
พายุเศรษฐกิจตั้งเค้าที่ขอบฟ้าตะวันตก
สัปดาห์นี้ผมขอพาท่านผู้อ่านออกไปนอก เข่ง เพื่อไปเปิดหูเปิดตาภายนอกและเพื่อจะได้ลืมๆ เรื่องราวในเมืองไทยที่แม้จะคลายความวุ่นวายลงไปแต่ก็ยังสับสนจับต้นชนปลายไม่ได้หลายเรื่อง อย่างเช่นแผนการ ปรองดอง
ของนายกฯ อภิสิทธิ์นั้น หลายส่วนก็ยังเป็นนามธรรมอยู่ หลายส่วนก็แสดงถึงความขัดแย้งกันเอง จึงเห็นควรรอให้ฝุ่นหายตลบเสียก่อนจึงค่อยหันกลับมาดูโดยเฉพาะปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยนั้นพวกเราชาวบ้านได้รู้ได้ยิน หรือได้เห็นล้วนแต่เป็นภาพลวงตา ต่อเมื่อวันเวลาผ่านไปแล้วความจริงจึงปรากฏไปอีกอย่างหนึ่ง
ในเรื่องเศรษฐกิจโลกที่อาจจะส่งผลมากระทบเมืองไทยเราก็มีอยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่องวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปคือประเทศกรีซซึ่งคนภายนอกส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเหตุวิกฤตินั้นสงบเรียบร้อยลงไปแล้วเพราะบรรดาเพื่อนสมาชิกสหภาพยุโรปที่ร่ำรวยอันมีเยอรมนีเป็นหัวหอกได้เต๊ยเงินไปช่วยพยุงแก่กรีซถึง 27 ล้านล้านบาท (ประมาณเท่ากับงบประมาณประเทศไทย 10 ปี)
แต่มีนักวิชาการอิสระไทยท่านหนึ่งซึ่งเคยมีอดีตเป็นตำแหน่งใหญ่โตในรัฐบาลได้ออกมากล่าวว่าวิกฤติการณ์ทางการเงินในยุโรปนั้นคงไม่จบที่กรีซเพราะสมาชิกอื่น เช่น โปรตุเกส และสเปนนั้นก็กำลังคอยคิวเข้าห้องฉุกเฉินอยู่แล้ว บรรดาสมาชิกอื่นของสหภาพยุโรปก็จะเอาไม่อยู่ทำให้เศรษฐกิจของยุโรปอาจจะพังครืนลงได้ และส่งผลกระทบมาสู่ประเทศไทยคือส่งออกลดน้อยลง ชาวยุโรปมาเที่ยวไทยน้อยลง เป็นอาทิ สรุปว่าไทยต้องกระเทือนด้วยแน่
แต่คำให้สัมภาษณ์ของนักวิชาการอาวุโสท่านนี้ไม่มีใครขานรับ
ใครๆ ก็รู้กันว่าที่กรีซมีปัญาทางการเงินก็เพราะรัฐบาลใช้จ่ายเกินตัว งบประมาณของประเทศขาดดุลต่อเนื่องกัน แล้วทำให้ต้องกู้หนี้มาใช้เป็นอันมาก ดังที่ผมได้เคยเล่ารายละเอียดไว้แล้ว และมีผู้วิเคราะห์ย้อนหลังว่าที่กรีซเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวนั้นก็เพราะครั้งหนึ่งทุ่มเงินเป็นเจ้าภาพในงานโอลิมปิกใช้จ่ายเงินมหาศาลและมีการรั่วไหลคอรัปชั่นในการใช้จ่ายของรัฐบาล นอกจากนี้การเก็บภาษีไม่เข้าเป้าเพราะมีการหลบเลี่ยงภาษีกันมาก แต่มีข้อมูลที่น่าตกใจซึ่งเพิ่งถูกเปิดเผยโดยสื่อสากลที่มีชื่อเสียงระดับโลก
เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อความแดงออกมาว่ากรีซมีหนี้สินล้นพ้นตัวแกนนำของสหภาพยุโรปต่างก็ตั้งคำถามกันว่า ปล่อยให้กรีซสร้างหนี้สินเกินขอบเขตที่ได้ตีกรอบไว้ตามกติกาของสหภาพได้อย่างไร สอบค้นไปมาก็ได้ความจริงว่ากรีซได้เริ่มปฏิบัติการ “แหกตา” สหภาพยุโรปตั้งแต่ปี ค.ศ.2001 เมื่อแรกเริ่มเข้าเป็นสมาชิกโดยมีนายธนาคารประเภท “นักเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน” หรือที่เรียกว่าวาณิชธนกิจชื่อดังไปให้คำแนะนำให้ตบแต่งบัญชีและให้กู้เงินจนเกินฐานะทั้งนี้เพื่อแลกกับค่าป่วยการที่อัตราสูงในการให้คำปรึกษาหลายครั้งหลายหน
ได้ข่าวเป็นทางลับว่านายธนาคารประเภทนี้เพ่นพ่านอยู่ตามประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งแน่นอนรวมทั้งประเทศไทย เขาว่าโดยเฉพาะประเทศที่มีขุนคลังพูดภาษาฝรั่งนายธนาคารประเภทนักเล่นแร่แปรธาตุทางการเงิน มักจะสร้างความสนิทชิดเชื้อเป็นพิเศษแล้วก็ให้คำแนะนำทั้งวิธีการที่สับสนดูเหมือนเต็มไปด้วยเทคนิคชั้นสูงยากแก่การเข้าใจ
คนไทยเราควรให้ความสนใจจับตาดูเหตุการณ์เหล่านี้ด้วย อย่าหลงไปปรองดองกับคนพวกนี้เป็นอันขาด เงินบาทจะกลายเป็นแบงก์กงเต๊ก
นายหนูใหญ่
[email protected]



