ข่าว

 ตำรวจไม่มีสี

ตำรวจไม่มีสี

20 ม.ค. 2554

ช่วงที่การชุมนุมทางการเมืองร้อนแรง ตำรวจถูกกล่าวหาว่ามีสี เลือกข้าง วางตัวไม่เป็นกลาง

 นับตั้งแต่ฝ่ายพันธมิตร เสื้อเหลืองขับไล่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนมาถึงกลุ่มคนเสื้อแดง (นปช.) รวมตัวเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาและลาออกจากตำแหน่ง

 เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีผู้กระทำผิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กลับถูกอีกฝ่ายมองว่าสองมาตรฐาน การสอบสวนเร็วบ้าง สำนวนล่าช้าบ้าง ข้อหาหนักไปบ้าง ไม่ให้ความเป็นธรรมบ้าง แล้วแต่ฝ่ายใดจะยกเหตุ

 ตำรวจเองก็พยายามอธิบายตามบริบทที่มีอยู่ ซึ่งดูจากอาการท่าทีความคืบหน้าคดี คล้ายกับว่าอำนาจของฝ่ายรัฐบาลเข้ามามีส่วนด้วยเช่นกัน มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาล

 ที่ผ่านมาช่วงที่อดีตนายกฯ ทักษิณ หรือนายกฯ นอมินี เรืองอำนวจ ฝ่ายเสื้อเหลืองก็โดนรุกไล่ แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์พลิกกลับมาเป็นรัฐบาล คนเสื้อแดงก็กล่าวหาว่าตำรวจสองมาตรฐาน

 นั่นย่อมแสดงว่า ไม่ว่าสีใดมาเป็นรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็สนองนโยบายได้เต็มกำลังความสามารถ

 มีนายตำรวจหลายคนเติบโตมากับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ กระทั่งถึงปัจจุบันนายตำรวจสายนี้บางคนก็ยังได้รับความดีความชอบมานั่งตำแหน่งสำคัญๆ ยุคที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กุมบังเหียนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 นี่แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่ตำรวจทั้งหมดเลือกสี แต่สามารถปรับตัวรับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ

 ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องระหกไปเป็นฝ่ายค้าน วงจรของตำรวจก็จะเทไปทางอื่น จะว่าเป็นตำรวจอาชีพก็คงแปลก จะว่าตำรวจเหมือนปลาไหลก็ดูกระไรอยู่

 วันก่อนนายกฯ อภิสิทธิ์ไปพูดในงานสัมมนาตำรวจหัวข้อ "การเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" โดยขอให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่ว่าอยู่สีไหนก็ตาม

 เป็นกลางในความหมายของตำรวจอาจคิดได้ว่า ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็สนองงานได้ทั้งนั้น

 โลกของตำรวจเป็นอย่างนี้มานาน อาจนานจนฝ่ายการเมืองลืมเลือน ไม่เชื่อลองดูจากโผแต่งตั้งรอง ผบก.-สารวัตร ทั้งสีแดง สีเหลืองล้วนทุ่มกันจนหมดหน้าตัก

 ตอนนี้ขาใหญ่การเมืองเลยแฮปปี้สุดๆ !!