ข่าว

สารพัดสูตรจำนวนส.ส.เกมต่อรองเพื่อพรรค-พวก

สารพัดสูตรจำนวนส.ส.เกมต่อรองเพื่อพรรค-พวก

20 ม.ค. 2554

สารพัดสูตรที่มาของ ส.ส.กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่น่าจะเป็นตัวเลือกในที่ประชุมร่วมรัฐสภาที่ ส.ส.และ ส.ว.ต่างขอสงวนคำแปรญัตติ

 เพราะหลังจากมีประเด็นให้เลือกเพียงแค่สูตร 400+100 กับ 375+125 แต่ล่าสุดมีการเสนอสูตรอื่นอีกมากมาย เช่น 400+125, 375+100, 350+150 และ 300+200

 ไม่รู้ว่าเป็นเพียงสูตรที่พูดเล่นหรือเป็นสูตรที่ขอสงวนคำแปรญัตติในที่ประชุมร่วมรัฐสภาจริงๆ หากเป็นเรื่องจริงไม่ใช่การพูดเพียงข้อต่อรองรัฐบาล

 ยิ่งกว่านั้น "พรรคประชาธิปัตย์" เจ้าของสูตร 375+125 คงต้องเดินสายทำความเข้าใจทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาถือว่าเป็น "งานใหญ่"

 แต่สูตรที่ดูแล้วขณะนี้มีเสียงวิจารณ์มากที่สุดคงไม่พ้นสูตรของ "พรรคภูมิใจไทย" ที่เสนอสูตร ส.ส. 525 คน โดยแยกเป็น ส.ส.เขต 400 และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 อาจมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่เป็นค่าตอบแทนให้แก่ ส.ส.

 สูตร 400+125 ออกมาจากการประชุมพรรคภูมิใจไทยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้สนับสนุน 400+100 แต่หลังมีการประชุมพรรคกลับเพิ่มสูตร 400+125 ออกมา โดยอ้างว่าเพื่อลดความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล

 ทั้งที่ใจจริงพรรคร่วมส่วนใหญ่ติดใจอยากได้ ส.ส.เขตสูตร 400 ขณะที่ "พรรคประชาธิปัตย์" อยากได้สูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 เนื่องจากเป็นพรรคใหญ่และเป็นพรรคเก่าแก่มีฐานเสียงสนับสนุนมาก

 ดังนั้น "ภูมิใจไทย" จึงเสนอสูตร 400+125 เพื่อเอาใจ "พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์" โดยไม่ให้ฝ่ายไหนเสียเปรียบ แต่ความเป็นไปได้ให้ไปถกกันต่อในที่ประชุมรัฐสภา

 "มานิต นพอมรบดี" ส.ส.ราชบุรี และกรรมาธิการพรรคภูมิใจไทย ยกเหตุผลการเสนอสูตร 400+125 เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้เกิดปัญหาในเรื่องจำนวน ส.ส.อย่างมาก เพราะหลังจากที่กรรมาธิการลงมติไป ได้เกิดความเห็นออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มสนับสนุนสูตร 375+125 และกลุ่มสนับสนุน 400+100 คน ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไปเชื่อว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้

 "ผมคิดว่าการเสนอแนวทางนี้จะเป็นการทำให้เกิดความเห็นร่วมกันได้ ผมว่าสูตร 400+125 น่าจะช่วยลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ โดยทางพรรคภูมิใจไทยจะเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล" กรรมาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าว

 การประชุมของ "คณะกรรมาธิการพิจาณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ" เพื่อพิจารณาเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 เรื่อง คือมาตรา 190 และมาตรา 93-98 ระหว่างวันที่ 18-19 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เชิญ ส.ส.และ ส.ว.ที่ขอสงวนคำแปรญัตติใน 2 เรื่องดังกล่าวมาชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว

 และในวันที่ 20 มกราคม ทาง "เทอดพงษ์ ไชยนันทน์" ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ" จะเสนอร่างต่อ "ชัย ชิดชอบ" ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประธานสภาประกาศระเบียบวาระในวันที่ 21 มกราคม ซึ่งตรงกับวันที่เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร

 ก่อนที่ "ประธานสภา" จะเรียกประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ประเด็น ในวาระ 2 ในวันที่ 25 มกราคม ซึ่งในส่วนของ "วิปรัฐบาล" มีมติเห็นชอบให้มีการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 25 มกราคมนี้

 การพิจารณาในวาระ 2 จะเปิดให้ ส.ส.และ ส.ว.ที่ขอสงวนคำแปรญัตติขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ประเด็น อภิปรายในที่ประชุม ระหว่างนี้เองเป็นช่วงเดียวกับที่ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้นัดรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

 โดยเชื่อว่าเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับสูตรที่มาของ ส.ส.ที่พรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เห็นพ้องสูตร 400+100 ซึ่งล่าสุด "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เปิดทางพร้อมพูดคุยกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ภาพที่ออกมาก็คงไม่ต่างจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ๆ

 เพราะโจทย์ที่ตั้งไว้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรกคือ "เขตเล็ก" โดยไม่มีการระบุถึงจำนวน ส.ส.แต่สูตรระบบบัญชีรายชื่อที่มี ส.ส.จำนวน 125 ทำให้พรรคเก่าแก่อย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" ได้เปรียบ

 หากพรรคร่วมรัฐบาลจะปล่อยผ่านไปได้โดยง่ายก็คงเป็นเรื่องผิดปกติ เนื่องจากการบริหารงานตามกระทรวงต่างๆ ของ "พรรคร่วมรัฐบาล" ที่ผ่านมาถูก "นายกฯ อภิสิทธิ์" คุมเข้มเรื่องการใช้จ่ายเม็ดเงินตลอดเวลา

 บ่อยครั้งที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ "แกนนำ" ในพรรคร่วมรัฐบาล!

 การเมืองเป็นเรื่อง "ต่อรอง" สามารถพิสูจน์ใช้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายฝ่ายไหนถือไพ่เหนือกว่าคงต้องรอลุ้นผลเจรจาในวันที่ 25 มกราคมนี้

 สมถวิล เทพสวัสดิ์