
ห่วงลดภาษีดีเซลกระทบจัดทำงบสรรพสามิตสูญ1.8หมื่นล.-เอกชนชงใช้บี4เกรดเดียว
คลังแจงไม่ปิดกั้นลดภาษีอุ้มน้ำมัน แต่มองว่ายังไม่ถึงเวลา สรรพสามิตชี้หากลดกระทบงบประมาณรัฐแน่ รายได้หายไปกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ด้านบางจากฯ เสนอรัฐใช้ดีเซลบี 4 เกรดเดียว ลดการอุดหนุนลงได้
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการใช้มาตรการภาษีมาดูแลราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร ตามข้อเรียกร้องของกระทรวงพลังงานว่า กระทรวงการคลังมีการติดตามข้อมูลและต้องพิจารณาตามความเหมาะสม แต่ขณะนี้ยังเป็นหน้าที่ของกระทรวงพลังงานและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการดูแลราคาดีเซลให้ต่ำกว่าลิตรละ 30 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังไม่ได้ปิดกั้นการใช้มาตรการลดภาษี
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมยังไม่มีแนวคิดในการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อพยุงราคาไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท เนื่องจากการปรับลดภาษีลงทุก 1 บาทต่อลิตรนั้น จะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่จัดเก็บภาษีจากน้ำมันดีเซลในอัตรา 5 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นภาษีหลักตัวหนึ่งของกรม โดยภาษีน้ำมันที่จัดเก็บปีละ 1.5 แสนล้านบาทนั้น มาจากน้ำมันดีเซลถึง 9 หมื่นล้านบาท
"หากปรับลดภาษีน้ำมันดีเซลอาจต้องปรับลดวงเงินรายจ่ายลงด้วย และอาจกระทบต่อการจัดทำงบประมาณกลางปี 2554 วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท รวมไปถึงการทำงบประมาณปี 2555 หากรายได้ลดลงก็ต้องปรับลดวงเงินรายจ่ายลง เพราะหากจะให้กรมสรรพสามิตไปพิจารณาเพิ่มภาษีตัวแทน ก็มีข้อจำกัดเกือบเต็มเพดานแล้ว และจะทำให้สินค้าเหล่านี้ภาษีลงไปใต้ดินมากขึ้น" นายพงษ์ภาณุกล่าว
นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในการเสวนา “เศรษฐกิจฟื้นตัว พลังงานติดจรวด” ว่า รัฐควรยกเลิกการอุดหนุนราคาพลังงานทั้งดีเซล แอลพีจี เอ็นจีวี และไฟฟ้า เพราะทำไปแล้วไม่ได้ช่วยเหลือเฉพาะคนจน แต่คนฐานะปานกลาง คนรวยก็ได้ประโยชน์ เช่น การตรึงแอลพีจียิ่งนานก็ยิ่งเสียเงินมาก และทำให้คนไทยจะไม่รู้ราคาที่แท้จริง มีการใช้ฟุ่มเฟือย โดยรัฐอาจจะออกคูปองช่วยเหลือเฉพาะคนจนเท่านั้น
ด้าน นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกินลิตรละ 30 บาทของรัฐบาล เนื่องจากทำให้ค่าการตลาดอยู่ในระดับต่ำ และไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้ตามกลไก ดังนั้นจึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนการบังคับใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้เหลือเกรดเดียว โดยอาจจะใช้ดีเซลบี4 เพียงเกรดเดียว
ทั้งนี้จะส่งผลดี คือ ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลเพียง 50-60 ล้านบาทต่อเดือน ลดลงจากปัจจุบันที่ต้องชดเชยทั้งน้ำมันดีเซลบี3 และบี5 อยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ การอุดหนุนน้ำมันดีเซลเพียงเกรดเดียวจะทำให้ผู้ใช้น้ำมันได้รับผลดีจากการเสียภาษีลดลง



