ข่าว

กกท.ปรับแผน
จัดกีฬาแห่งชาติ
แข่งไม่เกิน35ชนิด
หวังยกมาตรฐาน

กกท.ปรับแผน จัดกีฬาแห่งชาติ แข่งไม่เกิน35ชนิด หวังยกมาตรฐาน

20 ม.ค. 2554

กกท.ปรับโฉมแนวทางการพัฒนากีฬาใหม่ ยกมาตรฐานกีฬาแห่งชาติให้เข้มข้น และจัดไม่เกิน 35 กีฬา ส่วนเตรียมทัพซีเกมส์ ครั้งที่ 26 จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มความหวัง กับ กลุ่มพัฒนา ย้ำสมาคมกีฬาต้องทำงานแบบมืออาชีพ


 “รองจ๊ะ” นางสมคิด ปิ่นทอง รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นประธานการประชุมร่วมกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ห้อง 222 ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 19 มกราคม โดยมีการหารือถึงแนวทางการบริหารงานที่ต้องเป็นมืออาชีพมากขึ้น รวมทั้ง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานให้เข้ากับกีฬาในยุคปัจจุบัน ซึ่งในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” ปลายปี 2553 จะเห็นได้ชัดว่า หลายสมาคมมีผลงานที่ตกต่ำลง ที่ประเทศจีนเป็นตัวอย่างที่ดีว่ามีอยู่หลายสมาคมที่ล้มเหลว


 นอกจากนี้ สมาคมกีฬาหลายแห่งยังขาดความเข้าใจอย่างชัดเจนถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับ ทำให้เกิดการร้องเรียนและฟ้องร้องจากนักกีฬาหรือสโมสรสมาชิก ส่วนเรื่องของการบริหารงานนั้น กกท.พบว่า สมาคมกีฬายังทำงานไม่เป็นมืออาชีพ โดยเพิ่งจะส่งเอกสารขออนุมัตินักกีฬาชุดเอเชี่ยนเกมส์ ทั้งที่ “กวางโจวเกมส์” จบไปแล้วเกือบ 2 เดือน รวมทั้งการว่าจ้างโค้ชทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่จริง แต่มีการขอเบิกจ่าย ซึ่ง กกท.กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด


 สำหรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติและกีฬาเยาวชนแห่งชาตินั้น กกท.ยืนยันจะมีการปรับรูปแบบใหม่ เพื่อให้ได้นักกีฬาที่ดีที่สุดเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานการแข่งขันให้สูงขึ้น โดยในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการหารือเรื่องคุณสมบัตินักกีฬาที่มีสิทธิจะลงแข่งขัน โดยจะยึดภูมิลำเนา หรือหากจะใช้ที่พำนักจะต้องอยู่ในจังหวัดนั้นมีระยะเวลาอย่างน้อย 3 ปี  เพื่อป้องกันการซื้อตัว ส่วนการคัดเลือกนักกีฬาจะใช้ระบบโควตา ภาคที่มีนักกีฬาเก่งจำนวนมากจะได้สิทธิผ่านเข้าแข่งรอบสุดท้ายมากตามไปด้วย และกีฬาบุคคล จะดูสถิติ ดูอันดับ ฯลฯ ก่อนเข้าร่วมแข่งขัน เป็นต้น ส่วนจังหวัดเจ้าภาพจะมีการกำหนดกีฬาที่จะจัดอย่างน้อย 30 ชนิดและไม่เกิน 35 ชนิดเท่านั้น


 ขณะที่นายณัฐวุฒิ เรืองเวส ผอ.ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กล่าวถึงกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ในปลายปีนี้ว่า อินโดนีเซีย เจ้าภาพยังไม่ได้กำหนดกีฬาที่จะชิงชัย เบื้องต้นแจ้งแค่ว่ามี 43 ชนิด โดยคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาไทยจะเริ่มต้นเตรียมนักกีฬาโดยจะแบ่งนักกีฬาและสมาคมออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีศักยภาพภาพคว้าเหรียญจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณเต็มที่ และให้เก็บตัวยาวแบบ 9 เดือน 2.กลุ่มที่พัฒนา จะมีการเลือกประเภทและชนิดที่จะส่งไปแข่งขันอย่างละเอียด และมีการเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น นักกีฬาที่มาเก็บตัวฝึกซ้อมแบบเต็มเวลา จะได้วันละ  900 บาท แต่นักกีฬาที่ซ้อมแบบไป-กลับ จะได้วันละ 300 บาทเท่านั้น เพื่อให้นักกีฬาทุ่มเทการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่