ข่าว

โครงกระดูกในตู้ของตัน ฉ่วย (3)

โครงกระดูกในตู้ของตัน ฉ่วย (3)

20 ม.ค. 2554

"ประวัติศาสตร์ได้หมุนกลับมาที่เดิมอีกครั้งในช่วงหนึ่งทศวรรษเท่านั้น ตอนนี้นายพลสูงสุดสองคนของประเทศคือตัน ฉ่วย กับ หม่อง เอ ต่างไม่ค่อยชอบใจนักกับการกระทำของหลานชายของเนวิน ซึ่งพยายามวิ่งเต้นขอยศนายพลบ้างเท่านั้นเอง"

  แหล่งข่าวระดับสูงที่ใกล้ชิดกับคณะผู้นำเผยด้วยว่า"ขณะเดียวกัน บรรดานายพลใหญ่ๆ ที่รับใช้ตัน ฉ่วยก็ไม่พอใจสมาชิกในครอบครัวของตัน ฉ่วย เช่นกัน ซึ่งถ้ามองในหลายๆ ด้านแล้วแย่ยิ่งกว่าลูกหลานของเนวินเสียอีก"

 โดยหนึ่งในแกะดำของตระกูลฉ่วยผู้ชอบวางตัวว่ายิ่งใหญ่คับฟ้าก็คือ เนย์ ฉ่วย ทเวย์ อ่อง หลานชายคนโปรดของตัน ฉ่วย ซึ่งถือตัวว่ายิ่งใหญ่ถึงขนาดกล้าสั่งการให้ทหารไปรุมทำร้ายนักธุรกิจที่เป็นคู่แข่งได้

 แหล่งข่าวนักธุรกิจในกรุงย่างกุ้งเผยว่าเมื่อต้นปีที่แล้ว เนย์ ฉ่วย ทเวย์ อ่อง ได้ใช้อำนาจล้นฟ้าของผู้เป็นตา ฉกรถเมอร์ซิเดส เบนซ์ จากศูนย์รถยนต์ของบริษัท ยูเนี่ยน ออฟ เมียนมาร์ อิโคโนมิก โฮลดิ้ง จำกัด (อูเมห์แอล) ที่กองทัพเป็นผู้ดูแล โดยจ่ายเงินแค่ 10 ล้านจ๊าตหรือราว 348,000 บาท ทั้งที่ราคาเต็มของรถหรูคันนี้สูงถึงอย่างน้อย 200 ล้านจ๊าต หรือราว 7 ล้านบาท

 "เรื่องนี้อดีตนายพลโมติน เอ อดีตผู้บริหารของอูเมห์แอล ซึ่งก็เป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงของรัฐบาลก็มีส่วนรู้เห็นด้วยกรณี เนย์ ฉ่วย ทเวย์ อ่องส่งเพื่อนคนหนึ่งไปเอารถเมอร์ซิเดสคันนั้นจากศูนย์รถ แต่ก็ไม่สามารถขัดใจเนื่องจากเป็นหลานชายคนโปรดของตัน ฉ่วย นั่นเอง..."

 ปัญหาหนึ่งของพม่าก็คือยากจะมีใครทำนายได้ว่าพลเอกอาวุโสตัน ฉ่วยพร้อมจะถอดหัวโขนทิ้งเมื่อไหร่ หลังจากสวมหัวโขนผู้นำสูงสุดมานานถึง 18 ปี หรือคิดจะเป็นผู้นำตลอดชีพ แม้จะมีพรายกระซิบว่าตัน ฉ่วยได้เคยเปรยๆ กับทหารคนสนิทเมื่อกลางปีที่แล้วว่า ตัวเองเริ่มจะล้าและอยากจะวางมือจากกิจการทั้งหลายทั้งปวง แต่ทั้งครอบครัวไม่ว่าจะเป็นนางจ่าย จ๋าย ศรีภริยาเอก ลูกสาวและหลานชายต่างไม่เห็นด้วย อ้างว่าเขายังมีงานต้องทำเพื่อประเทศชาติอีกมากมาย

 ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากการรบเร้าของครอบครัวหรือไม่ ข่าวล่าที่ยังไม่ได้รับการยืนยันก็คือตัน ฉ่วยได้ลงนามในเอกสารพร้อมตั้งตัวเองเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศแล้ว ช่วงที่รัฐสภาเปิดประชุมนัดแรกในรอบกว่า 20 ปีในปลายเดือนมกราคมนี้

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 ซึ่งก็หมายถึงว่าตระกูลฉ่วยไม่พร้อมจะสูญเสียอำนาจไปง่ายๆ ดีไม่ดี อาจจะเตรียมตั้ง "ราชวงศ์ฉ่วย" ขึ้นมาปกครองประเทศเช่นเดียวกับ "ราชวงศ์คิม" แห่งเกาหลีเหนือ ที่มีการสืบทอดตำแหน่งจากพ่อสู่ลูก และกำลังจะถ่ายมรดกไปถึงหลานชาย