
ราชประสงค์ไม่ใช่แค่ราชประสงค์
ในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานฟ้าสีทองผ่องอำไพหลัง พ.ศ.2516 เคยเกิดการชุมนุมประท้วงที่ราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านศูนย์การค้าทันสมัยในเวลานั้นมาก่อนแล้ว โดยครั้งนั้นองค์กรนักศึกษาแห่งประเทศไทย
นำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินขบวนต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น แต่ไม่ได้ปักหลักชุมนุมยืดเยื้อแต่อย่างใด และก็ไม่ได้มีเหตุการณ์บานปลาย ถึงขั้นผู้นำไม่สามารถควบคุมฝูงชนของตนเองได้ ทำให้เกิดการเผาบ้านเผาเมืองนำไปสู่การล้อมปราบจนมีผู้เสียชีวิตมากมาย
ทุกวันนี้แม้ราชประสงค์จะยังคงเป็นย่านธุรกิจ ที่มีห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับโลกมากมายตั้งอยู่ แต่ผู้คนที่ประกอบอาชีพในย่านนั้นยังคงตกอยู่กับความหวั่นวิตก ไม่รู้ว่าจะมีการชุมนุมปักหลักและมีการล้อมปราบ ถึงขั้นปะทะกันด้วยอาวุธอีกหรือไม่ แล้วก็ตั้งโต๊ะโต้เถียงกันไปมาระหว่างฝ่ายรัฐกับฝ่ายชุมนุม โดยที่ไม่มีใครสามารถบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับราชประสงค์ได้
การเจรจาครั้งล่าสุดระหว่างตัวแทนของคนเสื้อแดงผู้ชุมนุม กับตัวแทนของกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจใจกลางย่านราชประสงค์ ก็ยังคงไม่มีข้อสรุปเพราะคุยกับแบบ “ไปไหนมา สามวาสองศอก” หรือยังคุยกันแบบ “พายเรืออยู่ในอ่าง” เหมือนการเจรจาของคนการเมืองในประเทศไทยทุกครั้งที่ผ่านมา
ราชประสงค์ในทุกวันนี้มิใช่เป็นเพียงแค่ย่านการค้าสำหรับคนไทยทั่วไป เหมือนครั้งที่ ธีรยุทธ บุญมี เดินนำขบวนต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นอีกแล้ว แต่ราชประสงค์ในปัจจุบันเป็นสถานที่คนทั่วโลกรู้จัก นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกที่เคยมาประเทศไทยต้องรู้จัก และอาจจะเคยมาช็อปปิ้งในย่านนี้ด้วยซ้ำ
พื้นที่บริเวณราชประสงค์เคยถูกจัดงานระดับโลกมากมาย ไม่เว้นแม้แต่งานประกวดภาพยนตร์ที่มีดาราชั้นนำจากฮอลลีวู้ดมาร่วมงานด้วย ราชประสงค์ทุกวันนี้เป็นแหล่งที่นักธุรกิจต่างชาติ ที่เข้ามาประกอบธุรกิจหรือเพียงเข้ามาติดต่อธุรกิจในไทย รู้จักกันดีว่าเป็นย่านที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยได้สบายใจ
คนทุกชาติทุกภาษาสามารถเจรจาต่อรองซื้อของในย่านราชประสงค์ได้ แม้จะไม่รู้ภาษาไทยเลยแม้แต่คำเดียว แถมราชประสงค์ยังเป็นพื้นที่ซึ่งชาวต่างชาติจำนวนมากมากราบไหว้ขอพรจากพระพรหม หรือท้าวมหาพรหมที่มีศาลซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยก นั่นหมายความว่าราชประสงค์ทุกวันนี้ คือย่านการค้าสากลในประเทศไทยที่คนทั้งโลกรู้จักแล้ว
ดังนั้น การดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในรูปแบบของการชุมนุมคล้ายคลึงกันกับที่เคยมีความรุนแรงเกิดขึ้นมาแล้วในย่านราชประสงค์ ความเสียหายของประเทศไทยจึงไม่เกิดขึ้นเพียงแค่ย่านราชประสงค์เท่านั้น แต่หมายถึงเสียหายไปหมดทั้งประเทศไทยด้วย เพราะเมื่อครั้งที่มีการชุมนุมกันคราวก่อน ผมยังต้องตอบคำถามบรรดานักธุรกิจต่างชาติที่รู้จักกันหลายคนว่า “ทำไมถึงมาปิดสี่แยกราชประสงค์”
ซึ่งไม่ว่าผมจะพยายามหาเหตุผลมากล่าวอ้างอย่างไร ก็ยากที่จะอธิบายให้คนต่างชาติทั้งหลายเข้าใจได้ วันนี้แม้ฝ่ายผู้กระทำการให้เกิดบาดเจ็บล้มตาย จะเป็นผู้ผิดต้องถูกลงโทษ เพราะคนตายทั้งหมดคงไม่ได้มีฝ่ายเดียว แต่มีหลายฝ่ายรวมทั้งฝ่ายไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องตายไปด้วยก็ตาม
นอกจากรัฐบาลจะต้องตอบคำถามกับสังคมแล้ว คุณจตุพร พรหมพันธุ์ เองก็ต้องตอบคำถามด้วยเช่นกันว่า ในขณะที่การชุมนุมยังกรุ่นอยู่ที่ราชดำเนินครั้งนั้นนั้น“ ใครคือคนนำพาชาวบ้านมาตายที่ราชประสงค์” เพราะราชประสงค์วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของคนราชประสงค์ หรือของคนหนึ่งคนใด คณะหนึ่งคณะใดเท่านั้น “ราชประสงค์เสียหาย เศรษฐกิจไทยก็เสียหาย”ครับ
.พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



