดัดแปลงใช้เป็นสถานที่เก็บคลังอาวุธประจำฐาน ถูกกลุ่มคนร้ายงัดประตูและขโมยอาวุธปืนสงคราม เอ็ม.16 และอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 ม.ม. ไปจำนวนกว่า 50 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนกว่า 4,000 นัด

 นอกจากนี้บริเวณรั้วสนามที่ใช้ทำเป็นกำแพงด้านหลังฐาน เจ้าหน้าที่พบคนร้ายได้ใช้ไม้กระดานขนาดยาวประมาณแผ่นละ 3 เมตร กว่า 10 แผ่น วางพาดเพื่อใช้เป็นสะพานในการวิ่งกรู่เข้าโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารแบบประชิดตัว และเจ้าหน้าที่สามารถเก็บรวบรวมหลักฐานและชิ้นส่วนของวัตถุระเบิด ซึ่งกลุ่มคนร้ายใช้เป็นอาวุธในการบุกโจมตีเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบพบหลุมเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม.79 จำนวนกว่า 20 จุด ปลอกกระสุนปืน เอ็ม.16 เอ็ม.60 อา.ก้า.ลูกซอง อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม. ขนาด 11 ม.ม. ตกอยู่เกลื่อนบริเวณฐานทหาร รวมทั้งสิ้นกว่า 700 นัด

 โดยแหล่งข่าวชุดคลี่คลายคดีความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าร่วมตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ได้ประเมินว่า การปฏิบัติการณ์ของกลุ่มคนร้ายในครั้งนี้มีไม่ต่ำกว่า 30 คน และมีการวางแผนบุกโจมตีฐานไว้อย่างดีและมีระบบกว่าเหตุคนร้ายบุกปล้นปืนที่กองพันพัฒนา 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547 ที่ผ่านมา

 กลุ่มคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวกำลังพลและความเคลื่อนไหวภายในฐาน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รักษาการณ์และอาศัยอยู่น้อย จึงได้มีการบุกโจมตีในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งกำลังที่ปฏิบัติการณ์ในครั้งนี้อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์เคยร่วมบุกปล้นปืนด้วย โดยมีนาย มะแซ อุเซ็ง เป็นผู้บงการในการรวบรวมอาวุธเพื่อเตรียมนำมาใช้ก่อเหตุร้ายครั้งใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ราวประมาณเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่จะถึงนี้

 ส่วนการติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้ายนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครองที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่อำเภอระแงะ ได้ร่วมสนธิกำลังประมาณ 300 นายพร้อมสุนัขสงครามดมกลิ่น ได้กระจายกำลังกันโอบล้อมเทือกเขาซึ่งตั้งอยู่หลังฐาน และเป็นเส้นทางหลบหนีของกลุ่มคนร้ายหลังจากปฏิบัติการณ์ถล่มฐานทหารแล้วเสร็จ ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบร่องรอยเลือดของกลุ่มคนร้ายหยดตามเส้นทางที่มุ่งหน้าขึ้นสู่เทือกเขา ซึ่งห่างจากฐานประมาณ 500 เมตร

 คาดว่ากลุ่มคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่ยิงได้รับบาดเจ็บไปจำนวนหลายคน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลและสถานอนามัย เกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะแฝงตัวปะปนกับชาวบ้านเดินทางไปรักษาอาการบาดเจ็บ

 ส่วนประวัติโดยย่อของ ร.อ. กฤช คัมภีรญาณ หัวหน้าฐานปฏิบัติการณ์พระองค์ดำ เป็นหลานชายของ พล.อ. ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม เ ป็น นตท. รุ่น 38 รุ่นเดียวกับ ผู้กองแคน ร.ต.อ. ธรณิศ ศรีสุข

 พ.อ.บรรพต   พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  แถลงว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจ กับความสูญเสียของครอบครัวเจ้าหน้าที่ทหารที่พลีชีพจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือว่าผู้เสียชีวิตได้ทำการต่อสู้อย่างกล้าหาญ จนเสียสละชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด

 “เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ประมาณ 19.30 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงประมาณ 40 คน เข้าปะทะกับทหารซึ่งอยู่ในที่ตั้งฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารราบที่ 15121 สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสที่ 38 ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านมะรือโบตก หมู่ที่ 1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โดยคนร้ายเข้ามาโจมตีทางด้านหลังของฐานปฎิบัติการ จึงได้เกิดการยิงปะทะกันขึ้นใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงจึงล่าถอยไป   หลังเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 4 นาย คือ ร้อยเอก กฤช   คัมภีรญาณ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 15121, สิบโท   เทวรัตน์ เทวา, สิบอับดุลเลาะ ดะหยี และพลทหาร ประวิทย์   ชูกลิ่น และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 7 นาย ซึ่งได้นำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46   พร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ ทำการให้แสงสว่าง และออกปฏิบัติการไล่ติดตามไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงซึ่งคาดว่าจะเป็นเส้นทางใน การหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่องแล้ว ” พ.อ.บรรพต กล่าว

 โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังกล่าวอีกว่า สำหรับอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าสูญหายไปจำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายอาศัยช่วงชุลมุนลักลอบหยิบไปก่อนที่จะหลบหนีด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุทางท่านแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปิดล้อมพื้นที่ทันที เพื่อไล่ล่ากลุ่มคนร้าย พร้อมสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ เพื่อส่องแสงสว่าง รวมทั้งในช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่านแม่ทัพภาค 4 ก็ได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่บางรายแจ้งเบาะแสให้กับกลุ่มคนร้ายนั้น ก็ยังไม่มีรายงานยืนยันแน่ชัด อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของฝ่ายเจ้าหน้าที่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.20 น. วันนี้ พ.ต.ท. ประทีป สุขสาร สว.เวร สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายวางระเบิด จยย.บอมบ์ ดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหาร สังกัดชุดสันติสุขที่ 405 บนถนนสายบ้านทอน บาเจาะ ช่วงบริเวณบ้านบือเร๊ะ ต.บาเร๊ะใต้ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงพร้อมด้วย น.ท. รัฐโรจน์ อภิรัชช์รัศมี ผบ.ฉก.นราธิวาส 32 พ.ต.ท. จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส

 รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบซากรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นเมท สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งคนร้ายใช้เป็นพาหนะในการแฝงตัวนำระเบิดไปผูกไว้ที่บริเวณตะแกรงด้านบนของตัวเครื่อง ตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และพบซากชิ้นส่วนของระเบิดระเบิดเครื่องที่คนร้ายนำไปประกอบใส่ไว้ในแป๊ปเหล็กทรงกลม หนัก 10 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกบริเวณถนนและพงหญ้าริมทางอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นายเพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลบาเจาะไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

 ต่อมาจึงได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล ทราบชื่อ คือ 1. จ.ส.อ. ประยูร ขุนสวัสดิ์ อายุ 55 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณแขนซ้าย 2. จ.ส.อ. จำลอง ภิรมย์สุข อายุ 49 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว

 จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต. พงศธร เฟื่องปาง หน.ชุด ได้นำกำลังจำนวน 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะและรถ จยย. 2 คัน ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดอุไรฯ เพื่อเดินทางไปทำมวลชนและพบปะชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบาเร๊ะใต้ อ.บาเจาะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายซึ่งแฝงตัวอยู่ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด ที่นำไปผูกไว้บริเวณตะแกรงด้านบนของตัวเครื่องรถ จยย. ซึ่งคนร้ายนำไปจอดไว้ริมถนน และเกิดระเบิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารขับและขี่รถ จยย.ผ่าน ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

 แม่ทัพภาค4รดน้ำศพ"ผู้กองกฤช"พร้อมลูกน้อง  

 เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดบางนรา อ.เมือง จ.นราธิวาส พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ไปเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพเจ้าหน้าที่ทหาร 3 นาย ประกอบด้วย ร.อ. กฤช คัมภีรญาณ ผบ.ร้อย ร.15121 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 151 ฉก.นราธิวาส 38 ส.อ. เทวรัตน์ เทวา หัวหน้าชุดร้อย ร.15121 และพลทหารประวิทย์ ชูกลิ่น พลเปล ซึ่งถูกกลุ่มคนร้ายประมาณ 20-30 คน บุกยิงถล่มเสียชีวิตภายในฐานปฏิบัติการณ์พระองค์ดำ ร้อย ร.15121 ฉก.นราธิวาส 38 ตั้งอยู่ ม.1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ เหตุเกิดช่วงคืนที่ผ่านมา โดยมีทหารได้รับบาดเจ็บรวม 13 นาย

 โดยพิธีรดน้ำศพมีนายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารตำรวจและฝ่ายปกครอง ข้าราชการและกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ ต.มะรือโบตก รวมกว่า 1,000 คน เข้าร่วมไว้อาลัยและสดุดีในวีรกรรมของทหารชุดดังกล่าว ซึ่ง ร.อ.กฤช รวมทั้งลูกน้องได้เคยสร้างมวลชนกับชาวบ้านไว้เป็นการวางรากฐานที่ดีตลอดมาตั้งแต่ปี 2548 จนเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านทั้งชาวพุทธและมุสลิมในพื้นที่

 ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เป็นตัวแทนวางพวงหรีดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. รวมทั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูง ก่อนที่จะมอบเหรียญบางระจันสัญลักษณ์ของผู้กล้าแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 นาย โดย ร.อ.กฤช เป็นบุตรของ พล.ท.สุนทร และนางสุมนมาศ มารดาที่เดินทางมาร่วมรับศพบุตรชายด้วยน้ำตานองหน้า ส่วน ส.อ.เทวรัตน์ มีนางจุฑามาศ ภรรยา และบุตรวัย 5 ขวบและ 2 ขวบ มารอรับศพ สำหรับพลทหารประวิทย์ นายประพันธ์ และนางจิราวรรณ บิดามารดา มารอรับศพด้วยความโศกเศร้าไม่ต่างกัน

 ขณะที่ได้มีการมอบเงินช่วยเหลือเพื่อเยียวยาสภาพจิตใจของครอบครัวทั้ง 3 รายๆ ละกว่า 1 ล้านบาท ในส่วนของการปูนบำเหน็จรวม 9 ชั้นยศ โดย ร.อ.กฤช เป็น พล.อ. ส่วน ส.อ. เทวรัตน์ เป็น พ.อ. และพลทหารประวิทย์ เป็น ร.อ. ส่วนการเคลื่อนศพทั้ง 3 นายจะมีพิธีในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 10.00 น.ที่หมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ กองทัพเรือ จ.นราธิวาส โดย ร.อ.กฤช ถูกส่งกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ต.บางโขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ส่วน ส.อ.เทวรัตน์ กลับไป จ.กาญจนบุรี และพลทหารประวิทย์ กลับไปที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

 ทางด้าน ร.ท. รณภัทธ เชาวนเกตุ ผบ.ร้อย ร.15124 ฉก.นราธิวาส 38 ซึ่งเป็นนักเรียนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 38 และนักเรียนนายร้อยรุ่น 49 กล่าวถึง ร.อ.กฤช ว่าเป็นคนมีอัธยาศัยดี ร่าเริง เข้ากับเพื่อนๆได้ง่าย ไม่ถือตัว อีกทั้งได้รับรางวัลทหารราบดีเด่นประจำปี 2553 จากกองทัพบกอีกด้วย

 ขณะที่นายมูหมัดรอยาลี เจ๊ะโกะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ เป็นตัวแทนของชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ความสูญเสีย ร.อ.กฤช และลูกน้องในครั้งนี้ ชาวบ้านต่างเศร้าและเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะผู้กองเป็นคนดีมาก คลุกคลีกับชาวบ้านทุกงานทุกกิจกรรมทุกหมู่บ้านเป็นอย่างดี

 ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในพื้นที่เขตรอยต่อ ต.มะรือโบตก และ ต.เฉลิม อ.ระแงะ ไว้ได้จำนวน 5 ราย ขณะที่ชุดคลี่คลายคดีซึ่งลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวพบเบาะแสของกลุ่มคนร้าย ที่คาดว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจากการตรวจสอบวัตถุพยานในที่เกิดเหตุและจะออกหมายจับได้ภายใน 2-3 วันนี้ เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก

 สำหรับการลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจและเหี้ยมโหดในครั้งนี้ เป็นการฉลองวันครบรอบการเปลี่ยนชื่อของกลุ่มขบวนการ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2530 จากขบวนการแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติปัตตานี หรือ BNPP เป็นแนวร่วมอิสลามปลดปล่อยปัตตานี หรือ BIPP